บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6: เนตรทิพย์ตื่นรู้และการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรี

แสงแดดยามบ่ายที่ร้อนระอุในฤดูใบไม้ร่วงส่องลงมายังลานวัดเก่าเมืองหยุนเฉิง ฝุ่นผงหินสีขาวฟุ้งกระจายไปในอากาศผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อไคลและความโลภของผู้คน เสียงใบเลื่อยตัดหินดังแสบแก้วหู สลับกับเสียงเฮโลและเสียงทอดถอนใจ

ในโซนวีไอพีที่กันเชือกไว้สำหรับนักเล่นกระเป๋าหนัก บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด

“ไอหยา! พี่เสิ่น! ก้อนนี้ก็ 'วืด' อีกแล้วเหรอเนี่ย!”

จางเหว่ย ชายร่างท้วมสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมที่เริ่มมีคราบเหงื่อซึมตรงรักแร้ ตบต้นขาตัวเองดังฉาด ทำทีเป็นเสียดายอย่างสุดซึ้ง แววตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นตากรอบทองกลับฉายแววสมใจเล็กน้อย

เบื้องหน้าพวกเขา คือหินดิบขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่เพิ่งถูกผ่าครึ่ง หน้าตัดของมันเป็นสีเทาด้านๆ ราวกับคอนกรีตแห้งๆ ไม่มีวี่แววของสีเขียวมรกตที่ทุกคนเฝ้ารอ

เสิ่นฮ่าวเทียน ชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทสากลราคาแพงจากฮ่องกง ยืนนิ่งขึง ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก เขาเพิ่งเสียเงินไปอีก 3,000 หยวนกับหินก้อนนี้... รวมกับเมื่อเช้า เขาเสียไปเกือบหมื่นหยวนแล้ว! เงินหมุนเวียนในบริษัทกำลังเข้าขั้นวิกฤต

“ช่างเถอะอาเหว่ย...” เสิ่นฮ่าวเทียนเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามรักษามาดของนักธุรกิจใหญ่ “วงการนี้ก็แบบนี้แหละ 'สิบพนันเก้าแพ้' ฉันเข้าใจดี”

“พี่เสิ่นใจกว้างจริงๆ!” จางเหว่ยรีบประจบ “แต่ผมว่าดวงพี่กำลังจะมาแล้วนะ ดูสิ เหงื่อออกขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปหมดแล้ว มาดูนี่ดีกว่า... ก้อนนี้ผมเล็งไว้ให้พี่โดยเฉพาะ!”

จางเหว่ยชี้ชวนไปที่หินดิบก้อนมหึมาที่วางเด่นอยู่กลางแผง มันคือ 'หินเปลือกสนดำ' น้ำหนักกว่าห้าสิบกิโลกรัม ผิวขรุขระดูมีพลัง ราคาเปิดอยู่ที่ 8,000 หยวน!

“ดูลายบนเปลือกมันสิพี่ อย่างกับลายมังกร! เซียนเขาบอกว่า 'เปลือกขรุขระ เนื้อในมักจะงาม' ก้อนนี้ต้องมีของดีแน่! พี่ทุ่มอีกสักรอบ รับรองถอนทุนคืนได้หมดแถมกำไรบานเบอะ!” จางเหว่ยยุยงอย่างออกรส ความจริงแล้วเขารู้ดีว่าหินก้อนนี้คือ 'หินปราบเซียน' ที่ข้างในมีแต่รอยร้าว แต่เขาต้องการให้เสิ่นฮ่าวเทียนหมดตัว เพื่อที่ตนจะได้ฮุบกิจการที่กำลังสร้างมาด้วยกัน

เสิ่นฮ่าวเทียนมองหินก้อนนั้นด้วยความลังเล มือในกระเป๋ากางเกงกำธนบัตรปึกสุดท้ายแน่นจนชื้นเหงื่อ

ในขณะเดียวกัน ที่บริเวณรอบนอกของโซนวีไอพี

หลินต้าไห่ ชายชาวนาผู้สวมเสื้อผ้าฝ้ายเก่าขาดปะชุน แบกตะกร้าไม้ไผ่ที่มีลูกสาวตัวน้อยนั่งอยู่ข้างใน กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หลังแนวเชือกกั้น โดยมี ซูเม่ย ภรรยาที่ขี้อายยืนหลบอยู่ด้านหลัง

“ลูก... คนเยอะแยะเลย พ่อว่าเรากลับกันเถอะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคนจนอย่างเราหรอก” หลินต้าไห่กระซิบในใจด้วยความประหม่า เขาเห็นการใช้เงินหลักพันหลักหมื่นตรงหน้าแล้วแข้งขาอ่อนแรง

แต่ทว่า... ในตะกร้าไม้ไผ่ ทารกน้อย หลินซีอวี้ กลับกำลังเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง!

เธอไม่ได้ตื่นเต้นกับผู้คน แต่เธอกำลังตกใจกับ 'สิ่งที่ตาเห็น'

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในเขตตลาดหิน หลินซีอวี้รู้สึกปวดตุบๆ ที่กลางหน้าผาก ราวกับมีตาที่สามกำลังจะเปิดออก และเมื่อเธอเพ่งมองไปที่กองหินตรงหน้า... โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป!

ภาพเปลือกหินสีน้ำตาลหยาบกร้านค่อยๆ จางลง ราวกับมีรังสีเอกซเรย์ฉายผ่าน ดวงตาของเธอสามารถมองทะลุเข้าไปถึงแก่นกลางของก้อนหินได้!

นี่มัน... นี่มันไม่ใช่แค่ความทรงจำชาติก่อนแล้ว! สวรรค์ไม่ได้ส่งฉันมามือเปล่า แต่ท่านมอบ 'เนตรทิพย์' ที่มองเห็นเนื้อหยกให้ฉันด้วย!

หลินซีอวี้แทบอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ เธอรีบกวาดสายตาไปรอบๆ ราวกับเรดาร์ตรวจจับสมบัติ หินส่วนใหญ่ที่วางโชว์อยู่ ข้างในว่างเปล่าหรือไม่ก็มีเนื้อหยกขุ่นๆ ราคาต่ำ

สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่หินก้อนมหึมาที่ผู้ชายใส่สูทสองคนกำลังยืนดูอยู่ นั่นคือเจ้านายของเธอเสิ่นฮ่าวเทียนและจางเหว่ยเพื่อนชั่วของเจ้านายนั่นเอง!

เธอรีบเพ่งมอง... และเห็นความว่างเปล่า หินก้อนนั้นขยะชัดๆ! ข้างในมีแต่รอยร้าวสิบแปดแฉก! ใครซื้อไปเตรียมผูกคอตายได้เลย!

แล้วสายตาของเธอก็เลื่อนลงต่ำ ไปหยุดอยู่ที่ 'กองขยะ' ใต้แผงร้าน ซึ่งเป็นที่รวมหินรูปร่างอัปลักษณ์ที่ไม่มีใครสนใจ

ทันใดนั้น แสงสีเขียวมรกตเจิดจ้าก็พุ่งเข้าตาทารกน้อยจนเธอต้องหยีตา!

มันมาจากหินก้อนสีดำมะเมื่อมขนาดเท่าลูกแตงโมที่ถูกทิ้งกลิ้งโค่โล่อยู่ข้างถังขยะ ภายนอกดูเหมือนก้อนถ่านหินไร้ค่า แต่ภายใน... มันคือขุมทรัพย์!

เนื้อแก้วใสแจ๋วราวกับน้ำในสระสวรรค์ สีเขียวเข้มจัดสม่ำเสมอทั่ทั้งก้อน ไม่มีรอยร้าว ไม่มีตำหนิแม้แต่น้อย!

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! นั่นมัน... 'หยกจักรพรรดิ' ในตำนาน! ของจริง! ไม่ใช่แค่ในความทรงจำ! มันวางอยู่ตรงนั้น!

หัวใจของหลินซีอวี้เต้นรัวแรง เธอต้องบอกพ่อ! ต้องให้พ่อซื้อก้อนนั้นให้ได้!

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะส่งกระแสจิตหาพ่อ เด็กชายตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดเอี๊ยมราคาแพงที่ยืนเบื่อโลกอยู่แถวนั้น ก็เดินเข้ามาใกล้ตะกร้าของเธอพอดี

เสิ่นอี้เฉิน ลูกชายวัย 5 ขวบของเสิ่นฮ่าวเทียน กำลังเซ็งสุดขีดที่ต้องมารอพ่อเล่นพนันหิน เขาเดินเตะฝุ่นเล่นจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าครอบครัวชาวนาที่ดูแปลกแยก

หลินซีอวี้ที่กำลังตื่นเต้นกับหยกจักรพรรดิ เหลือบไปเห็นเด็กชายเข้าพอดี ความหมั่นไส้ในความรวยของเด็กตรงหน้าทำให้เธอเผลอบ่นอุบอิบในใจ

“เกะกะจริงเจ้าเด็กบ้านรวย! คนกำลังจะรวยช่วยหลบไปหน่อยได้ไหม! แต่งตัวดีขนาดนี้ พ่อแม่คงตามใจน่าดูสิท่า... เชอะ! น่าอิจฉาชะมัด!”

'ขวับ!'

เสิ่นอี้เฉินหันขวับมาจ้องหน้าหลินต้าไห่ทันที ดวงตาเรียวรีฉายแววตกใจระคนสงสัย

“ลุงครับ! เมื่อกี้ลุงว่าใครเกะกะ?”

หลินต้าไห่สะดุ้งโหยง “ฮะ? ลุงเปล่านะพ่อหนู ลุงยังไม่ได้อ้าปากเลย!”

“ไม่ใช่ลุง...” เสิ่นอี้เฉินขมวดคิ้ว “เสียงผู้หญิง... เสียงเล็กๆ แหลมๆ พูดว่าผมเกะกะ แล้วก็อิจฉาที่ผมแต่งตัวดี!”

หลินต้าไห่หน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก “ไปกันใหญ่แล้ว! ลุงจะไปอิจฉาเด็กได้ยังไง!”

แต่เสิ่นอี้เฉินไม่ฟัง สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าต้นตอของเสียงไม่ได้มาจากผู้ใหญ่สองคนนี้ เขาเขย่งเท้าชะโงกหน้าเข้าไปดูในรูระบายอากาศของตะกร้าไม้ไผ่

สายตาของเด็กชายวัย 5 ขวบ ประสานเข้ากับสายตาของทารกน้อยวัย 3 เดือนที่กำลังเบิกตาโพลง

“เฮ้ย! มองอะไรเจ้าเด็กบ้า! อย่าบอกนะว่านาย...”

เสิ่นอี้เฉินชี้หน้าทารกในตะกร้า นิ้วสั่นระริก “เธอ! เธอนั่นแหละพูด!”

หลินซีอวี้ช็อกซีนีม่า ฉิบหายแล้ว! ความแตก! เจ้าเด็กนี่ได้ยินเสียงในใจฉัน! นี่มันวันรวมญาติคนมีสัมผัสที่หกหรือไงกัน!

เพื่อความแน่ใจ เธอทดสอบอีกครั้ง “นายได้ยินจริงๆ เหรอ? ถ้าได้ยิน ให้เกาจมูกสองที!”

เสิ่นอี้เฉินยกมือขึ้นเกาจมูกตัวเองฟุดฟิดสองทีโดยอัตโนมัติ ก่อนจะทำหน้าตื่นตระหนก “ผี! ผีทารก!”

“ผีบ้านนายสิ! ฉันคนย่ะ! คนที่กำลังจะรวยด้วย!”

การสนทนาทางจิตที่แสนวุ่นวายของเด็กสองคนกำลังดำเนินไป ในขณะที่สถานการณ์ทางฝั่งผู้ใหญ่กำลังเข้าสู่จุดแตกหัก

“พี่เสิ่น! ตัดสินใจเร็วเข้า! หินก้อนใหญ่นี้มีคนจ้องอยู่อีกหลายคนนะ ถ้าพี่ช้า เดี๋ยวหลุดมือไปจะมาเสียดายทีหลังไม่ได้นะ!” จางเหว่ยเร่งเร้า พยายามปิดการขายหินเน่าก้อนยักษ์

เสิ่นฮ่าวเทียนกัดฟัน “ได้! ฉันเอา! 8,000 หยวน! นี่เงินก้อนสุดท้ายของฉันแล้ว!”

ทันทีที่ได้ยินพ่อกำลังจะตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่ เสิ่นอี้เฉินก็ละความสนใจจากทารกน้อย หันขวับไปหาพ่อ

“พ่อ! อย่าซื้อก้อนนั้นนะ!” เสิ่นอี้เฉินตะโกนลั่น

ทุกคนหันมามองเด็กชายเป็นตาเดียว จางเหว่ยชักสีหน้าไม่พอใจ “อี้เฉิน ผู้ใหญ่กำลังคุยธุรกิจ เด็กไม่เกี่ยว อย่ามาก่อกวน”

“ผมไม่ได้ก่อกวน!” เสิ่นอี้เฉินเถียง “ก็... ก็ยัยเด็กในตะกร้านั่นบอกว่า หินก้อนที่ลุงจางเชียร์น่ะ ข้างในมันเน่า! มีแต่รอยร้าว!”

“เด็กในตะกร้า?” จางเหว่ยหันมามองกลุ่มหลินต้าไห่ด้วยสายตาเหยียดหยาม “นี่พวกแกเป็นใคร? ขอทานมาจากบ้านนอกเหรอ? กล้าดียังไงเอาลูกเล็กเด็กแดงมาหากินแถวนี้! แล้วยังมาเป่าหูลูกชายคุณเสิ่นอีก!”

หลินต้าไห่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว รีบก้มหัวขอโทษ “ขอโทษครับนายท่าน! พวกผมไม่ได้ตั้งใจ! ลูกผมยังเล็ก แกพูดไม่ได้หรอกครับ คุณหนูคงเข้าใจผิด...”

“ผมไม่ได้เข้าใจผิด!” เสิ่นอี้เฉินยืนยันหนักแน่น เขาหันไปหาหลินซีอวี้ในตะกร้าอีกครั้ง “นี่เธอ! ถ้าก้อนนั้นไม่ดี แล้วก้อนไหนดี? รีบบอกมาสิ!”

หลินซีอวี้รู้ว่าไม่มีเวลาให้ลังเลแล้ว โอกาสทองอยู่ตรงหน้า ถ้าปล่อยให้เสิ่นฮ่าวเทียนซื้อหินเน่าไป เขาก็จะหมดตัว และประวัติศาสตร์อาจจะเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

“บอกพ่อของนาย! ให้ไปซื้อหินสีดำก้อนเท่าลูกแตงโม ที่กลิ้งอยู่ตรงกองขยะนั่น!”

เสิ่นอี้เฉินพยักหน้า หันไปบอกพ่อทันที “พ่อ! ซื้อก้อนดำๆ ตรงกองขยะนั่น! ยัย... เอ่อ ทารกคนนี้บอกว่า ก้อนนั้นมีของดี!”

จางเหว่ยระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น “ฮ่าๆๆๆ! โอ๊ย ขำจนท้องแข็ง! อี้เฉินเอ๊ยอี้เฉิน นี่หลานเชื่อคำพูดของทารกบ้านนอก ที่บอกให้พ่อซื้อหินขยะเนี่ยนะ? พี่เสิ่นครับ ลูกพี่สงสัยจะโดนพวกสิบแปดมงกุฎบ้านนอกนี่หลอกเอาแล้ว!”

คำดูถูกเหยียดหยามที่สาดใส่หลินต้าไห่ ทำให้หลินซีอวี้โกรธจนตัวสั่น พ่อของเธอเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ควรถูกคนเลวแบบนี้มาดูถูก!

“พ่อ! อย่าไปยอมมัน! มันด่าเราว่าเป็นขอทาน!” หลินซีอวี้ส่งกระแสจิตที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวไปหาพ่อ “เข้าไปเลยพ่อ! เข้าไปบอกมันว่า เราจะซื้อหินก้อนดำนั่นเอง! ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร!”

แรงกระตุ้นจากลูกสาว บวกกับศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่ถูกเหยียบย่ำ ทำให้หลินต้าไห่ลืมความกลัวไปชั่วขณะ เขายืดอกขึ้น เดินก้าวสามขุมเข้าไปในวงล้อม

“เดี๋ยวครับ!” หลินต้าไห่พูดเสียงดังฟังชัดเป็นครั้งแรก “ถ้าคุณชายเสิ่นไม่สนใจหินก้อนดำนั่น... ผมขอซื้อต่อครับ!”

จางเหว่ยหันมามองชายชาวนาด้วยสายตาดูแคลนถึงขีดสุด “แกเนี่ยนะ? น้ำหน้าอย่างแกจะมีปัญญาซื้อ? หินก้อนนั้นถึงจะเป็นขยะ แต่เถ้าแก่เขาก็ขายตั้ง 200 หยวนนะเว้ย! แกมีเงินเหรอไอ้บ้านนอก!”

200 หยวน! เงินทั้งเนื้อทั้งตัวของหลินต้าไห่มีแค่ 20 กว่าหยวนเท่านั้น! เขาหน้าซีดเผือดลงทันที

จางเหว่ยเห็นท่าทีนั้นก็ยิ่งได้ใจ “เห็นไหมล่ะ! ไม่มีเงินแล้วยังมาทำเก่ง! กลับไปขุดดินทำนาไป๊ อย่ามาเสนอหน้าแถวนี้!”

ความอับอายแล่นพล่านไปทั่วร่างหลินต้าไห่ แต่แล้ว เสียงของลูกสาวก็ดังขึ้นอีกครั้ง มั่นคงและเด็ดเดี่ยว

“พ่อ... บอกมันไปว่า เราขอวางเดิมพัน!”

“บอกมันว่า ถ้าหินก้อนดำนั่นผ่าออกมาแล้วไม่มีหยก เรายอมเป็นทาสรับใช้มันฟรีๆ สามปี! แต่ถ้ามีหยก... ให้มันกราบขอโทษพ่อเดี๋ยวนี้!”

ข้อเสนอที่บ้าบิ่นและเดิมพันด้วยชีวิตจากลูกสาว ทำให้หลินต้าไห่ชะงัก แต่เมื่อเขามองเข้าไปในดวงตาของจางเหว่ยที่เต็มไปด้วยความดูถูก... เขาก็ตัดสินใจได้

“ผมไม่มีเงิน 200 หยวนตอนนี้...” หลินต้าไห่จ้องตาจางเหว่ยกลับอย่างไม่ลดละ “แต่ผมขอวางเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของผม!”

“ถ้าหินก้อนดำนั่นผ่าออกมาแล้วเป็นหินเปล่า ผม หลินต้าไห่ จะยอมเป็นวัวเป็นม้าให้คุณใช้งานฟรีๆ สามปี! แต่ถ้าข้างในมีหยก... คุณต้องก้มหัวขอโทษที่ดูถูกผมและครอบครัวเดี๋ยวนี้!”

คำท้าทายของชายชาวนาจนๆ ทำให้ลานหินเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่จุดศูนย์กลางของความขัดแย้ง

จางเหว่ยแสยะยิ้มร้ายกาจ “ฮ่า! กล้าดีนี่หว่าไอ้บ้านนอก! ได้! ฉันรับคำท้า! มาดูกันว่าแกจะได้เป็นทาสฉัน หรือฉันจะต้องก้มหัวให้แก! เถ้าแก่! เอาหินก้อนดำนั่นมาผ่าเดี๋ยวนี้!”

การเดิมพันที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิตของหลินต้าไห่... และจุดเริ่มต้นของตำนานราชาหยก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของทุกคน และรอยยิ้มมุมปากของทารกน้อยผู้กุมความลับแห่งสวรรค์!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel