บทนำ 2
หญิงสาวถามตนเอง เธออยู่แห่งหนใดกัน....
มันไม่ใช่ห้องของเธอ หรือ โรงพยาบาลอย่างที่ควรจะเป็น แล้วยังมีไอแดดจากด้านนอกที่เล็ดลอดเข้ามาในกระโจม
กระโจม...... เสียงในหัวบอกหญิงสาวเช่นนั้น
ดวงตาค่อย ๆ กะพริบเพื่อปรับแสงมองรอบกายของเธอ ก่อนสายตากวาดไปเห็นชายหนุ่มในชุดจีนโบราณ แต่งตัวราวกับตัวเองเป็นนักรบหลุดมาจากละครดัง ท่าเรือที่เธอข้ามทุกวันก็ไม่ได้ใกล้กองถ่ายละครนี่ แล้วไหนมีคนแบบนี้มาอยู่ตรงหน้าได้
“เจ้าได้สติแล้วหรือ?” เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยไอสังหารราวกับมีมีดลอยมาจ่อที่คอหอยของเฮ่อรั่ว ร่างกายบางตัวแข็งทื่อโดยทันที
แทนที่หญิงสาวจะหวาดกลัวเขา นางทำเพียงสะดุ้งตัวโหยงแล้วหยุดนิ่งเพียงครู่เดียวเท่านั้น ดวงตากลมโตใส่แป๋วไม่ต่างลูกกวางน้อยที่เขาเคยล่านั้นกลับทำให้เขาประหลาดใจขึ้นมา
เฮ่อรั่วมองใบหน้าที่หล่อเหลาเหมือนไม่มีอยู่จริง ดวงตาของเขาคู่นั้นกลับเย็นชาและมองหญิงสาวจนทำเอาขนลุกไปทั่วร่างกาย
“ คะ คุณ...เป็นใคร...” เฮ่อรั่วเอ่ยปากถามเสียงสั่น ด้วยความกลัว เธอกลัวชายนิรนามคนนี้ทั้ง ใช่ และไม่ใช่.....
“เจ้ายังจะกล้าถามข้าอีกหรือ” เขาถามพร้อมลุกขึ้นแล้วย่างก้าวมาร่างบางที่สั่นงันงกไม่ต่างไปจากกระต่ายน้อย แววตาจดจ้องมองเฮ่อรั่วประหนึ่งสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่แสนไร้ค่าสำหรับเขา
“เจ้าคิดว่าปลอมตัวเข้ามาในค่ายของข้าแล้วจะหนีออกไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ หลินหลัน”
เพียงได้ยินชื่อ หลินหลัน สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปในพริบตา เฮ่อรั่วเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ เธออ่านนิยายมาเยอะ ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอตายแล้วย้อนเกิดใหม่ในยุคจีนโบราณ.....
นี่มันเรื่องอะไร
เธอควรย้อนมาเป็นนางเอก ไม่ใช่เพียงสาวน้อยอุ่นเตียงของท่านอ๋องจอมโหด และชายตรงหน้าคือ ท่านอ๋องเจ็ดจอมโหดผู้ไร้เมตตา...... หลงอวิ๋นเฉิน
ภาพทุกอย่างลอยเข้ามาในหัวของเธอ
วินาทีที่เธอตกลงในแม่น้ำ
และความจริงที่ว่าเธอ....เกิดใหม่ในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไป
ทุกอย่างไม่ได้เป็นเพียงความฝัน หรือ ภาพหลอน ชายตรงหน้าคือ หลงอวิ๋นเฉิน ผู้ปลดชีพหลินหลันสตรีอุ่นเตียงผู้เดียวตั้งแต่ตอนแรกของเนื้อเรื่อง เพราะจับได้ว่านางนั้นหนีไปกับชายคนอื่น
ตอนนี้คงเป็นตอนที่หลินหลันย้อนกลับมาเพื่อมาเอาของสำคัญของบิดาที่ค่ายของท่านอ๋องเจ็ด และเขาก็ฆ่าเธออย่างเลือดเย็น
“อีกวันฉันต้องตายเหรอเนี่ย.....” จู่ ๆ เสียงหวานก็หวีดร้องมา ตามเนื้อเรื่องเธอต้องตายในอีกไม่กี่วันแล้ว
สายตาของเขาจับจ้องมองหญิงสาวที่กำลังพ่นคำพูดแสนประหลาดออกมาจากปากของนางอย่างไม่วางตา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
นางเปลี่ยนไป....
หลินหลันที่เขารู้จัก สตรีชั้นต่ำในจวนที่นางมักจะหวาดกลัวแม้เสียงฝีเท้าของเขา แต่ตอนนี้นอกจากนางจะทำราวกับเขาไม่มีตัวตน ยังพึมพำคำพูดที่เขาไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก คำพูดของนางที่เพิ่งเอ่ยปากถามถึงจะสั่นเครือ แต่ก็แฝงไปด้วยความกล้าอย่างที่นางไม่เคยทำมาก่อน
ฝีท้าวของเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ดวงตาของนางใสซื่อเกินกว่าจะโกหก กลิ่นอายของนางเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา และตื่นกลัว
ไม่คุ้นเอาเลย
“เจ้าพูดอะไรของเจ้า” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน
เขานึกชังแววตาไร้เดียงสาของนางในยามนี้ มันช่างไร้เดียงสาจนน่าหงุดหงิด...
นางมีแผนการอะไรอย่างนั้นหรือ
คิดจะมาหลอกคนอย่างหลงอวิ๋นเฉิน ไม่ตายดีสักคน...
“เจ้าคิดว่าตัวเองจะรอดเพราะดวงตาคู่นั้นอย่างนั้นหรือ”
เฮ่อรั่วรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เมื่อสายตาของตัวร้ายในนิยายที่เพิ่งอ่านจบมองเธอราวจะกลืนกิน..... เธอจะมีชีวิตรอดเกินวันนี้ไหมเนี่ย พอเห็นแววตาอาฆาตของหลงอวิ๋นเฉินแล้วเธอใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
เฮ่อรั่วควรแกล้งตายดีไหมนะ ....ว่าแล้วร่างกายของเธอก็นึกอ่อนแรงลงดื้อ ๆ
หลงอวิ๋นเฉินถอนหายใจกับการกระทำแสแสร้งของสตรีตรงหน้า คิดว่าเขาดูไม่ออกหรืออย่างไรว่านางใช้กลมารยาของนางด้วยแกล้งหลับ ถ้าอยากจะหลับก็หลับไป เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลินหลันแสนประหลาดคนนี้จะทำอะไรให้เขาประหลาดใจได้อีก.....
หลงอวิ๋นเฉินเอื้อมมือไปรับร่างบางที่แสร้งล้มลงบนพื้น เขาอุ้มนางขึ้นมาก่อนวางลงบนฟูกนอนในกระโจม รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของเขา รอยยิ้มที่แม้แต่องรักษ์คนสนิทไม่เคยพบพานมาก่อน
สตรีในอ้อมกอดพยายามกลั้นหายใจ แพขนตางอนขยับไหวไม่ต่างจากลูกนกที่กำลังสั่นเครืออย่างหวาดกลัว
อ๋องเจ็ดนึกถูกใจที่ได้กลั่นแกล้งนาง......
หลงอวิ๋นเฉินโน้มใบหน้าเขาไปใกล้นาง ลมหายใจร้อนเป่าริดรดแก้มนวลของนางจนร่างเล็กเผลอปิดตาแน่น ก่อนเขาจะกระซิบข้างหูเล็ก
“หากเจ้าจะกลั้นหายใจ เจ้าควรลืมตามองข้านะ น่าขันเสียจริง” กล่าวจบเช่นนั้น ร่างกายใหญ่โตสมกับบุรุษชาตินักรบเดินออกไปจากกระโจม ทิ้งเอาไว้เพียงเฮ่อรั่วที่รีบกุลีกุจอลุกขึ้นมาเอามือทาบอกด้วยความตื่นตระหนก
“พระเจ้าช่วยเถอะ....คนอะไรจะจับคนโป๊ะได้เก่งขนาดนี้ สมกับเป็นตัวร้ายจริง ๆ ฉันจะมีชีวิตรอดเกินสองวันไหมเนี่ย
