บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ชู้รัก

ภายในบ้านสวัสดิการในอาคารที่พักคนงานของโรงงานเย็บผ้าในตำบล ไป๋หลินเม่ยนั่งหน้าซีดเซียวอยู่บนโซฟา เธอเอามือกุมท้องที่เริ่มนูนเด่นชัดขึ้นทุกวัน พลางมองหลี่เหวินตงและแม่ของเขาด้วยความหงุดหงิด

บ้านพักสวัสดิการหลังนี้ เดิมทีเป็นสวัสดิการของหลี่เหวินตงที่เป็นผู้ช่วยหัวหน้าโรงงาน แต่เขามอบสิทธิ์ให้เธอมาพักอยู่ก่อน ส่วนตัวเองยังอยู่บ้านหลังเดิมของมารดา วางแผนว่าหย่าแล้วจะขายบ้านนั้นทิ้งแล้วย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน

“สามพันหยวน นังนั่นมันกล้าดียังไง นั่นมันเงินเก็บหลายปีของฉันเลยนะเหวินตง” ไป๋หลินเม่ยแผดเสียงแหลม เธอย้ายจากในตัวเมืองมายอมลำบากอยู่กับเขาในบ้านหลังนี้ก็มากพอแล้ว ยังต้องมาจ่ายเงินให้เมียของเขาอีก

“เม่ยเม่ยจ๊ะ ใจเย็นๆ ก่อน” แม่สามีรีบเข้าไปประจบ

“นังเสี่ยวหนูมันบ้าไปแล้ว แต่มันขู่ว่าจะไปประจานเรื่องของเหวินตงกับเธอที่โรงงาน เหวินตงต้องถูกไล่ออกแน่ ถ้ารู้ถึงบ้านเธอ พ่อเธอเองก็คงโมโหเขาจนไม่ยอมรับเป็นลูกเขย อีกอย่างถ้ามันไม่ยอมหย่า ลูกในท้องของเธอจะเกิดมามีชื่อในทะเบียนบ้านใครล่ะ”

ไป๋หลินเม่ยกัดริมฝีปากตนเองจนห้อเลือด ความรักที่มีต่อหลี่เหวินตงและความกลัวเสียชื่อเสียงทำให้สับสน แต่เมื่อคิดถึงสายตาชาวบ้านที่จะตราหน้าลูกของตนเอง เธอจึงตัดสินใจกระแทกมือลงบนโต๊ะ

“ก็ได้ ฉันจะให้เงินสามพันหยวนนั่นไป แลกกับการที่มันต้องหายไปจากชีวิตเราตลอดกาล แต่มีเงื่อนไขเดียว คุณห้ามเอาเด็กหนิงหนิงมาเลี้ยงดูเด็ดขาด ฉันไม่เลี้ยงลูกคนอื่นให้เปลืองข้าวสุกหรอกนะ” ไป๋หลินเม่ยตวัดสายตามองหลี่เหวินตงด้วยความโมโห

“แต่แม่ผมบอกว่าเด็กนั่นโตพอจะช่วยงานบ้านได้แล้วนะ เธอกับแม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย” หลี่เหวินตงชะงักไปเล็กน้อย

“จะเอามาทำไมให้ขวางหูขวางตา ฉันกำลังจะมีลูกชายให้คุณนะเหวินตง คุณอยากให้ลูกเราต้องมาเกลือกกลั้วกับเด็กบ้านนอกนั่นเหรอ” ไป๋หลินเม่ยตวาด

“จริงด้วยเหวินตง เชื่อเม่ยเม่ยเถอะ นังเสี่ยวหนูอยากได้ลูกนักก็ปล่อยมันไป ลำพังตัวมันเองจะเลี้ยงตัวเองยังไม่รอด ปล่อยให้มันกระเตงลูกไปอดตายข้างนอกนั่นแหละดีแล้ว ส่วนแกแต่งกับเม่ยเม่ย มีลูกชายใหม่ ชีวิตแกจะรุ่งเรืองกว่าเดิมร้อยเท่า” แม่สามีรีบสำทับทันที

เหวินตงที่มักจะหูเบาและรักความสบาย เมื่อเห็นเงินก้อนโตที่ไป๋หลินเม่ยยอมควักออกมาจากลิ้นชัก ความผูกพันเพียงน้อยนิดที่มีต่อลูกสาวก็มลายหายไปสิ้น

“ตกลง ในเมื่อเสี่ยวหนูอยากลำบากนัก ผมก็จะสงเคราะห์ให้” เขารับปึกเงินมาจากชู้รักด้วยมือที่สั่นเทา พรุ่งนี้จะรีบหย่าให้จบ แล้วรีบรวบรัดจดทะเบียนกับไป๋หลินเม่ยให้เร็วที่สุด

อีกด้านหนึ่ง บ้านสกุลหลี่ในหมู่บ้านตงเหยา จางเสี่ยวหนูนั่งมองหนิงหนิงที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอด เธอลูบแก้มตอบของลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจ ในใจนึกถึงแผนการขั้นต่อไป เธอรู้ดีว่าคนอย่างหลี่เหวินตงไม่มีทางหาเงินสามพันหยวนได้เองแน่ เงินก้อนนี้ต้องมาจากชู้รักของเขา

‘ไป๋หลินเม่ย ขอบใจนะที่ช่วยจ่ายค่าเลี้ยงดูและค่าอิสรภาพให้ฉันกับลูกในชาตินี้’ เสี่ยวหนูยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา

เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด ท้องฟ้าในปี 1988 กำลังจะเปลี่ยนไป และชีวิตใหม่ของเธอกับลูกสาวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นด้วยต้นทุนที่พวกคนโง่เหล่านั้นประเคนมาให้ถึงที่

ไม่นานเสียงฝีเท้าหนักๆ ของหลี่เหวินตงและเสียงบ่นพึมพำของแม่สามีดังใกล้เข้ามา เสี่ยวหนูที่กำลังนั่งเย็บชายเสื้อที่ขาดของหนิงหนิงอยู่ใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เธอรู้ดีว่าพวกเขากลับมาพร้อมกับสิ่งที่เธอต้องการ

หลี่เหวินตงกระแทกห่อผ้าเช็ดหน้าสีตุ่นลงบนโต๊ะไม้ เสียงธนบัตรกระทบกันหนาแน่นบอกให้รู้ว่าข้างในนั้นมีเงินไม่น้อย

“นี่เงินสามพันหยวน เอาไปซะนังตัวดี แล้วพรุ่งนี้เช้าเซ็นชื่อหย่าให้ฉัน” หลี่เหวินตงพูดด้วยน้ำเสียงอวดดี เขามองเมียตรงหน้าด้วยความรังเกียจ

“เงินนี่เม่ยเม่ยเป็นคนให้มา เธอใจกว้างกว่าเธอเยอะ”

เสี่ยวหนูมองห่อผ้าที่บรรจุเงินสามพันหยวนด้วยสายตาที่เย็นชา ในหัวของเธอหวนคิดถึงภาพจำที่เจ็บปวดในชาติที่แล้ว หลังจากเซ็นใบหย่า วันต่อมาเจ้าหนี้นอกระบบกลุ่มใหญ่ก็บุกมาพังที่พักของเธอ พวกมันอ้างว่าเธอเป็นคนค้ำประกันเงินกู้ให้หลี่เหวินตง

ในชาตินั้น อดีตสามีทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้เธอที่ไม่มีแม้แต่ข้าวกิน เธอต้องทำงานหนักจนหลังขดหลังแข็ง อดมื้อกินมื้อเพื่อชดใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่ออยู่นับสิบปี จนร่างกายทรุดโทรมและเสียโอกาสในการดูแลลูกสาวให้ดีกว่าที่ควรจะเป็น

“เก็บเงินนั่นไปก่อนเถอะ ฉันยังไม่รับตอนนี้” หญิงสาวพูดเสียงเย็น

“อะไรของแกอีก เงินก็หามาให้แล้ว จะเล่นตัวเรียกเพิ่มหรือไง อย่าให้มันมากนักนะเสี่ยวหนู” ลู่ฉีผู้เป็นแม่สามีร้องขึ้นมา

“ฉันไม่ได้จะเรียกเพิ่ม แต่ฉันต้องการให้การมอบเงินและการเซ็นเอกสารเกิดขึ้นต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านในวันพรุ่งนี้เท่านั้น ฉันต้องการให้ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นพยานว่า พวกคุณยอมจ่ายเงินสามพันหยวนเพื่อขอหย่าขาดจากฉัน และเซ็นเอกสารสิทธิ์ในการเลี้ยงดูหนิงหนิงให้เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว โดยที่พวกคุณจะไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายหรือเรียกร้องอะไรในตัวเด็กคนนี้ได้อีกตลอดชีวิต” เสี่ยวหนูจ้องหน้าแม่สามีเขม็งจนอีกฝ่ายชะงักไป

แม่สามีขมวดคิ้วคิดตามชั่วครู่ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา

“ก็ดีเหมือนกัน มีผู้ใหญ่บ้านเป็นพยานก็ดี จะได้ยืนยันว่าบ้านฉันจ่ายเงินก้อนโตให้แกไปแล้ว วันข้างหน้าถ้าแกพาลูกไปอดตาย หรือไม่มีปัญญาเลี้ยงแล้วจะซมซานกลับมาขอเงินบ้านฉันอีก แกจะได้ทำไม่ได้ มีพยานไว้นั่นแหละ ฉันเห็นด้วย”

หลี่เหวินตงพยักหน้าอย่างเห็นดีเห็นงาม เขาไม่อยากให้จางเสี่ยวหนูมีข้ออ้างกลับมาวุ่นวายกับชีวิตใหม่ที่กำลังจะรุ่งโรจน์ของเขาอีก

“ตกลง พรุ่งนี้เตรียมตัวไว้ให้ดี พอลูกสาวกำพร้าพ่ออย่างหนิงหนิงก้าวเท้าออกจากบ้านนี้ไปแล้ว อย่ามาหาว่าพวกฉันใจร้ายก็แล้วกัน”

“กำพร้าพ่อ ยังดีกว่ามีพ่อที่ใจสัตว์เหมือนนายนั่นแหละเหวินตง” จางเสี่ยวหนูสวนกลับทันควันจนเหวินตงหน้าชา

“แก” เหวินตงจะเงื้อมือขึ้น แต่หญิงสาวไม่ได้หลบ เธอจ้องกลับด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นจากชาติที่แล้ว จนเขาเป็นฝ่ายที่รู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกและต้องลดมือลงเอง

“ออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน” เธอเดินไปปิดประตูบ้านเสียงดัง ทิ้งให้สองแม่ลูกยืนสบถอยู่ข้างนอก

ไม่นานนักเสียงร้องของลู่ฉีก็โวยวายขึ้นมา เสียงบ่นว่าข้าวสารบางส่วนและไข่หลายฟองหายไป แล้วลูกสะใภ้ก็ยังไม่ทำอาหารเย็นไว้รอเธออีก

จางเสี่ยวหนูส่ายหน้า หกปีที่เธออยู่ในบ้านหลังนี้ ไม่เคยกินอิ่ม หลับๆ ไม่เคยอุ่น แม่สามีใช้งานหนักยิ่งกว่าแรงงานที่ไปใช้แรงงานในชนบทสมัยก่อนเสียอีก

แค่ข้าวกับไข่ไม่กี่ฟองยังหวงกับเธอ แล้วยังจะโยนหนี้มาให้เธออีก ชาติก่อนเธอหย่าวันนี้ พรุ่งนี้เจ้าหนี้ก็บุกมา ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ก็ให้พวกเขาชดใช้หนี้ที่ตัวเองก่อไปก็แล้วกัน

********************
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel