ตอนที่ 4 พาสามีไปหาหมอ
ตอนที่ 4 พาสามีไปหาหมอ
เช้าวันใหม่ เหมยหลินลืมตาตื่นแต่เช้าตรู่ เธอมองสามีที่ยังคงนอนหลับอยู่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ลูกๆ
กลิ่นหอมของข้าวผัดลอยอวลไปทั่วบ้าน เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังเป็นจังหวะ ขณะที่เธอผัดข้าวอย่างตั้งใจ เหมยหลินใส่ใจทุกรายละเอียดในการปรุงอาหาร แม้จะเป็นเพียงข้าวผัดธรรมดา แต่เธอก็อยากให้ลูกๆ ได้กินอาหารที่อร่อยที่สุด อยากให้พวกเขาจดจำรสชาติฝีมือของแม่
หลังจากทำข้าวผัดเสร็จ เธอก็ยกกะละมังใส่น้ำเดินไปหาสามีที่ห้อง
"แปรงฟันก่อนนะคะ"
เธอค่อย ๆ ช่วยสามีแปรงฟันและล้างหน้า ก่อนจะเช็ดตัวให้เขาด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น
ในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็ดังมาจากห้องนอนที่อยู่ข้าง ๆ กู้เจิ้งอี้ลูกชายคนโต พาน้องๆไปล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะพากันมานั่งกินข้าวที่โต๊ะอาหาร
เหมยหลินป้อนข้าวให้สามีอย่างใจเย็น รอจนกว่าเขาจะกินอิ่ม เธอจึงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมา ข้างในคือเครื่องเพชรชุดแต่งงานที่กู้เว่ยหมิงเคยให้เธอ มันเป็นของล้ำค่าชิ้นสุดท้ายที่เธอมี
“เจิ้งอี้ แม่ต้องออกไปธุระข้างนอกสักพัก ดูแลน้องๆ ไปโรงเรียนด้วยนะลูก เดี๋ยวแม่จะรีบกลับมา” เหมยหลินบอกลูกชายคนโต
“ครับเดี๋ยวผมดูแลน้องๆเอง”
เหมยหลินเดินมาถึงร้านรับซื้อเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในย่านนั้น เจ้าของร้านเป็นชายวัยกลางคนท่าทางเจ้าเล่ห์ เขาหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูเครื่องเพชรอย่างพินิจพิเคราะห์
“ของเก่านะ ราคาตกมากแล้ว ให้ได้แค่หนึ่งพันหยวน” เจ้าของร้านบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณคะ นี่มันเพชรแท้นะคะ ตอนซื้อมาราคาสองพันห้าร้อยหยวน” เหมยหลินพยายามต่อรอง น้ำตาคลอ
“จะเอาไหมล่ะ ถ้าไม่เอาก็เอากลับไปได้เลย” เจ้าของร้านพูดเสียงห้วน
เหมยหลินยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับข้อเสนอ เธอไม่มีทางเลือก เงินจำนวนนี้อาจจะพอพาสามีไปหาหมอได้บ้าง แม้จะเจ็บปวดที่ต้องขายของรักของหวงในราคาถูกแสนถูก แต่สุขภาพของสามีสำคัญกว่า
เธอรับเงินมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกหม่นหมอง แต่ในใจก็คิดถึงใบหน้าของสามีและลูกๆ ที่รออยู่ที่บ้าน เธอต้องรีบกลับไปหาพวกเขา พาสามีไปหาหมอ และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
"คุณลุงคะ ไปโรงพยาบาลในเมืองแล้วกลับมาที่นี่ราคาเท่าไหร่คะ?" เหมยหลินถามคนขับสามล้อที่จอดอยู่หน้าปากซอย
คนขับสามล้อวัยกลางคนมองดูเหมยหลินก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงใจดี "สิบห้าหยวนครับ รวมค่ารอด้วยนะ"
เหมยหลินกำเงินในกระเป๋าแน่น เงินหนึ่งพันหยวนที่ได้มาจากการขายเครื่องเพชรจะต้องใช้อย่างประหยัดที่สุด เธอลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ "ถ้าไม่รอล่ะคะ? พอจะลดราคาให้ได้ไหม?"
คนขับสามล้อมองดูสีหน้าของเหมยหลินที่ดูกังวล "งั้นสิบหยวนก็ได้ครับ"
"ขอบคุณมากค่ะ" เหมยหลินรีบตอบรับด้วยความโล่งอก ถ้าขากลับเธอจ้างรถสามล้อคันอื่นได้สิบหยวนเหมือนกัน เธอก็จะประหยัดเงินได้ตั้งสิบหยวน
เหมยหลินบอกให้รถสามล้อมาจอดตรงหน้าประตู เจิ้งอี้ช่วยแม่พยุงพ่อขึ้นนั่งบนสามล้อ รถสามล้อค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากซอยแคบๆ มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่
สามล้อแล่นผ่านตึกรามบ้านช่องที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากย่านที่อยู่อาศัยเป็นย่านการค้า ผู้คนเริ่มพลุกพล่านมากขึ้น เสียงรถราและเสียงพูดคุยของผู้คนดังแว่วมาเป็นระยะ ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปทำภารกิจของตัวเอง
“ถึงแล้วครับ” คนขับสามล้อกล่าวขณะที่จอดรถหน้าอาคารสีขาวขนาดใหญ่
เหมยหลินรีบลงจากรถและเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยเข็นรถเข็น เธอและเจิ้งอี้ช่วยกันประคองกู้เว่ยหมิงลงจากสามล้อและนั่งบนรถเข็น
“ขอบคุณมากนะคะ คุณลุง” เหมยหลินยื่นธนบัตรสามสิบหยวนให้คนขับสามล้อ
“ครับ ขอให้สามีของคุณหายเร็วๆ นะครับ” คนขับอวยพรก่อนจะขับรถจากไป
เหมยหลินมองป้ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ตรงหน้า หัวใจเต้นแรงด้วยความหวังและความกังวล เธอหวังว่าการมาโรงพยาบาลครั้งนี้จะช่วยให้สามีของเธอกลับมาเดินได้อีกครั้ง
“ไปกันเถอะค่ะ” เธอพูดพลางเข็นรถให้สามี โดยมีเจิ้งอี้เดินตามมาติดๆ
ภายในโรงพยาบาล ผู้คนพลุกพล่านกว่าที่คาด เหมยหลินต้องยืนต่อแถวที่แผนกต้อนรับนานพอสมควรกว่าจะได้บัตรคิว เธอพยายามอธิบายอาการของสามีให้พยาบาลฟังอย่างละเอียด
“รอเรียกชื่อที่ห้องตรวจกระดูกและข้อนะคะ” พยาบาลบอกพลางยื่นเอกสารให้
เหมยหลินพาครอบครัวไปนั่งรอที่หน้าห้องตรวจ เธอกุมมือสามีไว้แน่น “อดทนอีกนิดนะคะ เดี๋ยวก็ถึงคิวเราแล้ว”
กู้เว่ยหมิงบีบมือภรรยาเบาๆ “ขอบใจนะที่พาผมมาหาหมอ”
เจิ้งอี้นั่งมองพ่อแม่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ
เสียงเรียกชื่อดังขึ้นจากห้องตรวจ เหมยหลินลุกขึ้นทันที “คุณกู้เว่ยหมิงค่ะ เชิญเข้าพบแพทย์ได้”
ทั้งครอบครัวเข้าไปในห้องตรวจด้วยความหวัง แพทย์ตรวจร่างกายกู้เว่ยหมิงอย่างละเอียดและส่งไปเอกซเรย์เพิ่มเติม
“คุณหมอครับ ผมจะมีโอกาสกลับมาเดินได้อีกไหม” กู้เว่ยหมิงถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หมอจางหมิ่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อที่มีชื่อเสียงที่สุดของโรงพยาบาล พินิจดูฟิล์มเอกซเรย์อย่างละเอียด ก่อนจะหันมายิ้มให้กำลังใจคนไข้
“มีความหวังครับ กระดูกสันหลังของคุณไม่ได้เสียหายมากเกินไป แต่กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอ่อนแรงจากการไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน” หมออธิบาย “ถ้าทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ ผมเชื่อว่าคุณมีโอกาสกลับมาเดินได้อีกครั้ง”
น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบแก้มของเหมยหลิน เธอบีบมือสามีแน่นขึ้น “ได้ยินไหมคะ? คุณมีโอกาสหายดีนะคะ”
กู้เว่ยหมิงพยักหน้า น้ำตาคลอ เขาไม่เคยคิดว่าจะกลับมามีความหวังอีก
คุณหมออธิบายขั้นตอนการทำกายภาพบำบัดอย่างละเอียด พร้อมสาธิตท่าบริหารต่างๆ ให้เหมยหลินดู เธอจดจำทุกขั้นตอนอย่างตั้งใจ
“ต้องทำวันละสองครั้ง เช้าเย็น ครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน” คุณหมอกำชับ “และต้องมาพบผมเดือนละครั้งเพื่อติดตามผล”
เหมยหลินคำนวณค่าใช้จ่ายในใจ เงินที่ได้จากการขายสร้อยเพชรคงพอสำหรับการรักษาในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นเธอต้องหาทางหาเงินเพิ่มอีก
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ” เหมยหลินกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
เมื่อออกจากห้องตรวจ ทั้งครอบครัวก็รู้สึกมีความหวังมากขึ้น แม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่พวกเขาจะเดินไปด้วยกัน
รถสามล้อคันใหม่แล่นมาจอด เหมยหลินต่อราคาจนคนขับลดให้เหลือสิบหยวน พวกเขาช่วยกันพยุงหลี่เจียงขึ้นรถ มุ่งหน้ากลับบ้านพร้อมกับกำลังใจที่เต็มเปี่ยม
เมื่อถึงบ้าน เหมยหลินจัดการทำกายภาพบำบัดให้สามีทันที โดยมีเจิ้งอี้คอยช่วยเหลือ แม้จะเจ็บและเหนื่อย แต่กู้เว่ยหมิงก็ทนทำตามขั้นตอนทุกอย่าง
“เจ็บไหมคะ?” เหมยหลินถามด้วยความเป็นห่วง
“เจ็บนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร” กู้เว่ยหมิงตอบพลางฝืนยิ้ม “ผมจะพยายามให้เต็มที่”
เหมยหลินรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่อย่างน้อยก็มีความหวัง และนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอสู้ต่อไปเพื่อครอบครัว
ค่ำวันนั้น ขณะที่ลูกๆ เข้านอนกันหมดแล้ว เหมยหลินนั่งข้างเตียงสามี กุมมือเขาไว้
“ขอบคุณนะที่ไม่ทิ้งผมไป” กู้เว่ยหมิงกระซิบ
“ต่อให้ฉันจะต้องตาย ฉันก็จะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีกเด็ดขาด” เหมยหลินตอบพลางยิ้ม “พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำกายภาพบำบัดนะคะ”
กู้เว่ยหมิงพยักหน้า มองภรรยาด้วยความรักและซาบซึ้งใจ เขารู้ว่าเธอต้องเสียสละมากมายเพื่อเขา ที่ผ่านมาแค่เธอเลี้ยงลูกทั้งสามคนก็เหนื่อยมากพอแล้ว และเขาสัญญากับตัวเองว่าจะต้องหายดี เพื่อจะได้กลับมาดูแลครอบครัวอีกครั้ง
