ตอนที่ 4 หนังสือรับรองสิทธิ์
ที่บ้านของสกุลหลี่ จางเสี่ยวหนูนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ เธอกำลังใช้ผ้าสะอาดเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกสาวที่กำลังกินมันเทศต้มอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าของเธอกระตุกยิ้มบางๆ เมื่อจินตนาการถึงความโกลาหลที่เกิดขึ้น
‘ไป๋หลินเม่ย ขอบใจนะสำหรับเงินหกพันหยวน’ หญิงสาวคิดในใจอย่างเป็นสุข
เงินสามพันแรกใช้หนี้ให้สามี ซึ่งจริงๆ เป็นหน้าที่ของเขา แต่เธอแอบมัดมือชกในชาติก่อน ส่วนเงินสามพันที่สองนี้จะเป็นทุนชีวิตให้กับเธอและลูกสาว เงินจำนวนนี้ในปี 1988 มีมูลค่ามหาศาลพอที่จะทำให้เธอไปตั้งตัวในเมืองใหญ่ และส่งหนิงหนิงเข้าโรงเรียนดีๆ ได้อย่างสบาย
“แม่จ๋า ทำไมแม่ยิ้มล่ะคะ” เด็กหญิงเอียงคอถามอย่างไร้เดียงสา
“แม่ยิ้มเพราะเรากำลังจะไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ไงลูก ที่นั่นหนูจะได้กินของอร่อยๆ ได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ และจะไม่มีใครกล้ารังแกหนูอีกต่อไป” จางเสี่ยวหนูก้มลงหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่
เธอรู้ดีว่าคนอย่างไป๋หลินเม่ยไม่มีทางยอมเสียเงินเปล่า ความโกรธแค้นของเธอจะไปลงที่หลี่เหวินตงและแม่สามีในภายหลังแน่ ชีวิตคู่ของพวกเขาหลังจากนี้จะเต็มไปด้วยการด่าทอและระแวงแคลงใจ นั่นแหละคือบทลงโทษที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนพวกนั้น
“ในเมื่ออยากได้ผู้ชายคนนี้ไปนัก ฉันก็ขายให้ในราคามิตรภาพแล้วนะไป๋หลินเม่ย”
จางเสี่ยวหนูหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตามองไปที่กระเป๋าผ้าที่เตรียมไว้สำหรับเดินทางวันพรุ่งนี้ วันที่เธอจะได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์เสียที
“แม่คะ” เจ้าของเสียงน้อยๆ นั้นหันมามองหน้าเธอ
“ว่าไงหนิงหนิง”
“แม่จะไม่ยกหนูให้อยู่กับพ่อและย่า ใช่ไหมคะ” หนิงหนิงถามเสียงเบา มือน้อยๆ ยกขึ้นเช็ดคราบมันเทศที่ริมฝีปาก
“แน่นอนสิจ๊ะ” เธอรับปากลูกสาว ชาติก่อนลูกอ้อนวอนเรียกหาเธอ แต่หญิงสาวต้องจำใจให้ลูกไปอยู่กับอีกฝ่ายเพราะความทุกข์ยากของตน หวังจะให้ลูกสุขสบาย แต่กลับเป็นการผลักเด็กหญิงสู่ขุมนรก
“ย่าบอกว่าจะเอาหนูไปช่วยเลี้ยงน้องชาย น้องชายที่ไหนเหรอคะ หรืออารองมีลูกแล้ว” เธอเงยหน้าถามมารดา จางเสี่ยวหนูถอนหายใจ เด็กน้อยยังไม่เข้าใจว่าพ่อของเธอมีผู้หญิงอีกคนที่กำลังตั้งครรภ์
“ไม่ต้องสนใจหรอกจ้ะ หนิงหนิงจำไว้ว่ามีแค่แม่ก็พอแล้ว” เธอพูดแล้วเปียผมให้เด็กหญิงด้วยการถักเปียแบบยุคสมัยใหม่ ทำให้เด็กน้อยพอใจมาก
“สวยจังเลยค่ะ”
“แม่จะเปียผมให้ มีหลายทรงเลยล่ะที่แม่ทำได้” เธอบอกเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลังจากนี้ไปเธอจะดูแลลูกสาวคนนี้ให้ดีที่สุด
********************
ในตอนเช้า ลานบ้านไม้เก่าๆ วันนี้คลาคล่ำไปด้วยพยานชุดเดียวกับเมื่อวาน ผู้ใหญ่บ้านหวังนั่งประจำที่โต๊ะกลางบ้าน บนโต๊ะมีหนังสือสัญญาหย่าและหนังสือแบ่งทรัพย์สินวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ หลี่เหวินตงวางปึกเงินสามพันหยวนลงข้างเอกสารด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาของเขาแดงก่ำเพราะความโกรธ
“ในเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้แล้ว หลี่เหวินตง แกเซ็นชื่อในหนังสือรับรองสิทธิ์การเลี้ยงดูหนิงหนิงให้เสี่ยวหนูแต่เพียงผู้เดียว และนี่คือเงินค่าชดเชยสามพันหยวนตามที่ตกลงกันไว้ พยานทุกคนเห็นชัดเจนนะ” ผู้ใหญ่บ้านหวังกล่าวเสียงเข้ม
ชาวบ้านพยักหน้าหงึกหงัก พลางกระซิบกระซาบถึงความใจถึงของจางเสี่ยวหนูที่เรียกเงินได้มหาศาล
“เดี๋ยวก่อนค่ะผู้ใหญ่บ้าน” จางเสี่ยวหนูพูดขัดขึ้น เสียงของเธอใสแต่ทรงพลัง
“ก่อนจะเซ็นชื่อ ยังมีสินเดิมของฉันอีกอย่างหนึ่งกำไลหยกที่แม่ฉันให้ไว้ก่อนแต่งงาน เมื่อสองปีก่อนแม่สามีบอกว่าขอยืมไปใส่ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยคืนฉันเลย” สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ลู่ฉีที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างหลังลูกชาย
“อ้าว หยกของสะใภ้ก็ต้องคืนเขาสิ นั่นมันสินเดิมของทางบ้านเขา แกไม่มีสิทธิ์ยึดไว้” ผู้ใหญ่บ้านสั่ง
แม่สามีถูกกดดันจากสายตาชาวบ้านที่มองมาอย่างดูแคลน จึงจำใจเดินเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับกำไลหยกน้ำงาม แล้ววางมันลงบนโต๊ะ
“เอ้า เอาไป ของเก่าๆ แบบนี้คิดว่าฉันอยากได้นักหรือไง”
หญิงสาวรีบหยิบกำไลหยกมาตรวจสอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีรอยบิ่นเธอก็เก็บเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง
‘ของชิ้นนี้แหละที่ชาติก่อนแม่สามีเอาไปขายเพื่อเอาเงินไปให้หลี่เส้าเฉียนเรียนต่อ แต่จริงๆ น้องสามีเอาไปเล่นพนันต่างหาก ชาตินี้มันต้องกลับมาอยู่กับฉัน’
“เอาล่ะ มาถึงเรื่องสำคัญที่สุด” ผู้ใหญ่บ้านหันไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนเกาะชายเสื้อแม่
“หนิงหนิง พ่อกับแม่จะแยกทางกัน หนูอยากจะอยู่กับใคร” ผู้ใหญ่บ้านถามเสียงนุ่ม
หนิงหนิงสะดุ้งตัวโยน หลบวูบไปอยู่หลังแม่ทันที ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความกลัว
“หนูจะอยู่กับแม่ พ่อใจร้าย ย่าก็เคยแอบหยิกหนูตอนแม่ไม่อยู่ ชอบด่าหนูว่าเป็นตัวกินล้างกินผลาญ หนูจะไปกับแม่ แม่จ๋าอย่าทิ้งหนิงหนิงนะ” เด็กหญิงเงยหน้ามองมารดา น้ำตาคลอเบ้า
เสียงเล็กๆ ที่สั่นเครือแต่หนักแน่นทำให้ชาวบ้านพากันส่ายหน้า สงสารเด็กน้อยและรุมสาปแช่งความใจดำของคนบ้านหลี่
“ได้ยินชัดเจนแล้วนะเหวินตง” ผู้ใหญ่บ้านหวังตวัดปากกาเซ็นชื่อลงในเอกสาร
“ฉันเซ็นรับรองให้แล้ว พวกแกไปที่สำนักงานเขตในเมืองจิ่งเพื่อจดทะเบียนหย่าให้ถูกต้องตามกฎหมายเสีย จากนี้ไปเสี่ยวหนูกับหนิงหนิงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลหลี่อีก” เสี่ยวหนูหยิบกระดาษสัญญาและปึกเงินมาเก็บไว้อย่างมั่นคง เธอมองหน้าหลี่เหวินตงเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“ในที่สุด เราก็จบกันเสียที” เธอพูดอย่างโล่งใจ เก็บหนังสือรับรองสิทธิ์การเลี้ยงดูไว้ในกระเป๋าเสื้อ
“เราไปที่สำนักงานเขตกันเถอะ กลับมาฉันจะได้รีบเก็บของย้ายออกไป” เธออุ้มหนิงหนิงขึ้นมา ไม่ยอมปล่อยให้รออยู่บ้านกับแม่สามีใจร้าย
“ไปสิ ฉันก็อยากรีบหย่ารีบจบ” หลี่เหวินตงเองก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด ไม่ใช่เพราะเสียดายลูกสาวกับภรรยา หากแต่เสียเงินสามพันบาทไปถึงสามรอบ เงินทั้งหมดทำให้เขามีชีวิตที่สุขสบายได้เป็นปีเลยทีเดียว
พวกเขาไปที่ท่ารถเพื่อขึ้นรถประจำทาง ระหว่างทางต่างคนต่างเงียบไม่มีการพูดคุยใดๆ หลี่เหวินตงนั่งเงียบแล้วมองใบหน้าของภรรยาที่ยิ้มแย้มกับลูกสาว เธอไม่เสียใจเลยที่หย่ากับเขา มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด
“แม่คะ ดูนั่นสิ ร้านอาหารนั่นน่ากินมากเลย” หนิงหนิงชี้ไปยังร้านอาหารสาขาย่อยของภัตตาคารหรูอี้ที่รถกำลังขับผ่านซึ่งตั้งอยู่ในตำบลที่เธออยู่
“นั่นเป็นร้านอาหารของคุณน้าเม่ยเม่ย ถ้าลูกเลือกอยู่กับพ่อ ลูกจะได้กินอาหารร้านนั้นทุกวันเลยล่ะ แต่เสียดายที่ลูกเลือกอยู่กับแม่” เขาจงใจพูดให้ลูกสาวเสียดาย
“ร้านอาหารในเมืองที่อร่อยกว่านี้ก็มี เดี๋ยวแม่จะพาไปกินนะ” จางเสี่ยวหนูพูดเอาใจลูกสาวที่กำลังหน้าเสีย จนเธอยิ้มออกมาได้
‘ร้านอาหารนี้ไป๋หลินเม่ยหาข้ออ้างมาเปิดเพื่ออยู่ใกล้กับหลี่เหวินตง ลงทุนขนาดนี้เพื่อขยะชิ้นหนึ่ง ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ในหัวมีสมองหรือขี้เถ้าอยู่กันแน่’
********************