บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4: ชีวิตใหม่ในกระท่อมปลายนา

แสงแดดอ่อนจางยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้ไผ่ที่ผุพัง เข้ามากระทบเปลือกตาของ หลินต้าไห่ ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น สิ่งแรกที่เขารู้สึกไม่ใช่ความอบอุ่นจากผ้าห่มนวมหนานุ่มเหมือนในบ้านใหญ่ แต่เป็นความหนาวเหน็บที่แทรกซึมผ่านเสื้อผ้าฝ้ายบางๆ เข้ามาถึงกระดูก

ที่นี่คือ 'บ้าน' หลังใหม่ของครอบครัวตระกูลหลิน... กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านที่เคยเป็นที่เก็บฟางเก่า สภาพของมันเรียกได้ว่ามีเพียงฝาบ้านสี่ด้านที่กันลมแทบไม่อยู่ หลังคามุงจากมีรูโหว่จนมองเห็นท้องฟ้า ยามค่ำคืนลมหวีดหวิวราวกับเสียงภูตผีปีศาจร่ำไห้

ทว่า... แม้กายจะหนาวเหน็บ แต่ใจของหลินต้าไห่กลับรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด ความหนักอึ้งที่เคยกดทับอยู่บนบ่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มลายหายไป ไม่มีเสียงด่าทอของแม่เฒ่าจาง ไม่มีสายตาดูถูกเหยียดหยามของน้องชาย และไม่มีความรู้สึกผิดที่ต้องเห็นภรรยาและลูกถูกเอารัดเอาเปรียบ

เขาลุกขึ้นนั่ง มองดูภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ซูเม่ย ที่นอนตะแคงกอดลูกสาวตัวน้อยอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่เขาซ่อมแซมลวกๆ เมื่อวาน แม้ใบหน้าของเธอจะยังซูบตอบ แต่รอยย่นแห่งความทุกข์ระหว่างคิ้วนั้นจางหายไปแล้ว เธอหลับสนิทอย่างมีความสุข

“แอ้...”

เสียงร้องเบาๆ ดังขึ้น หลินต้าไห่ก้มลงมอง หลินซีอวี้ ลูกสาวตัวน้อยที่กำลังลืมตาแป๋วแหววมองเขาอยู่

“พ่อตื่นแล้วเหรอ? รีบไปดูแม่เร็วเข้า แม่หิวจนน้ำนมจะแห้งอยู่แล้ว ถ้าแม่ไม่มีนม แล้วหนูจะกินอะไรฮะ!”

เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความเจ้ากี้เจ้าการดังขึ้นในหัวของหลินต้าไห่ทันที เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ตอนนี้เขาเริ่มชินกับ 'ความสามารถพิเศษ' ของลูกสาวแล้ว และยอมรับมันว่าเป็นพรจากสวรรค์

“รู้แล้วๆ พ่อจะรีบไปหาอะไรมาให้กินเดี๋ยวนี้แหละ” หลินต้าไห่กระซิบตอบเบาๆ พลางลูบศีรษะที่มีผมเส้นบางๆ ของลูกสาว

เขาเดินออกมาหน้ากระท่อม มองดูหม้อข้าวใบเก่าบิ่นๆ ที่ขอแบ่งมาจากบ้านใหญ่ ข้างในนั้นว่างเปล่า... ไม่มีข้าวสารแม้แต่เม็ดเดียว เงินติดตัวก็ไม่มีสักหยวน เพราะแม่เฒ่าจางยึดไปหมดตามคำประกาศตัดขาดเมื่อวาน

ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ อิสรภาพนั้นหอมหวาน แต่ความหิวโหยนั้นโหดร้าย ยุคสมัยนี้แม้จะมีการปฏิรูปแล้ว แต่ในชนบทห่างไกล การหาอาหารยังต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก และตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงต่อต้นฤดูหนาว สัตว์ป่าหายาก ผักป่าก็เริ่มเหี่ยวเฉา

หลินต้าไห่หยิบจอบและตะกร้าขึ้นสะพายหลัง ตั้งใจว่าจะลองไปขุดมันเทศป่าหรือหัวมันสำปะหลังที่อาจหลงเหลืออยู่บนภูเขา

“พ่อจะไปไหน?” เสียงในหัวถามขึ้น

“พ่อจะไปขุดมันป่า เผื่อโชคดีเจอสักหัวสองหัว” หลินต้าไห่ตอบในใจ

“พ่อคิดตื้นๆ อีกแล้ว! มันป่าแถวนี้ชาวบ้านเขาขุดไปจนเหี้ยนเตียนหมดแล้ว พ่อไปก็เหนื่อยเปล่า!” หลินซีอวี้บ่นอุบ “ฟังหนูนะพ่อ ถ้าอยากได้ของดี ต้องไปที่ 'หุบเขาหลังอานม้า' ตรงริมลำธารที่มีต้นสนยักษ์ล้มขวางอยู่”

หลินต้าไห่ขมวดคิ้ว “ตรงนั้นมันอันตรายนะลูก แถมทางก็รกทึบ ไม่มีใครเขาไปกันหรอก”

“ก็เพราะไม่มีใครไปน่ะสิ มันถึงมีของดีเหลืออยู่!” เสียงเล็กๆ นั้นเริ่มเกรี้ยวกราด “พ่ออยากให้แม่กับหนูอดตายหรือไง? เชื่อหนูสิ ชาติก่อน... เอ้ย หมายถึงในฝัน หนูเห็นเทวดามาบอกว่าตรงนั้นมีขุมทรัพย์!”

หลินซีอวี้รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ความจริงแล้วในชาติก่อน ช่วงปีนี้จะมีข่าวดังในหมู่บ้านว่ามีคนไปพบแหล่งสมุนไพร 'เทียนหมา' ตามธรรมชาติที่นั่น ซึ่งขายได้ราคาดีมาก แต่คนคนนั้นดันเป็นชาวบ้านบ้านอื่นที่มาเจอโดยบังเอิญ คราวนี้เธอจะไม่ยอมให้โอกาสหลุดมือไปเด็ดขาด!

“ไปเถอะพ่อ รีบไปก่อนที่คนอื่นจะแย่งลาภเราไป!”

หลินต้าไห่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อมองกลับไปที่กระท่อมเห็นภรรยาที่ผอมโซ เขาจึงกัดฟันตัดสินใจ “ได้! พ่อจะเชื่อลูก!”

สองชั่วโมงต่อมา ณ หุบเขาหลังอานม้า

ป่าทึบที่นี่ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยเถาวัลย์ระโยงระยาง หลินต้าไห่ใช้มีดพร้าถางทางเข้ามาอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าถูกหนามเกี่ยวจนขาดวิ่นเพิ่มไปอีก แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ เดินตาม 'เสียงนำทาง' ในหัวไปเรื่อยๆ

“หยุด! หยุดตรงนี้แหละพ่อ!” เสียงหลินซีอวี้ตะโกนลั่นในหัว

หลินต้าไห่หยุดกึกตรงหน้ากอไม้ผุๆ ที่มีมอสขึ้นปกคลุม เขามองซ้ายมองขวา “ตรงนี้เหรอลูก? พ่อไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากซากไม้”

“ขุดสิพ่อ! ขุดลงไปตรงโคนไม้ผุๆ นั่นแหละ เบาๆ มือหน่อยนะ เดี๋ยวของดีจะช้ำหมด”

หลินต้าไห่วางตะกร้าลง เริ่มใช้จอบขุดดินที่ร่วนซุยอย่างระมัดระวัง ขุดไปได้สักพัก จอบของเขาก็กระทบกับวัตถุแข็งๆ บางอย่างที่มีลักษณะคล้ายหัวมันฝรั่ง แต่ผิวขรุขระและมีสีน้ำตาลเข้ม

เขาหยิบมันขึ้นมาพิจารณา หัวใจเต้นแรง “นี่มัน...”

“เทียนหมา! มันคือสมุนไพรเทียนหมาป่า!” หลินซีอวี้เฉลยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ในเมืองเขารับซื้อกันแพงมากนะพ่อ สรรพคุณแก้เวียนหัว หน้ามืด บำรุงประสาท เหมาะกับคนแก่และคนป่วย ขุดต่อเร็วเข้าพ่อ ตรงนี้ต้องมีอีกเยอะแน่ๆ!”

หลินต้าไห่มือไม้สั่นด้วยความดีใจ เทียนหมาเป็นสมุนไพรที่มีราคาจริงๆ ถ้าเอาไปขายที่ร้านยาในตัวอำเภอ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้หลายสิบหยวน พอซื้อข้าวสารได้เป็นกระสอบ!

เขาลงมือขุดอย่างบ้าคลั่งแต่ประณีต ไม่นานนัก ตะกร้าสะพายหลังของเขาก็เต็มไปด้วยหัวเทียนหมาขนาดใหญ่เกือบสามกิโลกรัม นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!

“พอแล้วพ่อ เดี๋ยวแบกไม่ไหว เอาแค่นี้ก่อน” เสียงลูกสาวเบรกความโลภของพ่อ “ตอนนี้เรามีเงินทุนแล้ว แต่ท้องยังหิวอยู่... พ่อเดินลงไปที่ลำธารข้างล่างสิ”

“จะไปจับปลาเหรอลูก? น้ำเย็นขนาดนี้ ปลาคงหนีไปจำศีลใต้น้ำลึกหมดแล้ว พ่อไม่มีแหด้วย” หลินต้าไห่แย้ง

“โธ่พ่อ! ใครเขาใช้แหจับปลาหน้าหนาวกันเล่า ใช้สมองหน่อยสิ!” หลินซีอวี้สอนมวยพ่อ “ปลาหน้าหนาวมันจะว่ายช้า พ่อไปหาจุดที่น้ำนิ่งๆ ตรงโค้งน้ำนะ แล้วมองหา 'รูหายใจ' ที่น้ำไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง หรือถ้าไม่มี พ่อก็เอาหินก้อนใหญ่ๆ ทุ่มลงไปแรงๆ ให้ปลามันมึน แล้วค่อยช้อนขึ้นมา”

“อ้อ! แล้วอย่าลืมขุดไส้เดือนตรงดินแฉะๆ ไปด้วยนะ เอาไปล่อมัน!”

หลินต้าไห่ทำตามอย่างว่าง่าย เขาลงไปที่ลำธาร หาจุดที่น้ำวนสงบนิ่ง แล้วใช้เทคนิคที่ลูกสาวบอก ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาจะได้ปลาหลีฮื้อตัวอ้วนพีขนาดสองฝ่ามือมาถึงสองตัว!

“สวรรค์... นี่ลูกพ่อเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภจริงๆ สินะ” หลินต้าไห่พึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง วันนี้ครอบครัวเขาจะไม่อดตายแล้ว!

ยามบ่ายแก่ๆ หลินต้าไห่กลับมาถึงกระท่อมพร้อมตะกร้าที่หนักอึ้งและรอยยิ้มกว้างขวาง

ซูเม่ยกำลังนั่งพับผ้าเก่าๆ อยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้ากังวล พอเห็นสามีกลับมาพร้อมตะกร้าใบใหญ่ เธอก็รีบลุกขึ้นเดินไปหา

“คุณ... กลับมาแล้วเหรอคะ? เป็นยังไงบ้าง ได้อะไรมาไหม?”

หลินต้าไห่ไม่ตอบ แต่หยิบปลาหลีฮื้อตัวใหญ่สองตัวออกมาโชว์ “ดูนี่สิอาเม่ย! เย็นนี้เรามีแกงปลาบำรุงสุขภาพกินกันแล้ว!”

ดวงตาของซูเม่ยเบิกกว้าง “ปลา! ตัวใหญ่ขนาดนี้คุณไปจับมาจากไหนคะ? แล้ว... แล้วในตะกร้านั่น...”

หลินต้าไห่วางตะกร้าลงแล้วเปิดให้ดูหัวเทียนหมาที่อัดแน่นอยู่ข้างใน “นี่คือเทียนหมา สมุนไพรหายาก พรุ่งนี้ผมจะเอาเข้าเมืองไปขาย ถ้าขายได้หมดนี่ เราน่าจะได้เงินก้อนใหญ่ พอจะซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง แล้วก็เสื้อกันหนาวใหม่ให้คุณกับลูกได้เลยนะ!”

ซูเม่ยยกมือทาบอก น้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตัน “คุณ... นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ? เมื่อเช้าเรายังไม่มีข้าวกินอยู่เลย...”

“ไม่ฝันหรอกจ้ะ” หลินต้าไห่ดึงภรรยาเข้ามากอด “บอกแล้วไงว่าผมจะเลี้ยงดูคุณกับลูกให้ดีที่สุด ต่อไปนี้เราจะไม่ลำบากอีกแล้ว”

หลินซีอวี้ที่นอนอยู่ในเปล ซึ่งพ่อเอาวางไว้ใกล้ๆ เพื่อให้อาบแดด มองภาพพ่อแม่กอดกันด้วยความสุขใจ

“เฮ้อ... ในที่สุดก็ได้กินของดีสักที” “แต่พ่ออย่าเพิ่งดีใจไปนะ นี่แค่น้ำจิ้ม! แผนการสร้างตัวที่แท้จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก พรุ่งนี้เข้าเมืองเมื่อไหร่ หนูจะพาพ่อไปถล่มตลาดหินให้ราบคาบเลยคอยดู!”

เย็นวันนั้น กลิ่นหอมของซุปปลาข้นคลั่กสีขาวนวลลอยฟุ้งไปทั่วกระท่อมร้าง หลินต้าไห่บรรจงตักเนื้อปลาส่วนพุงที่นุ่มที่สุดป้อนให้ภรรยา ส่วนซูเม่ยก็กินด้วยความเอร็ดอร่อย ร่างกายที่อ่อนล้าเริ่มได้รับสารอาหาร น้ำนมสำหรับลูกสาวเริ่มคัดตึงขึ้นมา

เสียงหัวเราะและรอยยิ้มปรากฏขึ้นในบ้านหลังน้อยที่ไร้ฝาผนังกันลม แต่มันกลับอบอุ่นยิ่งกว่าคฤหาสน์หลังไหนๆ เพราะมันคือความอบอุ่นที่เกิดจากความรัก ความหวัง และ... เสียงกระซิบแห่งอนาคตจากลูกสาวตัวน้อย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel