คนที่ตายไปแล้วอย่าพูดถึง2
คำพูดเจ็บแสบนั่นมาจากซื่อหยวนสามีของนาง แต่นางกลับไปโกรธ ยกยิ้มอ่อนหวานให้เขาแทนก่อนจะหันไปหา
“ท่านพี่ คนที่ตายไปแล้วเช่นข้าคนก่อนอย่าพูดถึงอีกเลย!!” นางสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูง ก่อนจะดึงมือเขามากุมไว้
“ข้าเปลี่ยนไปแล้ว จากนี้ท่านดูได้เลยว่าสตรีที่ซื่อสัตย์ และสะใภ้ที่แสนดีคนนี้จะทำได้อย่างปากพูดหรือไม่ หากข้าร้องขอจะหย่ากับท่านอีก ข้าจะไม่ขอสิ่งใดติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว!” สายตาเย็นชาเหลือบมองนางเพียงแวบเดียว
“อย่าก่อเรื่องอีก มารดาข้าป่วยใจเพราะเจ้ามาแรมเดือน หากจะไป รอเวลาที่เหมาะสมข้าจะหย่าให้” เสียงกระซิบนั้นนางได้ยินเต็มสองหู ขุ่นคิดว่าเขาคงไม่อาจวางใจกับตัวนางได้อีก มือเล็กจึงเอื้อมไปกอดแขนเขาเอาไว้แน่น
“เช่นนั้นท่านก็รอไปเถอะ เพราะจากนี้…ข้าคือภรรยาของท่าน จงทำตัวดีๆกับข้า ข้าจะสนับสนุนเรื่องสอบบัณฑิตระดับมณฑลของท่านเอง” เขามองนางอย่างตื่นตะลึง ท่าทาง สนิทสนมนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายร้อยวันแล้ว
นางขอแยกห้องนอนไปนานแล้ว และก็เพราะตัวนางเอง เขาจึงพลาดการสอบบัณฑิตระดับมณฑลในครั้งที่แล้วไป เพียงเพราะนางอาละวาดที่ม่ออวี๋เดินทางเข้าเมืองกับเขา จนสุดท้ายเขาต้องยืนยันความบริสุทธิ์ว่าจะไม่ไปกับม่ออวี๋ให้นางสบายใจ
“เจ้าหมายความว่าอะไร?” เขาจับไหล่บอบบางของนางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตามีแต่ความเคลือบแคลงสงสัย
“ข้าหมายความตามที่พูด จากนี้ท่านอ่านตำราให้หนัก คัดลอกตำราแล้วเก็บเงินเอาไว้ อย่าได้เอาออกมาใช้ฟุ่มเฟือย ข้าจะรับงานปักแทนแม่สามีเอง สนับสนุนท่านสอบให้ได้!!”
ตระกูลฝานไม่ได้มีแต่สามีของนางและแม่สามี ยังมีพี่ชายคนโตและพี่สะใภ้ที่ตอนนี้ยึดอาชีพหาของป่าขาย เพราะตระกูลฝานไม่มีที่ดินทำกิน การทำไร่ทำนานั้นตัดไปได้เลย ที่ดินแม้ครึ่งหมู่ก็ไม่มีให้เอ่ยถึง
“เมิ่งหลานเจ้าขยับมานี่หน่อย” หลังจากคนเป็นสามีเดินออกไปเหมือนวิญญาณหลุดลอย นางกลับมานั่งริมหน้าต่างมองไปยังพี่สามีและพี่สะใภ้ที่อยู่ในเขตรั้วเดียวกันด้วยการใช้ความคิดบางอย่าง จู่ๆแม่สามีที่นอนบนเตียงก็เรียกนางเสียงเบา
“เจ้าค่ะท่านแม่” นางขยับไปใกล้ก่อนจะเห็นท่านไอจนตัวโยน
“ผ้าปักนี้แม่ใช้แรงที่พอมีอยู่บ้างปักได้20ผืนพอดี หากซื่อหยวนเข้าเมืองเจ้าเองก็ไปกับเขา เอาผ้าของแม่ไปขายให้ร้านผ้าต่งฝู่ เงินที่ได้เอาไปจัดสรรซื้อข้าวปลาอาหารกลับมา” คิ้วเรียวขมวดหมุ่นก่อนจะพยักหน้า
“ก็คงต้องเป็นพรุ่งนี้เจ้าค่ะ ข้าวในครัวไม่มีแล้วจริงๆ…ท่านแม่ ท่านคิดว่าพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้จะยังเคืองข้าอยู่หรือไม่” ก่อนหน้านี้นางพยศจัด สั่งสามีให้แยกบ้านกับพี่ใหญ่ คนบ้านนั้นโกรธเคืองไม่น้อยแต่แม่สามีที่ไม่อยากมีปัญหา ก็ให้เหตุผลแทนนางว่า
…คนแต่งงานแล้วต้องแยกบ้าน…
แต่เพราะที่ดินมีแค่ที่ทำบ้าน จึงทำกระท่อมน้อยออกมาอีกหน่อย ให้เป็นเรือนหอของนางและสามี ตรงกลางคือห้องครัวติดกับห้องนอนแม่สามี ปีกขวาคือบ้านของพี่ใหญ่และพี่สะใภ้
และจากเหตุการณ์นั้นคนบ้านนั้นไม่คุยกับนางอีกเลย ออกจะชังน้ำหน้าเสียด้วยซ้ำ
“เป็นเด็กกว่าย่อมต้องเข้าหาก่อน หรงเฟยไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ พี่สะใภ้เจ้าแม้จะโกรธง่ายแต่ก็หายเร็วอยากคุยก็ลองดูเถอะ“ นางพยักหน้ารับก่อนยกน้ำอุ่นให้แม่สามีจิบ เพราะท่านไอมาหลายวัน คืนนี้นางก็ตั้งใจจะนอนเฝ้าแม่สามีอีกด้วย
”หากเข้าป่าหาของป่า ก็ต้องอาศัยพี่สามีและพี่สะใภ้ ชีวิตนี้ข้าเคยหาของป่าที่ไหนกัน!!“ เสียงบ่นงึมงำก่อนจะมองออกไปนอกท้องฟ้า แม่สามีก็ยังไอไม่หยุด
”หากฝนตกลงมา อาการแม่สามีน่าจะแย่ลงไปอีก“ นางลุกขึ้นมาตามเสียมเล็กก่อนตะโกนบอกท่าน
”ท่านแม่หากซื่อหยวนกลับมาบอกว่าข้าไปขอความช่วยเหลือจากบ้านพี่ใหญ่นะเจ้าคะ“
