บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3: แผนร้ายขโมยสินเดิม

ความมืดมิดยามราตรีเข้าปกคลุมหมู่บ้านตระกูลหลิน แสงจันทร์เลือนรางสาดส่องผ่านเมฆหนาทึบลงมากระทบหลังคามุงจาก เสียงหมาเห่าหอนแว่วมาตามสายลมเย็นยะเยือก ทำให้บรรยากาศวังเวงยิ่งขึ้น

ภายในห้องนอนเล็กที่คับแคบและอับชื้น หลินต้าไห่นอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงเตา ข้างกายเขามีภรรยาที่หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียและลูกสาวตัวน้อยที่ดูเหมือนจะหลับไปแล้ว ความเงียบสงัดรอบกายไม่ได้ทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของเขาสงบลงเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์เมื่อตอนเย็นยังคงฉายชัดอยู่ในหัว ภาพน้องชายที่เขาเคยรักและเสียสละให้ทุกอย่าง กลับกลายเป็นคนโกหกปลิ้นปล้อน และแม่บังเกิดเกล้าที่ลำเอียงจนน่าใจหาย

“เฮ้อ...” หลินต้าไห่ถอนหายใจยาว เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เคยแบกไว้บนบ่ากำลังสั่นคลอน

ทว่า ในความเงียบสงัดนั้น หลินซีอวี้ที่ทุกคนคิดว่าหลับไปแล้ว กลับกำลังเบิกตากว้างอยู่ในความมืด ดวงตากลมโตส่องประกายวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังดักซุ่มรอเหยื่อ

เธอจำได้... จำเหตุการณ์ในคืนนี้ได้แม่นยำยิ่งกว่าท่องสูตรคูณ!

ในชาติที่แล้ว คืนนี้คือคืนแห่งหายนะ เป็นจุดเริ่มต้นของความล่มจมที่แท้จริงของครอบครัวเธอ หลังจากที่ หลินเจียเป่า หรืออาเล็ก ไม่ได้เงินจากพ่อไปเล่นพนัน ความโลภและความแค้นทำให้มันหน้ามืดตามัว มันจะแอบเข้ามาขโมย 'กำไลหยกจักรพรรดิ' สินเดิมชิ้นสุดท้ายของแม่ไป!

กำไลวงนั้นคือสมบัติชิ้นเดียวที่ยายทิ้งไว้ให้แม่ เป็นของดูต่างหน้าที่มีค่ามหาศาล แต่ในชาติก่อน พ่อหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้า อาเล็กจึงขโมยมันไปขายในราคาถูกแสนถูกเพื่อเอาเงินไปเข้าบ่อน พอแม่ตื่นมาพบว่ากำไลหายไป ก็ร้องไห้จนแทบขาดใจตาย ส่วนพ่อก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน

แต่ชาตินี้... อย่าหวังว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย!

“มาสิ... เจ้าอาชั่ว ถ้าแกกล้าโผล่หัวเข้ามา ฉันจะให้พ่อหักมือแกทิ้งซะ!” หลินซีอวี้คำรามในใจ

เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีสอง เสียงกรนของแม่เฒ่าจางดังลอดออกมาจากห้องใหญ่ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง

เอี๊ยด...

ประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกดันเปิดออกอย่างช้าๆ เงาตะคุ่มของคนผู้หนึ่งค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาในห้อง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระหายและดวงตาที่กลอกกลิ้งไปมาอย่างคนขี้ขลาด

มันคือ หลินเจียเป่า!

หลินต้าไห่ที่เพิ่งจะเคลิ้มหลับไปสะดุ้งตื่นทันทีเมื่อได้ยินเสียงเตือนภัยระดับสิบดังลั่นในสมอง

“พ่อ!!! ตื่นเดี๋ยวนี้! ขโมยเข้าบ้าน! มันกำลังจะไปที่ตู้ปลายเตียง!”

เสียงของลูกสาวดังก้องกังวานและเกรี้ยวกราดจนหลินต้าไห่ขนลุกซู่ เขาพยายามจะลุกพรวดพราด แต่เสียงเล็กๆ นั้นรีบห้ามไว้ทันควัน

“อย่าเพิ่งขยับ! แกล้งหลับไปก่อนพ่อ รอให้มันจับของกลางได้คาหนังคาเขา ไม่งั้นมันจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อีก!”

หลินต้าไห่กัดฟันแน่น ข่มใจให้นิ่งสงบ แกล้งทำเป็นนอนกรนเบาๆ แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเกร็งเขม็งพร้อมปะทะ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มองผ่านความมืดเห็นเงาร่างของน้องชายแท้ๆ กำลังย่องไปที่ตู้ไม้เก่าๆ ปลายเตียง ซึ่งเป็นที่ซ่อนกล่องไม้ใส่กำไลหยกของภรรยา

ความผิดหวังและความเจ็บปวดแล่นพล่านในอก นี่คือน้องชายที่เขาทำงานส่งเสียให้เรียนหนังสือ หวังให้เป็นเจ้าคนนายคน แต่มันกลับตอบแทนเขาด้วยการเป็นขโมยที่จะปล้นสมบัติชิ้นสุดท้ายของพี่สะใภ้!

หลินเจียเป่ากลั้นหายใจ มือสั่นเทาเอื้อมไปเปิดลิ้นชักตู้ไม้ เสียงไม้เก่าเสียดสีกันเบาๆ ดัง 'กึก' เขารู้ดีว่าพี่สะใภ้ซ่อนกำไลหยกไว้ในกล่องเหล็กใต้กองเสื้อผ้า

“เสร็จฉันล่ะ...” หลินเจียเป่าแสยะยิ้มในความมืด มือควานไปเจอความเย็นเยียบของกล่องเหล็ก เขารีบหยิบมันออกมาเตรียมจะยัดใส่กระเป๋าเสื้อ

วินาทีนั้นเอง เสียงคำรามของหลินซีอวี้ก็ดังสั่งการ

“ตอนนี้แหละพ่อ! จัดการมันเลย!”

'หมับ!'

มือหนาและแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กของหลินต้าไห่คว้าเข้าที่ข้อมือของน้องชายอย่างแม่นยำและรุนแรง

“เฮ้ย!” หลินเจียเป่าร้องเสียงหลงด้วยความตกใจสุดขีด กล่องเหล็กในมือร่วงหล่นลงพื้น

'เคร้ง!'

เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบสงัด ซูเม่ยสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นตระหนก

“ใคร! เกิดอะไรขึ้น!”

หลินต้าไห่ไม่รอช้า เขากระชากร่างผอมแห้งของหลินเจียเป่าเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกผนังห้องอย่างแรง

“โอ๊ย!” หลินเจียเป่าร้องโอดโอย จุกจนตัวงอ

หลินต้าไห่ลุกขึ้นจากเตียง จุดตะเกียงน้ำมันก๊าดขึ้นทันที แสงสีส้มสว่างวาบไปทั่วห้อง เผยให้เห็นภาพน้องชายที่นั่งกองอยู่กับพื้น และกล่องใส่กำไลหยกที่ตกอยู่ข้างเท้า

“เจียเป่า...” หลินต้าไห่เอ่ยชื่อน้องชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไปด้วยความโกรธจัด ดวงตาแดงก่ำจ้องมองหน้าน้องชายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “แก... แกทำอะไร?”

หลินเจียเป่าหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น “พะ... พี่ใหญ่... ผม... ผมแค่...”

“แกจะขโมยสินเดิมของพี่สะใภ้แกงั้นเหรอ!” หลินต้าไห่ตวาดลั่น เสียงดังจนบ้านทั้งหลังสะเทือน

เสียงเอะอะโวยวายทำให้แม่เฒ่าจางที่นอนอยู่ห้องข้างๆ รีบวิ่งเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง

“เกิดอะไรขึ้น! ใครตายรึไงถึงได้แหกปากดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้!” แม่เฒ่าจางตะโกนถาม แต่เมื่อสายตาของนางเหลือบไปเห็นหลินเจียเป่านั่งกุมท้องอยู่ที่พื้น นางก็กรีดร้องออกมาทันที

“ใครทำอะไรลูก! เจ็บตรงไหนลูกแม่!” นางถลาเข้าไปกอดลูกชายคนเล็ก แล้วหันขวับมามองหลินต้าไห่ตาขวาง “เจ้าใหญ่! นี่แกตีหน้าอกน้องเหรอ! แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!”

“แม่ดูเอาเองสิครับ!” หลินต้าไห่ชี้ไปที่กล่องเหล็กบนพื้น “ลูกชายตัวดีของแม่ แอบเข้ามาขโมยกำไลหยกของอาเม่ยตอนดึกๆ ดื่นๆ ถ้าผมไม่ตื่นมาเจอ ป่านนี้มันคงเอาไปขายกินในบ่อนแล้ว!”

ซูเม่ยที่เพิ่งตั้งสติได้ รีบถลาไปหยิบกล่องเหล็กขึ้นมากอดไว้แนบอก น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัว “กำไลแม่ฉัน... นี่มันของดูต่างหน้าแม่ฉันนะ...”

แม่เฒ่าจางมองกล่องในมือซูเม่ยด้วยสายตาโลภมากวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาเกรี้ยวกราดเพื่อปกป้องลูกรัก นางลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว

“ขโมยบ้าบออะไร! น้องแกมันแค่จะขอยืมไปดูเฉยๆ! ใช่ไหมเจียเป่า?” แม่เฒ่าจางหันไปพยักพเยิดกับลูกชาย

หลินเจียเป่ารีบรับมุกทันที “ชะ... ใช่ครับแม่! ผมแค่สงสัยว่าหยกมันของจริงหรือของปลอม เลยจะเอาไปส่องไฟดู พี่ใหญ่นั่นแหละ จู่ๆ ก็ลุกมาทำร้ายผม!”

“ได้ยินไหมเจ้าใหญ่!” แม่เฒ่าจางตวาด “น้องแกแค่อยากรู้อยากเห็น แกเป็นพี่ประสาอะไร ถึงกับลงไม้ลงมือกับน้องเลือดตกยางออกขนาดนี้!”

“แม่!” หลินต้าไห่ตะโกนสวนอย่างเหลืออด “คนดีๆ ที่ไหนเขาเข้ามาค้นตู้คนอื่นตอนตีสอง! แม่เลิกเข้าข้างมันแบบไม่ลืมหูลืมตาสักทีได้ไหม! นี่มันโจรชัดๆ!”

“หุบปากนะ!” แม่เฒ่าจางกรีดร้องเสียงแหลม นางชี้หน้าซูเม่ยด้วยนิ้วที่สั่นระริก “ทั้งหมดมันเป็นความผิดของนังนี่! นังตัวซวย! ตั้งแต่แกแต่งเข้ามา บ้านข้าก็มีแต่เรื่องร้อนรุ่ม! หวงสมบัติบ้าๆ บอๆ อยู่ได้ ถ้าแกกตัญญูจริง แกต้องเอาสินเดิมมาจุนเจือครอบครัวผัว ไม่ใช่เก็บซุกไว้แบบนี้!”

“นี่แกจงใจวางแผนล่อลวงลูกชายข้าให้มาติดกับใช่ไหม! นังมารร้าย!”

คำด่าทอที่ไร้เหตุผลและบิดเบือนความจริงอย่างหน้าด้านๆ ทำให้ซูเม่ยตัวสั่นจนพูดไม่ออก เธอได้แต่ร้องไห้โฮ กอดลูกสาวและกล่องสมบัติไว้แน่น

หลินต้าไห่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดซึมออกมาซิบๆ เขาจ้องมองแม่บังเกิดเกล้าด้วยความรู้สึกที่พังทลาย ความรัก ความเคารพ ความกตัญญูที่เขาเพียรพยายามทำมาตลอดชีวิต วันนี้มันถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี

เขาเห็นธาตุแท้แล้ว... ในสายตาแม่ เขาเป็นแค่วัวงาน เป็นแค่เครื่องมือหาเงิน ส่วนภรรยาและลูกของเขา เป็นแค่ส่วนเกินที่น่ารังเกียจ

ทันใดนั้น เสียงเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวก็ดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มาพร้อมความโกรธ แต่มาพร้อมกับความจริงที่เย็นยะเยือก

“พ่อ... เห็นหรือยัง? นี่คือครอบครัวที่พ่อรักนักรักหนา”

หลินซีอวี้ส่งกระแสจิตที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่ทารกน้อยจะทำได้

“ย่าไม่ได้เห็นเราเป็นคน อาเล็กก็จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อเรา ถ้าพ่อยังใจอ่อนยอมอยู่ต่อ... วันหน้าไม่ใช่แค่กำไลหยกที่จะหายไป แต่ชีวิตของแม่กับหนู ก็จะหายไปด้วย”

“พ่ออยากเห็นแม่ผูกคอตายจริงๆ เหรอ? พ่ออยากเห็นหนูอดตายหรือถูกขายไปเป็นทาสรับใช้บ้านอื่นเหรอ?”

ภาพนิมิตอันเลวร้ายฉายวาบเข้ามาในหัวหลินต้าไห่ ภาพซูเม่ยที่แขวนคอตาย ภาพลูกสาวที่ถูกเจ้านายฆ่าทิ้งแม่น้ำหวงโห...

“พ่อ... ถ้าไม่แยกบ้านวันนี้ วันหน้าเราตายกันหมดแน่! ตัดสินใจเดี๋ยวนี้!”

คำว่า 'แยกบ้าน' เหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจหลินต้าไห่ มันเป็นเรื่องใหญ่มากในสังคมชนบท เป็นเรื่องอกตัญญูร้ายแรง แต่ในวินาทีนี้... ความเป็น 'พ่อ' และ 'สามี' มันมีน้ำหนักมากกว่าคำว่า 'ลูกกตัญญู' ที่จอมปลอมนั่นแล้ว

หลินต้าไห่สูดหายใจลึก บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไป ความสับสนลังเลหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเยือกเย็นที่น่ากลัว

“พอได้แล้ว”

เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ แต่กังวานก้องจนแม่เฒ่าจางและหลินเจียเป่าต้องหยุดชะงัก

“จะเอะอะอะไรอีก!” แม่เฒ่าจางตวาด

หลินต้าไห่เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยอ่อนน้อมบัดนี้แข็งกร้าวประดุจหินผา เขาจ้องตาแม่ตัวเองกลับอย่างไม่ลดละ

“ผมขอแยกบ้าน”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังแทบไม่ได้ยิน

“กะ... แกพูดว่าอะไรนะ?” แม่เฒ่าจางถามเสียงสั่น นัยน์ตาเบิกโพลง

“ผมบอกว่า... ผมขอแยกบ้าน” หลินต้าไห่เน้นทีละคำชัดเจน “พรุ่งนี้เช้า ผมจะไปตามผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยาน เราจะแบ่งสมบัติ แบ่งที่ดิน และแยกทะเบียนบ้านกันให้เด็ดขาด ผม อาเม่ย และลูกจะย้ายออกไปเอง”

“แกกล้าเหรอ!” แม่เฒ่าจางกรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง นางทุบอกชกตัวอย่างบ้าคลั่ง “ไอ้ลูกอกตัญญู! ปีกกล้าขาแข็งแล้วจะทิ้งแม่ทิ้งน้องงั้นรึ! ฉันอุตส่าห์เลี้ยงแกมาตีนเท่าฝาหอย แกกล้าพูดคำอัปมงคลแบบนี้ออกมาได้ยังไง!”

หลินเจียเป่าหน้าซีดเผือด ถ้าพี่ใหญ่แยกบ้านไป ใครจะหาเงินให้เขาใช้? ใครจะทำงานหนักแทนเขา? “พี่ใหญ่ พี่ล้อเล่นใช่ไหม... พี่จะทิ้งผมกับแม่ได้ลงคอเหรอ”

“คนที่ทิ้งความเป็นคน ไม่ใช่พี่... แต่เป็นพวกแกต่างหาก!” หลินต้าไห่ชี้หน้าน้องชาย “แกขโมยของ แกโกหก ส่วนแม่... แม่ลำเอียงจนหน้ามืดตามัว ผมทนมามากพอแล้ว!”

“ถ้าไม่ยอมแยกบ้านดีๆ ผมจะไปแจ้งความเรื่องที่เจียเป่าพยายามขโมยของ และเรื่องที่แม่ยุยงส่งเสริม!” หลินต้าไห่ขู่เสียงแข็ง เขาไม่เคยใช้ไม้นี้มาก่อน แต่สถานการณ์บีบบังคับ

แม่เฒ่าจางชะงักกึก เธอรู้ดีว่าถ้าเรื่องถึงตำรวจ อนาคตการสอบราชการของลูกรักจะจบสิ้นทันที เธอกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น จ้องมองลูกชายคนโตราวกับศัตรูคู่อาฆาต

“ดี! ดีมาก!” แม่เฒ่าจางแค่นเสียงหัวเราะอย่างน่ากลัว “อยากแยกบ้านนักใช่ไหม! ได้! ฉันจะให้แกแยก! แต่แกจะไม่ได้อะไรติดตัวไปเลยแม้แต่แดงเดียว! ที่ดิน นาข้าว เครื่องมือทำกิน... เป็นของเจียเป่าทั้งหมด! ส่วนแก... ไสหัวออกไปแต่ตัวกับลูกเมียตัวซวยของแกซะ!”

ซูเม่ยหน้าถอดสี “แม่คะ... ทำแบบนั้นมันฆ่ากันทั้งเป็นเลยนะคะ...”

“หุบปาก!”

หลินต้าไห่ยกมือห้ามภรรยา เขาหันไปมองแม่เฒ่าจางด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่มีเยื่อใยหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

“ตกลง” หลินต้าไห่รับคำท้า “ผมไม่เอาอะไรเลยก็ได้ ขอแค่บ้านร้างท้ายหมู่บ้าน กับหนี้สินที่แม่เคยยืมป้าข้างบ้านมาซื้อยาแก้ปวดหัวให้เจียเป่า... ผมจะรับไปเอง”

“แต่จำไว้นะครับแม่...” หลินต้าไห่ก้าวเข้าไปใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “วันที่ผมก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้ คือวันที่ความเป็นแม่ลูกของเราขาดกัน อย่าได้มาทวงบุญคุณอะไรจากผมอีก”

แม่เฒ่าจางสะอึก อ้าปากค้าง พูดไม่ออก

ท่ามกลางความตึงเครียด หลินซีอวี้ที่อยู่ในอ้อมกอดแม่ ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจที่สุด

“ชนะแล้ว... ในที่สุดเราก็เป็นอิสระ!” “พ่อสุดยอดไปเลย! ถึงจะจนตรอก แต่เรามีสมองและสองมือ อนาคตข้างหน้า เราจะรวยให้พวกมันกระอักเลือดตายไปเลยคอยดู!”

แสงอาทิตย์รำไรเริ่มจับขอบฟ้า เป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่... และชีวิตใหม่ของครอบครัวหลินที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แม้จะเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ด้วยหัวใจที่แกร่งกล้าและเสียงกระซิบจากอนาคต พวกเขาจะไม่แพ้อีกต่อไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel