ตอนที่ 3 นางอยากแต่งกับข้าหรือ
รุ่งเช้าวันใหม่ กัวหยุนจัดเตรียมข้าวของเพื่อนำไปขายให้พ่อค้าที่รออยู่ริมฝั่งทะเล หอยที่เก็บไว้ตั้งแต่เมื่อวานยังมีไม่มากนัก นางเดินตรงไปยังชายฝั่ง เพื่อจะนำหอยในตะกร้าเล็ก ๆ ไปขายที่ตลาด ซึ่งหนึ่งตะกร้านั้นแลกเงินได้เพียงราวสามร้อยเหวิน แม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่ก็พอถูไถไปได้ในแต่ละวัน
หลังจากขายของจนหมด นางมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของหมู่บ้าน สถานที่ที่ชาวเรือมักใช้เป็นที่พัก หากคิดจะหาตัวตงจวิน นั่นย่อมเป็นที่แรกที่ควรมองหา
เพียงเหลือบสายตามองเข้าไป นางก็เห็นเขาทันที ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทำให้สะดุดตาอย่างง่ายดาย
“ตงจวิน!” กัวหยุนเปล่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงชัดเจน
เขาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้เรียกเป็นกัวหยุน ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาด้วยท่าทางสงสัย
“ท่านเรียกข้าหรือ?”
“ข้ามีเรื่องอยากคุย… ได้หรือไม่?” น้ำเสียงของนางแฝงแววกังวล แม้ลูกสาวจะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ทว่านางก็ยังไม่แน่ใจว่าฝ่ายชายจะคิดเช่นไร
ตงจวินกวาดตามองรอบด้าน เมื่อเห็นว่าแถวนั้นยังเงียบเชียบเพราะเป็นเวลาเช้า จึงพานางไปนั่งใต้ร่มไม้ริมทะเล
“มีเรื่องใดกันหรือ?” เขาถามขึ้น สีหน้าแฝงความใคร่รู้ แม้ในใจก็พอคาดเดาได้อยู่บ้าง
กัวหยุนสูดลมหายใจลึก ก่อนตัดสินใจเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
“เรื่องเมื่อวาน… ข้าขอบใจเจ้ามาก แต่ในเมื่อชื่อเสียงของหลิวซินเสียหายแล้ว เจ้าก็ยังเป็นชายโสด ข้า…จึงอยากให้เจ้ารับนางเป็นภรรยา”
คำพูดของนางพรั่งพรูออกมารวดเดียวจากความร้อนใจและห่วงใย
“ข้า?” ตงจวินชี้ที่ตัวเองอย่างไม่แน่ใจ “แต่…ลูกสาวของท่านมิใช่ว่ามีใจให้ชายอื่นอยู่?”
ภาพของหลิวซินที่เคยไปเฝ้าอยู่บ้านชายอีกคนยังติดตา จึงอดตั้งคำถามไม่ได้
กัวหยุนส่ายหน้าเบา ๆ แววตาหนักแน่น
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล แต่ก่อนนางอาจคิดน้อยไป… แต่ตอนนี้นางเปลี่ยนไปแล้ว นางบอกข้าว่า หากต้องแต่งกับเจ้า นางก็ไม่ขัดข้อง”
รอยยิ้มบางคลี่ขึ้นบนใบหน้าเมื่อกล่าวจบ
“นาง…ไม่โกรธข้าเลยหรือ? ถ้านางไม่โกธข้า ข้าก็ตกลง” เขาถามอีกครั้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
“เปล่าเลย นางยังกล่าวขอบคุณเจ้าด้วยซ้ำ ในเมื่อเจ้าตกลงแล้ว ก็อย่าลืมให้แม่สื่อมาสู่ขอด้วยเล่า” กัวหยุนย้ำเตือนด้วยความหวังดี เพราะรู้ดีว่าตงจวินอยู่ลำพัง คงไม่สันทัดในเรื่องพิธีการ
“ข้ารู้แล้ว หากได้วันใดจะรีบมาบอกท่าน” เขารับคำอย่างมั่นคง แม้รู้ดีว่าชื่อเสียงของหลิวซินอาจไม่งดงามนักในสายตาผู้อื่น แต่หากใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความเข้าใจ วันหนึ่ง… บางทีนางอาจเปิดใจให้เขาก็เป็นได้
“ตกลงตามนี้ เช่นนั้น… ข้าขอตัวก่อน” นางกล่าวด้วยแววตาเบาใจ ก่อนรีบเดินกลับไปแจ้งข่าวดีกับบุตรสาว
ตงจวินมองตามแผ่นหลังของหญิงวัยกลางคนด้วยความครุ่นคิด ในเมื่อชีวิตคู่กำลังจะเริ่มต้น เขาก็ต้องหมั่นออกเรือมากขึ้น แม้เงินที่มีจะเพียงพอสำหรับตั้งตัวโดยไม่ให้นางต้องลำบาก แต่เขายังอยากมอบชีวิตที่ดีกว่าให้กับหลิวซิน
ฝ่ายกัวหยุน หลังได้รับคำตอบอันน่าพึงใจ นางเดินผ่านลานทรายซึ่งชาวบ้านมักมารวมตัวกันเก็บหอยยามเช้า แต่ยังไม่ทันได้นั่งพัก เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
“กัวหยุน! ได้ข่าวว่าลูกสาวเจ้าจมน้ำ แล้วใครเป็นคนช่วยไว้ล่ะ?”
นางเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง พบหญิงวัยกลางคนผู้ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก จึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ใครจะช่วย นั่นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้าหรอก”
แต่คำถามกลับยังไม่จบเพียงเท่านั้น เสียงของป้าหูหลัน ผู้เห็นเหตุการณ์เมื่อวาน เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“จะเป็นใครได้ล่ะ ก็เจ้า ตงจวิน นั่นแหละที่กระโดดลงไปช่วย!”
คำพูดนั้นดังกังวานจนผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างหันมาฟังกันเป็นตาเดียว
“ตงจวินงั้นหรือ? เขาเป็นผู้ชายนะ แบบนี้ชื่อเสียงของหลิวซินจะไม่เสียหายหรือไร?”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบบริเวณ บรรดาชาวบ้านที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บหอย ต่างชะงักมือ แล้วเงยหน้าขึ้นรับฟังเรื่องราวด้วยความสนใจ
กัวหยุนกวาดตามองโดยรอบ เห็นแววตาของทุกคนจับจ้องมาอย่างอยากรู้ นางจึงไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยเสียตั้งแต่ต้น เรื่องซุบซิบนินทาก็คงไม่ลุกลามไปไกลกว่านี้
“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องลูกสาวของข้าอีกแล้ว” นางประกาศเสียงดัง “อีกไม่กี่เดือน ทั้งสองจะแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ ข้าขอให้พวกเจ้ารับรู้ไว้ จะได้ไม่เอาเรื่องของหลิวซินไปพูดเพี้ยนให้ใครเข้าใจผิดอีก”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศ นางก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ไม่ต้องการเสียเวลากับคำพูดของผู้คนที่เอาแต่ตัดสินผู้อื่นจากเปลือกนอก
“เมื่อครู่… นางพูดว่าอะไรนะ? หรือว่าข้าหูฝาด?”
หญิงคนหนึ่งหันไปถามเพื่อนบ้านที่ยืนอยู่ใกล้
“เจ้าไม่ได้ฟังผิดหรอก กัวหยุนบอกว่า…หลิวซินจะแต่งงานกับตงจวิน!”
“ไม่น่าเชื่อเลย ว่าหลิวซินจะยอมตกลงง่ายดายถึงเพียงนี้…”
เสียงซุบซิบเริ่มกระจายออกไปทั่วบริเวณ บรรดาชาวบ้านต่างถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน บ้างยินดี บ้างสงสัย บ้างตั้งข้อครหา แต่ในหมู่ผู้คนเหล่านั้น มีเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่รับฟังด้วยหัวใจแตกสลาย
เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปดั่งใจ นางจึงค่อย ๆ ถอยออกจากฝูงชนด้วยความเงียบงัน ราวกับไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นความปวดร้าวในแววตา
“พี่ตงจวินจะแต่งงานแล้ว… แถมยังเป็นกับหลิวซินอีกด้วย…”
เหอซานพึมพำกับตนเองเบา ๆ ใจหนึ่งก็อยากเอ่ยถามความจริงจากปากเขา แต่เวลานี้ชายหนุ่มคงออกเรือไปกลางทะเลเสียแล้ว สายเกินกว่าจะไขความสงสัยให้กระจ่าง
ในขณะที่ผู้คนยังวุ่นวายกับความคิดของตน หลิวซินกลับเงียบงัน ราวกับไม่ได้ยินเสียงใด ๆ นางกำลังจมอยู่ในห้วงความทรงจำเก่า ก่อนจะย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกครา
ในชาติที่แล้ว นางแต่งเข้าสู่เรือนของตงจวิน แต่กลับทอดทิ้งมารดาให้อยู่ลำพัง มิหนำซ้ำ ยังเพิกเฉยต่อสามี ไม่เคยดูแลเขาอย่างที่ควร ท่าทีของตงจวินก็ไม่ต่างกัน เย็นชา ห่างเหิน ทั้งสองไม่เคยมีคำพูดดี ๆ ต่อกันเลยสักครั้ง
ยามนี้ หมู่บ้านอิ่นชวนยังคงเป็นเพียงชายฝั่งสงบเงียบ แต่ไม่นานจากนี้ จะกลายเป็น “ท่าเรืออิ่นชวน” แหล่งค้าขายที่ทางการจะเข้ามาพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
ในอนาคตจะมีร้านรวงเกิดขึ้นมากมาย และที่ดินแถบนี้จะมีค่าจนยากจะเอื้อมถึง
ชาติที่แล้วนางมัวเมาอยู่กับเรื่องของบุรุษ จนละเลยเรื่องเงินทองและอนาคต ครานี้… นางจะไม่ยอมพลาดอีก เป้าหมายของนางมีเพียงสิ่งเดียว ครอบครัว
อีกเหตุผลหนึ่งที่ยอมแต่งกับตงจวิน ก็คือบ้านของเขาตั้งอยู่ติดชายฝั่ง มีที่ดินกว้างขวาง และศักยภาพในการพัฒนา นางตั้งใจจะสร้างรายได้จากจุดนั้น แต่แผนทุกอย่างยังต้องพูดคุยกับตงจวินให้ชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อตัดสินใจได้แน่วแน่ นางจึงลุกขึ้น เดินตรงไปยังชายฝั่ง
ครั้งหนึ่งนางว่ายน้ำไม่เป็น แต่บัดนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ในอีกโลกหนึ่ง นางเคยฝึกว่ายน้ำจนชำนาญ เคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว
กลับเข้าบ้าน นางค้นหาเสื้อผ้าที่ใช้ลงน้ำได้ พบเพียงผ้าสีดำที่เมื่อเปียกน้ำแล้วจะรัดแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนชัดเจน หากสวมใส่ต่อหน้าผู้คน อาจกลายเป็นเป้าสายตาโดยไม่ตั้งใจ
แต่ทว่าจะมีเสื้อผ้าแบบใดบ้างหรือที่สามารถใส่ลงน้ำโดยไม่แนบเนื้อ?
ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงตัดสินใจหาสถานที่ลับให้พ้นจากสายตา
ทันใดนั้น ภาพของเกาะเล็ก ๆ ซึ่งเคยไปพบโดยบังเอิญก็ผุดขึ้นในความคิด มันตั้งอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง และเงียบสงบพอจะใช้เป็นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างปลอดภัย
นางไม่รอช้า รีบหยิบตะกร้ามาคล้องแขน ใส่ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ลงไป ก่อนมุ่งหน้าไปยังทะเลอีกครั้ง วันนี้… นางตั้งใจว่าจะต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด
ระหว่างทาง นางเดินผ่านกลุ่มชาวบ้านที่กำลังทำงาน ต่างก็หันมามองนางด้วยสายตาฉงน
น่าแปลกนัก… หรือว่าทุกคนรู้กันหมดแล้วว่านางตอบรับการแต่งงานกับตงจวิน?
หากเป็นเช่นนั้นก็ดี จะได้ไม่มีใครมาซักไซ้ให้มากความอีกต่อไป
