ตอนที่ 10 ช่วยเอาคืน
ผ่านไปเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ดนัยเริ่มให้คนออกตามสืบ เขาก็นำข่าวมาบอกเจ้านายด้วยท่าทางเร่งรีบเมื่อได้ไปรู้สิ่งสำคัญมา
“คุณท่านครับ ผมมีเรื่องจะมาแจ้งครับ”
“ว่าไง?” ภูมินทร์รีบวางปากกาลงทันที
“ถึงจะลองให้คนของเราสืบอยู่สักพักแล้ว แต่ผมยังไม่รู้ต้นเหตุของการเปลี่ยนไปของคุณไอยรานะครับ แต่ภาพจากกล้องหน้ารถที่พ่อบ้านแอบไปขโมยมาจากรถประจำตัวของคุณไอยรา ยืนยันได้ว่าเธอไปหาพี่ชายต่างแม่ที่บ้านมาครับเมื่อวันก่อน”
“กลับบ้านงั้นเหรอ?”
ภูมินทร์พึมพำด้วยความสงสัย ระหว่างที่คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม ถึงจะไม่ค่อยสนิทใจกับภรรยาที่แต่งงานกันมาหลายปี แต่เขาก็พอรู้มาบ้างว่าครอบครัวนั้นพื้นเพเป็นอย่างไร
หลังจากที่พ่อแม่เสียไปหมดแล้ว พี่น้องต่างมารดาก็ยิ่งไม่เข้าหน้ากันมากกว่าเดิม หากแต่รายงานจากเลขาส่วนตัว กลับบอกว่าเธอไปที่บ้านหลังนั้น
“ตั้งแต่ที่คุณไอยราแต่งงานกับคุณท่าน ก็นับครั้งได้เลยนะครับที่เธอจะกลับไปที่บ้านหลังนั้น แถมก็เป็นครั้งแรกที่กลับไปหลังจากที่คุณพ่อของเธอเสียอีก แบบนี้ผมว่ายิ่งน่าแปลกนะครับ”
“....” เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่กำลังตามสืบอยู่มันมีกี่เรื่องกันแน่
“เหตุผลที่ทำให้กลับไป ผมว่าคงจะเป็นเรื่องใหญ่อยู่นะครับ ถ้าจะถามเธอตรง ๆ คงไม่ยอมพูดแน่ ๆ หรือคุณท่านคิดว่ายังไงครับ?”
“คนอย่างเธอคงไม่พูดมันง่าย ๆ หรอก”
เจ้านายลูกน้องนั่งสุมหัวกันคิดหาเหตุผล “หรือว่าคุณไอยรากำลังจะเตรียมเรื่องฟ้องหย่าครับ?”
ตั้งแต่แต่งงานกัน ให้พูดตามตรงคือไอยราไม่เคยร้องขออะไรจากเขาสักอย่าง แม้แต่เงินทอง เขารู้ว่าเธอเองก็พอจะได้มรดกจากพ่อที่เสียไปบ้าง แต่ก็คงไม่มากขนาดจะสามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้
ถ้าจะขอให้พี่ชายต่างแม่ช่วยเรื่องฟ้องหย่าจริง ๆ ก็ดูจะเป็นไปไม่ได้ กลับเรื่องแค่นี้เธอทำมันเองได้อยู่แล้ว แต่ก็แลกกับเงินที่เหลือเกือบหมดตัวน่ะนะ แล้วมันจะเป็นเรื่องอะไรได้อีก?
“ผมมีอีกสองสามเรื่องที่จะต้องบอกคุณท่านด้วยครับ”
“เรื่องอะไร?”
“นอกจากจะตามสืบเรื่องปัจจุบันแล้ว ผมก็แอบตามสืบเรื่องในอดีตด้วย คุณท่านรู้ใช่ไหมครับว่าคุณไอยราเป็นลูกของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของคุณอัคระ”
“เรื่องนั้นฉันรู้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน?”
“แม่ของคุณไอยราเป็นชู้กับพ่อของเขา และอีกไม่กี่ปีต่อมาคุณไอยราถึงได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น สาเหตุเพราะว่าแม่ของเธอเลี้ยงดูเธอไม่ไหว”
“พ่อของเธอมีฐานะใหญ่โตในวงการธุรกิจ ก็คงไม่แปลกที่แม่ของไอยราจะยกให้มาดูแลต่อ”
“แต่ประเด็นสำคัญดันอยู่ตรงนี้สิครับคุณท่าน”
“แต่เรื่องที่นายพูดมาทั้งหมด ฉันก็พอจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าจะให้พูดตามตรง คุณไอยราคือลูกของชู้และการที่เธอได้เข้ามาอยู่ในบ้านของพ่อแบบนั้น คุณท่านคิดว่าฝั่งเมียหลวงจะยอมปล่อยเรื่องนี้ไปเฉย ๆ เธอจะยอมปล่อยให้หนามยอกอกเข้ามาอยู่ในบ้านได้อย่างสบายใจจริง ๆ เหรอครับ?”
“นั่นคงเป็นเหตุผลที่คุณอัคระไม่ชอบไอยรา คงเพราะเขาต้องทนเห็นแม่เสียใจที่ไอยราเข้ามาอยู่ในบ้าน”
“แม่ของคุณอัคระไม่ใช่แค่เสียใจน่ะสิครับ เพราะสามีของเธอค่อนข้างมักมากในเรื่องผู้หญิง ถึงเรื่องของคุณไอยราจะจบไป แต่ก็ยังมีเรื่องผู้หญิงคนอื่น ๆ เข้ามาไม่หยุดหย่อน”
“แล้วความโกรธและไม่พอใจก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ สินะ” ภูมินทร์พูดต่อ
“ใช่ครับ ความโกรธของแม่คุณอัคระมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แล้วคุณท่านลองคิดดูสิครับ ว่าเธอจะระบายความโกรธเหล่านั้นได้อย่างไร”
“นายจะบอกว่าเธอระบายความโกรธ และความเสียใจทั้งหมดลงไปกับตัวของไอยรางั้นเหรอ” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที
“ครับ แม่ของคุณอัคระใช้คุณไอยราเป็นเครื่องมือระบายความโกรธมาตั้งแต่ที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้าน แถมสั่งให้คุณอัคระกลั่นแกล้งคุณไอยราได้ตามใจชอบ โดยที่ฝ่ายพ่อแม้จะรู้แต่ก็ไม่สนใจ ยกเรื่องในบ้านให้แม่ของคุณอัคระดูแลจนหมด”
“บอกสิ่งที่นายรู้มาให้หมด!”
“ส่วนใหญ่คุณอัคระจะเป็นคนลงมือทำซะมากกว่าครับ ทั้งการดุด่า เสียดสีด้วยถ้อยคำ การพูดจาให้ร้าย การลงโทษต่าง ๆ ผลักตกน้ำบ้าง ไม่ให้ทานอาหารบ้าง หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยที่คุณไอยราต้องการจะเรียน ก็ไม่ให้เธอเลือก เธอทำได้เพียงต้องทำตามคำสั่งของคุณอัคระเท่านั้นครับ”
“รวมทั้งการแต่งงานด้วยสินะ”
“ครับ หลังจากที่พ่อของคุณไอยราจากไป แม่ของคุณอัคระก็เป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด จึงสั่งให้เธอแต่งงานกับคุณท่าน และตลอดหลายปีที่พวกเราสนับสนุนคุณอัคระมา แต่กลับไม่รู้เลยว่าคุณไอยราถูกกระทำยังไงบ้าง”
“....”
“ความจริงก็น่าแปลกใจตั้งแต่ที่เธอขอ ว่าห้ามบอกเรื่องที่เราหนุนหลังต่อพี่ชายต่างแม่แล้วล่ะครับ”
ภูมินทร์กำหมัดแน่น แม้จะแสดงสีหน้าเย็นชาราวกับไม่คิดอะไร ทว่าในใจเขากำลังโกรธอย่างหนักจนแทบจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้
เขารู้แล้วว่าสาเหตุที่ไอยรายอมแต่งงานอย่างง่ายดาย ก็คงเป็นเพราะคิดว่าจะสามารถพึ่งพาสามีอย่างเขาได้ อย่างน้อยชีวิตของเธอก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานจากการถูกกลั่นแกล้ง
หากแต่เขากลับไม่สนใจ เอาแต่ทำงานไม่หยุดจนเห็นว่าการแต่งงานเป็นเพียงผลประโยชน์ทางธุรกิจตามที่แม่ของอัคระที่นั่งเก้าอี้ประธานในตอนนั้นเสนอ และตอนนี้เธอคงทนไม่ไหวแล้วมากกว่าถึงได้ขอหย่ากับเขาแบบนั้น
“ปีที่คุณแม่ของคุณอัคระเสียชีวิต และคุณไอยราก็ไม่ไปที่งานนั่นนี่ครับ”
“เธอบอกว่าไม่สบาย ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร”
ภูมินทร์จำได้ว่าเขาไปที่งานนั้นเพียงคนเดียว
“แต่ความจริงแล้วคุณแม่ของคุณอัคระสั่งไม่ให้คุณไอยราไปที่งานนั้นตั้งแต่แรกครับ แม้จะตายไปแล้วเธอก็คงไม่ต้องการพบหน้าคุณไอยรา ดูท่าว่าความเกลียดชังที่มีต่อกันจะมากมายเกินกว่าที่พวกเราคิดไปมาก”
ภูมินทร์เห็นด้วยทุกประการอย่างไม่มีข้อโต้แย้งอะไรทั้งสิ้น แววตาที่มักจะเย็นชากลับฉายแววความสงสาร และเห็นใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะนึกถึงการกระทำต่าง ๆ ของเธอในอดีต
“ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่าไอยราเป็นคนหัวอ่อนมาตลอด หลายครั้งที่เธอมักจะเห็นด้วยโดยไม่โต้แย้งทั้งที่ไม่ต้องการ ไม่รู้จักปฏิเสธอะไรทั้งนั้น เอาแต่พยักหน้าเป็นหุ่นยนต์ และทำตามคำขอของคนอื่นไม่หยุดจนน่ารำคาญ”
“…”
“แต่ตอนนี้ฉันพอจะเข้าใจเหตุผลทั้งหมดแล้ว เพราะไอยราเติบโตมาด้วยชีวิตแบบนั้น และจู่ ๆ ที่เธอเปลี่ยนไปก็คงเพราะไม่ต้องการอยู่แบบนี้อีกต่อไปแล้ว”
“ถ้างั้นพวกเราทำไมไม่ช่วยคุณไอยราล่ะครับ อย่างน้อยก็ช่วยเอาคืนให้เธอสักหน่อย” ดนัยเสนอแนะ
“แน่นอนว่าฉันจะเอาคืนให้ภรรยาของฉันแน่” ภูมินทร์พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมจนน่าขนลุก “คุณท่านจะไปไหนครับ?”
หลายวันต่อมา
อัคระถูกเรียกเข้าห้องรัฐมนตรีไปตั้งแต่เข้ามาทำงาน จนตอนนี้ก็ยังมีเพียงความเงียบเท่านั้นเป็นตัวสร้างบรรยากาศชวนอึดอัด เขาที่ถูกเพ่งเล็งก็เอาแต่เงียบนั่งอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ระหว่างที่หัวก็พลางนึกไปต่าง ๆ นานา ว่ามีเหตุผลอะไรกันแน่ ทำไมตัวเองถึงมานั่งอยู่ที่นี่ได้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่เลขาสาวของท่านรัฐมนตรีจะเดินถือแฟ้มเอกสารราชกาลฉบับหนึ่งเข้ามา
“เอกสารอนุมัติแล้วค่ะท่าน”
“คุณออกไปได้แล้ว”
เลขาสาวก้มโค้งให้ก่อนเดินออกไปจากห้องทันที “คุณอัคระ ผมไม่รู้เหมือนกันนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คำสั่งเลื่อนตำแหน่งของคุณถูกระงับไว้ก่อน แล้วนี่ก็เป็นเอกสารเซ็นอนุมัติรับรองจากท่านนายก”
“มะ หมายความว่ายังไงครับท่าน ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ?”
จนถึงเวลานี้อัคระก็ยังไม่เห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง ทั้งที่ผ่านมาตลอดหลายปีเขารอคอยตำแหน่งนี้มานานมาก หากแต่อยู่ ๆ กลับมีคำสั่งระงับซะงั้น
“คุณลองคิดดี ๆ นะคุณอัคระ ผมก็เห็นอยู่ว่าคุณทำงานดี แต่หลังจากที่คุณแม่คุณเสียไป เหมือนอะไร ๆ ก็ดูจะไม่ราบลื่นเท่าไหร่เลยนะ”
อัคระคิดไม่ตกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ระหว่างที่ดวงตาก็ยังก้มอ่านข้อความในเอกสารที่รัฐมนตรีส่งมาให้อย่างตั้งใจ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เลขาคนเดิมจะเดินเข้ามา
“มาแล้วค่ะท่าน”
“เชิญเขาเข้ามา”
“รับทราบค่ะ”
อัคระเองก็ให้ความสนใจยังคนที่เดินทางถึงที่ว่าด้วยเหมือนกัน ไม่ยักรู้ว่าท่านรัฐมนตรีกำลังมีแขก แถมเขาก็ยังสามารถอยู่ในห้องนี้ต่อได้
ไม่นานเกินรอที่อัคระเอาแต่จับจ้องไปยังประตูห้องทำงานของนาย ก่อนเจ้าของร่างหนาที่ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดีจะเดินเข้ามาให้เห็น แน่นอนว่าสีหน้าตึงเครียดเมื่อครู่ พลันซีดเผือดอย่างไร้เหตุผล ยามที่ได้เจอหน้าคนที่ไม่อยากเจอเท่าไหร่นัก
“ฝีมือคุณเหรอคุณภูมินทร์?!”
“คุณอัคระ ทำอะไรก็ใจเย็นหน่อยเถอะนะ”
รัฐมนตรีออกปากด้วยตัวเองเมื่อเห็นลูกน้องในกระทรวงทำตัวไม่เหมาะสม ในที่นี้มีใครบ้างไม่รู้จักภูมินทร์ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของพรรคการเมืองที่ดันหลังรัฐบาลชุดนี้อยู่ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นน้องเขยของอัคระ แต่ก็ควรสงวนมารยาทเป็นดี
“สวัสดีครับท่านรัฐมนตรี รู้สึกเกรงใจมากที่มารบกวนท่านในวันนี้”
“สวัสดีครับคุณภูมินทร์ ไม่ถือว่าเป็นการรบกวนอะไรเลยครับ เป็นเกียรติอย่างมากที่คุณภูมินทร์เดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง”
เม็ดเงินของภูมินทร์ใหญ่ขนาดที่ท่านรัฐมนตรีก็ยังต้องลุกขึ้นจากเก้าอี้มาต้อนรับ ทั้งคู่จับมือทักทายกันตามมารยาทสากล ระหว่างที่อัคระก็เอาแต่เงียบจากคำสั่งของผู้เป็นนายอีกที
“งั้นใช้ห้องได้เลยนะครับ ผมจะออกไปดูงานนอกสถานที่พอดี”
“รบกวนด้วยนะครับท่าน ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ”
พูดเสร็จรัฐมนตรีก็เดินกลับมาหาอัคระที่ยังนั่งอยู่เก้าอี้ตัวเอง ก่อนยกมือขึ้นตบไหล่หนาเบา ๆ “นี่คือโอกาสใหม่ของคุณนะคุณอัคระ จัดการให้ดี ๆ”
ก่อนที่ห้องทำงานใหญ่ของท่านรัฐมนตรีจะเหลือเพียงแค่สองคนในนี้ ภูมินทร์เดินไปหย่อนกายนั่งลงโซฟากลางห้อง ก่อนที่อัคระจะลุกจากที่นั่งเดิมลงมานั่งตรงข้ามกัน
“คุณทำแบบนี้ไปทำไม ผมไปทำอะไรให้?”
“กับผมอาจจะไม่ แต่กับภรรยาของผม”
“ผมทำอะไร?” เหมือนว่าอัคระจะยังไม่รู้ตัวว่าภูมินทร์รู้เรื่องความสัมพันธ์ของสองพี่น้องต่างแม่ที่เกิดขึ้นในอดีตแล้ว
“ภรรยาของผมก็ตัวนิดเดียวเอง เวลาที่เธอไปเจออะไรมาก็ไม่ชอบเล่าให้ผมฟังเท่าไหร่ แบบนี้น่าสงสารมากเลยใช่ไหมล่ะครับ” คู่สนทนาเริ่มไม่พอใจกับการคุยกันอ้อมโลกของเขา “คุณจะพูดอะไรกันแน่ครับ?”
“ถ้าคุณยังจำไม่ได้ งั้นเลื่อนการรับตำแหน่งใหม่ของคุณไปก่อนดีไหม?”
“ไม่ครับ! ผมยอมแล้วอย่าทำแบบนั้นนะ จะให้ผมทำยังไงก็บอกมาสิ”
“ผมรู้นะครับว่าคนเรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ยังไงก็คงต้องฝากคุณปฏิบัติตัวให้ดีขึ้นหน่อยกับภรรยาของผม”
อัคระลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ลางสังหรณ์ของเขามันบ่งบอกว่าน้องเขยหน้านิ่งนี่รู้เรื่องที่เขาเคยทำกับไอยราแล้ว และนี่คงเป็นเหตุผลให้ภูมินทร์เข้ามาพัวพันในหลายเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขา
“แต่คุณคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรื่องแค่นี้ มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ”
ภูมินทร์เห็นถึงความฉลาดของอัคระก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจ แต่ไม่รวมกับการใช้ความหัวไวโกงกินภาษีประชาชนน่ะนะ ก่อนหน้านี้ก็ไม่คิดจะสนใจจนมีเรื่องของไอยราเข้ามา
ทำให้เขาทำการบ้านอย่างหนักทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเกี่ยวกับประวัติของชายคนนี้ ไม่คิดเลยว่านี่น่ะเหรอคนที่เขาหนุนหลังมาไม่รู้เท่าไหร่
“ผมมีเรื่องจะถามคุณ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาไอยราไปหาคุณหรือเปล่า?”
“ใช่ ยัยอัยย์มาหาผม” อัคระรีบพยักหน้ารับ
“เธอไปหาคุณทำไม เธอขอให้ช่วยอะไรอย่างนั้นเหรอ?”
“ทำไมคุณไม่ไปถามเธอเองล่ะ?”
การมาของสามีภรรยาคู่นี้ทำให้เขาต้องเดือดร้อนไปหมด ฝ่ายหญิงก็ขู่ว่าจะใช้อำนาจของสามีมาทำให้เขาเดือดร้อน ส่วนฝ่ายสามีก็ใช้อำนาจระงับการเลื่อนตำแหน่งของเขา
“สรุปคุณจะบอกหรือไม่บอกครับ?”
“บอก ๆ ผมยอมบอกแล้ว” เกือบลืมไปเสียสนิทว่าเขาไม่ควรทำให้ภูมินทร์อารมณ์เสียเอาตอนนี้
อัคระทำท่าทีอึกอักที่จะพูด แต่หากเลือกระหว่างไอยรากับสามีของเธอ แน่นอนว่าเขาเลือกภูมินทร์ เพราะก็เห็น ๆ อยู่ว่าอีกฝ่ายสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิดไปเยอะ
“ยัยอัยย์บอกว่าอยากจะให้ช่วยสืบเรื่องบ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งที่ปิดตัวไปเมื่อหลายสิบปีก่อน”
“แล้วทำไมเธอต้องขอให้คุณช่วยด้วย?”
“เพราะข้อมูลของบ้านเด็กกำพร้าหลังนั้นเป็นข้อมูลของราชการ คนทั่วไปหาไม่ได้แน่ มะ...เธอก็เลยมาขอร้องให้ช่วย”
อัคระมีเรื่องให้แปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าผู้ชายที่มาหาเขาเป็นสามีของไอยราแท้ ๆ แต่กลับไม่ถามไถ่กันเอาเอง แถมเรื่องที่ไอยรามาขอให้เขาช่วยดันเก็บเป็นความลับกับสามีตัวเองเหรอเนี่ย?
“แล้วเธอได้บอกหรือเปล่า ว่าอยากจะได้ข้อมูลบ้านเด็กกำพร้าไปทำไม”
“ผมไม่รู้หรอก เธอขอแค่ให้ช่วยสืบก็เท่านั้น”
“แล้วคุณได้ทำตามคำขอของไอยราหรือยังครับ?” ภูมินทร์ถาม
“ก็กำลังทำอยู่นี่ไง” อัคระตอบอย่างหัวเสีย “ยังไงผมก็ทำตามคำขอของพวกคุณอยู่แล้ว หลายวันก่อนนู้นยัยอัยย์ก็เอาชื่อคุณมาขู่ให้ช่วยเรื่องนี้ พอมาวันนี้คุณกลับมาด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ควรให้เกียรติกันบ้างนะครับ”
แน่นอนว่าอัคระตั้งใจสุมไฟให้ทั้งคู่แตกคอกันเอง ส่วนภูมินทร์ที่รู้อย่างนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีใดแสดงออกมาให้เห็นนอกจากสีหน้านิ่งเฉยราวกับคนที่ไม่มีความคิดอะไรในหัว
“ก็ไม่แปลกนะครับ คุณไอยรามีสามีที่สามารถคุมหัวของเธอได้ การที่เธอจะใช้ผมแอบอ้างเพราะให้คนยอมทำตาม ก็ดูจะเป็นเรื่องปกติ”
เฮอะ...ผัวเมียคู่นี้นี่มันยังไงกันแน่เนี่ย?
อัคระที่พูดป่วนไม่สำเร็จก็นึกโมโหขึ้นมาตามนิสัย แต่เอาเถอะอย่างไรซะเขาก็จะทำงานนี้ให้เร็วที่สุดแล้วกัน
