บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5: โอกาสแรก

เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น อากาศในตัวอำเภอเริ่มเย็นลงจนควันสีขาวพวยพุ่งออกมาทุกลมหายใจ บนถนนลูกรังที่มุ่งหน้าสู่ตลาด เต็มไปด้วยผู้คนขี่จักรยานตราฟินิกซ์เก่าๆ และเกวียนเทียมวัวที่บรรทุกผลผลิตทางการเกษตรมาขาย ความคึกคักของยุคปฏิรูปเศรษฐกิจเริ่มแทรกซึมเข้ามาในชนบททีละน้อย แม้จะยังไม่หวือหวาเท่าเมืองใหญ่ แต่กลิ่นอายของ “เงินหยวน” ก็หอมหวานเสมอ

หลินต้าไห่สะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่เดินเข้ามาในร้านขายยาจีนเก่าแก่ที่สุดในอำเภอด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เสื้อผ้าของเขามีรอยปะชุนหลายแห่ง รองเท้าผ้าใบก็ขาดจนเห็นนิ้วเท้า แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“เถ้าแก่... รับซื้อสมุนไพรไหมครับ?” หลินต้าไห่ถามเสียงเบา พลางวางตะกร้าลงบนเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม

ชายชราสวมแว่นสายตากรอบหนาเงยหน้าขึ้นจากบัญชี ขยับแว่นเล็กน้อยแล้วมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาประเมิน “ไหนดูซิ มีอะไรมาขาย? ถ้าเป็นพวกหญ้าแห้งไร้ค่า ข้าไม่รับนะ”

หลินต้าไห่เปิดผ้าคลุมตะกร้าออก เผยให้เห็นหัว 'เทียนหมา' ขนาดใหญ่ที่ล้างดินออกจนสะอาดสะอ้าน ผิวของมันขรุขระแต่เนื้อแน่น ดูสดใหม่ราวกับเพิ่งขุดขึ้นมาจากดินเมื่อเช้านี้

ดวงตาของเถ้าแก่เบิกกว้างขึ้นทันที เขาหยิบหัวเทียนหมาขึ้นมาพิจารณา ดมกลิ่น และใช้เล็บจิกดูเนื้อในเล็กน้อย

“โอ้... เทียนหมาป่า! แถมยังหัวใหญ่ขนาดนี้ อายุไม่ต่ำกว่าสามปีแน่ๆ ของดี! นี่มันของดีชัดๆ!” เถ้าแก่ร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น “พ่อหนุ่ม เอ็งไปขุดมาจากไหนเนี่ย? หายากมากนะไซส์นี้ ส่วนใหญ่เจอแต่หัวเล็กๆ เท่าหัวแม่มือ”

หลินต้าไห่ยิ้มแก้มปริ หัวใจพองโตด้วยความภาคภูมิใจ เสียงเล็กๆ ของลูกสาวในหัวเมื่อวานช่างแม่นยำราวจับวาง

“ขุดมาจากบนเขาน่ะครับ” เขาตอบแบบกว้างเพราะอยากเก็บไว้เป็นความลับ

“ดีๆ ฉันรับซื้อหมดนี่เลย!” เถ้าแก่ดีดลูกคิดรางไม้ดังเปาะแปะอย่างรวดเร็ว “เทียนหมาป่าเกรดเอ กิโลละ 8 หยวน ทั้งหมดนี่ 3 กิโลกว่า... ฉันให้ 25 หยวนเลยก็แล้วกัน!”

25 หยวน!

หลินต้าไห่แทบหยุดหายใจ เงินจำนวนนี้เท่ากับรายได้จากการทำนาทั้งปีของเขาเลยทีเดียว! มือไม้ของเขาสั่นเทาขณะรับธนบัตรใบละ 10 หยวนสองใบ และใบละ 5 หยวนหนึ่งใบมาถือไว้ มันไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือชีวิต คือข้าวมื้อต่อไป และคือศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้

หลังจากขายปลาหลีฮื้อให้ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามได้อีก 3 หยวน รวมแล้ววันนี้เขามีเงินในกระเป๋าถึง 28 หยวน หลินต้าไห่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในตลาด เขาเดินตัวปลิวไปที่สหกรณ์ร้านค้า ซื้อข้าวสารชั้นดี 5 กิโลกรัม แป้งสาลีเนื้อละเอียด เนื้อหมูติดมันชิ้นโต และผ้าฝ้ายลายดอกไม้สีสดใสสำหรับตัดชุดใหม่ให้ลูกสาวและภรรยา

ระหว่างทางเดินกลับไปที่จุดนัดพบใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าสถานีรถไฟ ที่ซึ่งซูเม่ยนั่งอุ้มหลินซีอวี้รออยู่ หลินต้าไห่เดินยิ้มกริ่มมาแต่ไกล

“อาเม่ย! ดูสิว่าผมได้อะไรมาบ้าง!”

ซูเม่ยเงยหน้าขึ้นมองสามี พอเห็นข้าวของพะรุงพะรังในมือเขา ดวงตาของเธอก็แดงระเรื่อด้วยความตื้นตัน “คุณคะ... นี่เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ? เงินตั้งมากมายขนาดนี้...”

“ไม่ใช่ฝันหรอก” หลินต้าไห่นั่งลงข้างๆ ภรรยา หยิบซาลาเปาไส้เนื้อร้อนๆ ที่เพิ่งซื้อมายื่นให้เธอ “กินสิอาเม่ย คุณต้องบำรุงเยอะๆ จะได้มีแรง”

ในขณะที่พ่อแม่กำลังแบ่งปันความสุขเล็กๆ น้อยๆ ทารกน้อยหลินซีอวี้ในอ้อมกอดแม่กลับกำลังขมวดคิ้วมุ่น สมองของเธอกำลังทำงานอย่างหนัก

28 หยวน... สำหรับชาวบ้านยุค 80 มันอาจจะดูเยอะ แต่สำหรับแผนการสร้างตัวของฉัน มันยังเป็นแค่เศษเงิน! ถ้าพ่อเอาเงินนี้ไปแค่ซื้อข้าวกิน ประเดี๋ยวก็หมด แล้วเราก็ต้องกลับไปจนเหมือนเดิม ต้องไปขุดดินหาของป่ากินไปวันๆ งั้นเหรอ? ไม่! ชีวิตแบบนั้นฉันไม่เอา!

หลินซีอวี้มองไปที่สถานีรถไฟด้านหลัง เห็นป้ายบอกทางเขียนว่า 'ไปเมืองหยุนเฉิง' ทันใดนั้น ความทรงจำจากชาติก่อนก็แล่นปราดเข้ามาในหัวราวกับสายฟ้าฟาด

'หยุนเฉิง... เมืองข้างๆ นี่เอง!'

เธอจำได้แม่นยำ ครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัท เสิ่นฮ่าวเทียน เจ้านายของเธอเคยเล่าให้ฟังด้วยความภูมิใจถึงจุดเริ่มต้นของอาณาจักรหยก

“เลขาหลิน คุณรู้ไหม สมัยที่ผมยังเป็นแค่วัยรุ่นสร้างตัว ผมกำเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตไปที่เมืองหยุนเฉิง ตอนนั้นเขามีงาน 'ตลาดนัดหินดิบ' ประจำปีพอดี ผมกัดฟันซื้อหินก้อนหนึ่งที่ใครๆ ก็ว่าขยะ แต่พอกะเทาะออกมา... ข้างในคือหยกจักรพรรดิ! นั่นแหละคือเงินถุงแรกที่ทำให้ผมมีวันนี้!”

หลินซีอวี้คำนวณเวลาในใจ... ปีนี้... เดือนนี้... ช่วงเวลานี้... ใช่แล้ว! มันคือช่วงเวลาเดียวกันเป๊ะ! ตลาดนัดหินดิบที่เมืองหยุนเฉิงกำลังจัดขึ้นอยู่ในขณะนี้!

โอกาส! นี่คือโอกาสทองฝังเพชรที่จะเปลี่ยนชีวิตชาวนาจนๆ ให้กลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน!

แต่ปัญหาคือ... เธอเป็นแค่ทารกพูดไม่ได้ จะบอกพ่อยังไงดี? จะบอกว่า 'พ่อคะ ไปเล่นพนันหินกันเถอะ' พ่อคงได้จับเธอไปหาหมอผีไล่ปอบแน่ๆ

หลินซีอวี้มองหน้าพ่อที่กำลังมีความสุขกับการกินซาลาเปา เธอตัดสินใจแล้วว่าต้อง 'เสี่ยง' ใช้แผนการคะยั้นคะยอแกมบังคับผ่านทางจิต!

“พ่อ... พ่อจ๋า...” เสียงเล็กๆ หวานหยดดังขึ้นในหัวหลินต้าไห่

หลินต้าไห่ชะงักซาลาเปาในมือ หันมามองลูกสาว “ว่าไงลูก? หิวเหรอ?”

“เปล่าจ้ะพ่อ... แต่หนูเบื่อจังเลย ที่นี่มีแต่ฝุ่น เหม็นขี้วัว หนูอยากไปเที่ยว...”

“ไปเที่ยว?” หลินต้าไห่เลิกคิ้ว “เราก็มาเที่ยวตลาดในอำเภอแล้วนี่ไงลูก”

“ไม่เอา! ตลาดนี้เล็กจะตาย มีแต่ของเก่าๆ” หลินซีอวี้เริ่มงอแงในใจ “หนูอยากไปที่นั่น... เมืองหยุนเฉิง! หนูเห็นในฝัน ที่นั่นมีตึกสูงๆ มีรถไฟปู๊นๆ มีขนมอร่อยๆ แล้วก็มี... 'หินวิเศษ' ที่ส่องแสงวิบวับด้วย!”

“หินวิเศษ?” หลินต้าไห่ทวนคำงงๆ “ลูกหมายถึงอะไร?”

“หนูไม่รู้! แต่ในฝันมีเทวดาบอกว่า ถ้าพ่อพาหนูไปที่เมืองหยุนเฉิง พ่อจะได้เจอสมบัติ! สมบัติที่จะทำให้เรามีบ้านหลังใหญ่ มีเสื้อสวยๆ ใส่ แล้วแม่ก็ไม่ต้องลำบากอีก!”

หลินซีอวี้เริ่มใส่ไฟเต็มที่ “พ่อต้องพาหนูไปนะ! ถ้าไม่ไปตอนนี้ เทวดาบอกว่าจะอดไปตลอดชีวิตเลย! ไปเถอะนะพ่อ... นะๆๆๆ”

หลินต้าไห่นิ่งอึ้งไป คำว่า 'เทวดาบอก' และ 'สมบัติ' มันดึงดูดใจเขาอย่างประหลาด ยิ่งประกอบกับเรื่องเทียนหมาเมื่อเช้าที่ลูกสาวบอกแล้วแม่นยำราวตาเห็น ทำให้เขารู้สึกว่าเสียงเล็กๆ นี้เชื่อถือได้

เขาหันไปมองภรรยา “อาเม่ย... ถ้า... ถ้าผมจะบอกว่า อยากพาคุณกับลูกไปเที่ยวเมืองหยุนเฉิงสักครั้ง คุณจะว่ายังไง?”

ซูเม่ยเบิกตากว้าง “หยุนเฉิง? เมืองข้างๆ น่ะเหรอคะ? คุณจะบ้าเหรอคะต้าไห่! ค่ารถไฟไปกลับคนละตั้งหลายหยวน แถมค่ากินค่าอยู่อีก เงิน 28 หยวนที่เรามี ถ้าไปเที่ยวทีเดียวก็หมดเกลี้ยงเลยนะ!”

“ผมรู้...” หลินต้าไห่ก้มหน้ามองมือที่หยาบกร้านของตัวเอง “แต่... ลูกบอกว่าอยากไป”

“ลูกบอก?” ซูเม่ยถอนหายใจ “คุณคะ ลูกเพิ่งสามเดือน คุณจะตามใจแกเกินไปแล้ว อีกอย่างแกจะรู้เรื่องได้ยังไง”

หลินต้าไห่เงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของชาวนาผู้จำยอมต่อโชคชะตาอีกแล้ว แต่เป็นแววตาของหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการจะเดิมพัน

“อาเม่ย... คุณจำเรื่องเทียนหมาเมื่อเช้าได้ไหม? ถ้าไม่ใช่เพราะลูกบอก ผมคงไม่มีทางเจอมัน” เขาพูดเสียงจริงจัง “ลูกเรา... พิเศษกว่าเด็กทั่วไป ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าถ้าเราไปที่นั่น ชีวิตเราอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล”

“แต่เงินก้อนนี้...” ซูเม่ยน้ำตาคลอ “มันคือเงินก้อนสุดท้ายของเรานะ ถ้าไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมา เราจะทำยังไง? เราจะเอาอะไรกิน?”

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที หลินต้าไห่รู้ดีว่าภรรยากังวลเรื่องความมั่นคง แต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่า 'ความมั่นคง' ที่ได้มาจากการขุดดินขายของป่าไปวันๆ มันไม่ยั่งยืน ถ้าวันหนึ่งเขาป่วย หรือหาของป่าไม่ได้ ลูกเมียจะอยู่อย่างไร?

เขาต้องการทางลัด... ทางลัดที่ลูกสาวกำลังชี้เป้าให้

“พ่อ... อย่าลังเลสิ!” เสียงหลินซีอวี้ดังกระตุ้นเตือนในหัวอีกครั้ง “โอกาสไม่ได้มีบ่อยๆ นะ! พ่ออยากให้แม่ใส่เสื้อเก่าๆ ปะๆ แบบนี้ไปตลอดชีวิตเหรอ? พ่ออยากให้หนูโตมาในกระท่อมรูรั่วๆ เหรอ? เชื่อหนูสิพ่อ! ไปเมืองหยุนเฉิง! ไปเอาสมบัติกลับมา!”

คำพูดของลูกสาวเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในจุดที่เจ็บที่สุดในใจเขา... ความจน

หลินต้าไห่กำหมัดแน่น เขาตัดสินใจแล้ว

“อาเม่ย” เขาเอื้อมมือไปกุมมือภรรยาที่เย็นเฉียบ “ผมขอเดิมพัน... ขอเดิมพันด้วยเงินก้อนนี้ ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้าไปแล้วไม่เจออะไร ผมสัญญาว่าจะกลับมาเป็นวัวเป็นควายทำงานหนักกว่าเดิมสองเท่าเพื่อหาเลี้ยงคุณ แต่ถ้าเราไม่ไป... ผมคงเสียใจไปตลอดชีวิตที่ไม่ได้ลองเชื่อลูก”

ซูเม่ยมองลึกเข้าไปในดวงตาของสามี เธอเห็นความมุ่งมั่นที่ลุกโชนอยู่ในนั้น ตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา หลินต้าไห่ไม่เคยขออะไรเพื่อตัวเองเลย เขาทำเพื่อคนอื่นมาตลอด และครั้งนี้... เขาก็ทำเพื่อเธอกับลูก

เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มบางๆ ออกมา “ก็ได้ค่ะ... ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น ฉันก็จะเชื่อคุณ เราจะไปเมืองหยุนเฉิงกัน”

“ขอบคุณนะอาเม่ย! ขอบคุณ!” หลินต้าไห่ดีใจจนแทบกระโดด

บ่ายวันนั้น สามคนพ่อแม่ลูกตระกูลหลินก้าวขึ้นรถไฟขบวนสีเขียวเข้มที่มุ่งหน้าสู่เมืองหยุนเฉิง เสียงหวูดรถไฟดังปู๊นๆ ก้องกังวานไปทั่วหุบเขา เหมือนเป็นสัญญาณเตือนการเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหญ่

ภายในตู้โดยสารที่แออัดไปด้วยผู้คน กลิ่นเหงื่อ กลิ่นบุหรี่ และกลิ่นไก่ย่างอบอวลไปทั่ว หลินต้าไห่กอดตะกร้าใส่เสบียงไว้แน่น ส่วนซูเม่ยอุ้มลูกสาวแนบอก คอยระวังไม่ให้ใครมาเบียด

หลินซีอวี้มองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ทุ่งนาสีทองค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

รอเถอะเมืองหยุนเฉิง... รอเถอะตลาดหินดิบ... ราชินีหยกกลับมาแล้ว! งานนี้ไม่ได้รวยให้มันรู้ไป!

เมื่อรถไฟเทียบชานชาลาเมืองหยุนเฉิง บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากอำเภอบ้านนอกอย่างสิ้นเชิง ตึกรามบ้านช่องก่อด้วยอิฐและปูนสูงหลายชั้น ผู้คนแต่งตัวทันสมัยกว่า รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์วิ่งขวักไขว่

หลินต้าไห่เดินจูงมือภรรยาอย่างระมัดระวัง ท่าทางเงอะงะเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง เขาหันซ้ายหันขวาอย่างตื่นตาตื่นใจ

“ลูก... แล้ว... แล้วเราต้องไปทางไหนต่อ?” เขาถามในใจอย่างกล้าๆ กลัวๆ

หลินซีอวี้หลับตาลง นึกย้อนถึงคำบอกเล่าของเจ้านายในชาติก่อน 'ตลาดนัดหินดิบจัดที่ลานกว้างข้างวัดเก่าทางทิศตะวันออกของเมือง...'

“ทางทิศตะวันออกพ่อ! เรียกรถสามล้อรับจ้างตรงนั้น บอกเขาว่าไป 'ตลาดวัดเก่า' เร็วเข้า!”

หลินต้าไห่กัดฟันเรียกรถสามล้อถีบ “ไปตลาดวัดเก่าครับ!”

คนถีบสามล้อมองการแต่งตัวของครอบครัวนี้แล้วทำหน้าดูแคลนเล็กน้อย “ไปตลาดวัดเก่า? จะไปดูหินล่ะสิ? เตือนไว้ก่อนนะลุง ที่นั่นน่ะหลุมพรางทั้งนั้น คนบ้านนอกอย่างลุงระวังจะหมดตัวกลับบ้านไม่ถูกนะ”

คำพูดดูถูกนั้นทำให้หลินต้าไห่หน้าเสียเล็กน้อย ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน

แต่ทันใดนั้น เสียงเล็กๆ ของลูกสาวก็ดังขึ้นปลุกใจ

“อย่าไปฟังมันพ่อ! คนพวกนี้ตาถั่ว มองไม่เห็นเพชรในตม! พ่อเชิดหน้าไว้ เราไม่ได้มาเพื่อดู... แต่เรามาเพื่อกอบโกย!”

หลินต้าไห่สูดหายใจลึก ยืดอกขึ้น “ไปเถอะน่าพี่ชาย ผมแค่จะไปเปิดหูเปิดตา”

รถสามล้อพาพวกเขาผ่านตรอกซอกซอยจนมาถึงลานกว้างหน้าวัดเก่า ที่นั่นเต็มไปด้วยแผงลอยนับร้อยที่วางก้อนหินรูปร่างประหลาดเรียงรายอยู่บนพื้น ผู้คนจำนวนมากกำลังมุงดู ส่งเสียงเชียร์และเสียงโอดครวญดังเซ็งแซ่

“หนึ่งมีดจน หนึ่งมีดรวย หนึ่งมีดห่มผ้าไหม!” คำพังเพยวงการพนันหิน

เสียงตะโกนของพ่อค้าดังแว่วมา หลินต้าไห่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือที่กำเงิน 20 กว่าหยวนในกระเป๋าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

นี่คือสมรภูมิแห่งโชคชะตา... ที่ซึ่งคนรวยอาจกลายเป็นยาจก และยาจกอาจกลายเป็นเศรษฐีได้ในพริบตาเดียว

“เอาล่ะพ่อ...” หลินซีอวี้สั่งการด้วยน้ำเสียงของแม่ทัพ “เดินเข้าไปเลย! แล้วคอยฟังคำสั่งหนูให้ดี ห้ามวอกแวกเด็ดขาด!”

หลินต้าไห่พยักหน้าเล็กน้อย กระชับอ้อมแขนที่โอบไหล่ภรรยา แล้วก้าวเท้าเข้าสู่ดงหินดิบด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก การเดิมพันครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของหลินต้าไห่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel