ตอนที่ 1 สิ่งที่ผิดพลาด
ภายในห้องนอนที่เงียบเหงาของบ้านพักคนชราในปี 2026 จางเสี่ยวหนูในวัยหกสิบสองปี นอนทอดร่างผอมบางอยู่บนเตียง กลิ่นยาและละอองความตายอบอวลอยู่ในอากาศ ดวงตาที่ฝ้าฟางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามคว้าไขว่ความทรงจำสุดท้ายที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต
‘แม่คะ ช่วยหนูด้วย’ เสียงเล็กๆ ของหนิงหนิง ลูกสาววัยห้าขวบในวันวาน ยังคงดังสะท้อนอยู่ในหัว
จางเสี่ยวหนูสะอื้นไห้ไร้น้ำตา เธอเสียใจที่วันนั้นเชื่อคำลวงของอดีตสามีว่าลูกจะอยู่อย่างสุขสบาย เธอคิดว่าตัวเองที่ออกไปแต่ตัวและไม่มีงานทำจะทำให้ลูกลำบาก จึงยอมปล่อยมือให้ลูกอยู่กับสามีและแม่สามี แต่ผลลัพธ์คือเขาแต่งงานใหม่ทันทีหลังหย่า ลูกสาวถูกแม่เลี้ยงโขกสับ กลายเป็นคนรับใช้ในบ้าน และจบชีวิตลงในสระน้ำเย็นเยียบตอนอายุเพียงสิบหกปีอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เธอยังจำความรู้สึกตอนเห็นร่างไร้วิญญาณของลูกสาวได้ดี หัวใจของเธอแตกสลาย และความแค้นนั้นก็เผาจิตใจเธอมาตลอดจนถึงตอนนี้
“ถ้าชาติหน้ามีจริง แม่จะไม่ยอมปล่อยมือหนูอีกเลย” หญิงชราพึมพำก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายแผ่วเบาลงเรื่อยๆ แสงสว่างค่อยๆ เลือนราง แล้วทุกอย่างพลันมืดสนิทลง
วูบหนึ่ง ท่ามกลางเสียงอื้ออึง เธอรู้สึกเหมือนว่าตนเองเหมือนฉุดดึงขึ้นจากน้ำแล้วหายใจออกมาดังเฮือก
“จางเสี่ยวหนู ฟังอยู่หรือเปล่า เซ็นชื่อลงในใบหย่าซะ แล้วหนิงหนิงฉันจะเป็นคนดูแลเอง” เสียงตวาดกร้าวที่คุ้นเคยทำให้จางเสี่ยวหนูสะดุ้งสุดตัว
เธอลืมตาขึ้นพบกับใบหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาคือหลี่เหวินตง อดีตสามีในวัยหนุ่มที่กำลังมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม ด้านหลังคือแม่สามีวัยกลางคนที่กำลังกอดอกมองเธออยู่ด้วยสายตาไม่ต่างกันกับลูกชาย
จางเสี่ยวหนูก้มมองมือตัวเอง มันไม่ใช่เหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ แต่มันคือมือของหญิงสาวที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาตลอดหลายปี เธอเหลือบไปเห็นปฏิทินกระดาษแผ่นเล็กบนโต๊ะ
15 กรกฎาคม 1988
หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก นี่ไม่ใช่ความฝัน เธอย้อนกลับมาในวันที่ชีวิตพังทลายลงเป็นครั้งแรก
“ฉันถามว่าได้ยินไหม เธอมันไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกหรอก ให้ลูกไปอยู่กับฉันที่ในเมืองเถอะ หนิงหนิงจะได้เรียนสูงๆ ไม่ต้องมาลำบากตรากตรำเหมือนเธอ” หลี่เหวินตงวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ที่ผุพัง มันคือคำร้องขอหย่าที่เธอเคยลงชื่อไปเมื่อสามสิบแปดปีก่อน
ในตอนนั้นเอง เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเสื้อผ้าปะชุน วิ่งเข้ามากอดขาของจางเสี่ยวหนูไว้แน่น ร่างเล็กๆ สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ฮึก... แม่จ๋า อย่าทิ้งหนิงหนิงไปนะ หนิงหนิงจะอยู่กับแม่ จะช่วยแม่ทำงาน หนิงหนิงจะไม่กินเยอะ”
น้ำตาของจางเสี่ยวหนูร่วงพรูออกมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่โหยหามาทั้งชีวิต เธอก้มลงโอบกอดลูกสาวไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นและเสียงหัวใจเต้นของลูกยืนยันว่านี่คือเรื่องจริง
เธอมองหน้าสามีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาที่ยอมจำนนเหมือนในอดีต แต่เป็นสายตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
“ฉันจะไม่หย่าถ้าต้องเสียลูกไป และจากนี้ไปแกจะไม่ได้แตะต้องลูกสาวของฉันแม้แต่ปลายเล็บ” เธอกระชากใบคำร้องขอหย่านั้นมาฉีกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของสามีและแม่สามีใจร้าย
“เธอว่ายังไงนะ” หลี่เหวินตงอุทานอย่างไม่เชื่อหู
“ถ้าอยากได้ลายเซ็นฉัน ก็เอามาสามพันหยวน”
“สามพันหยวนเหรอ จางเสี่ยวหนู เธอเสียสติไปแล้วหรือไง เงินสามพันหยวนมันซื้อบ้านได้ทั้งหลังเลยนะ” ฝ่ายสามีตะโกนลั่น
“นังไร้ประโยชน์ แกกล้าดียังไงมาเรียกเงินมากมายขนาดนั้น คิดจะปล้นกันหรือไง ลูกสาวแกฉันก็อุตส่าห์จะเอาไปชุบเลี้ยงให้ ไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังจะมาขูดรีดอีก”แม่สามีที่ยืนฟังอยู่รีบปรี่เข้ามาทันที ใบหน้าอูมตอบถลึงตาใส่สะใภ้ที่เคยหัวอ่อน
จางเสี่ยวหนูแค่นยิ้มเย็นชา เธออุ้มหนิงหนิงไว้แนบอก พลางลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ เพื่อปลอบประโลม แต่ดวงตากลับจ้องมองสองแม่ลูกตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
“สามพันหยวน แลกกับการหย่าขาด และหนังสือรับรองสิทธิ์การเลี้ยงดูหนิงหนิงแต่เพียงผู้เดียว” หญิงสาวในวัยยี่สิบสี่พูดด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ แววตาเปลี่ยนไปจากเดิมจนแม่สามีรู้สึกเย็นวาบ
“ถ้าไม่ตกลง ฉันก็ไม่หย่า และฉันจะแบกหน้าไปที่โรงงานของนาย ไปหาหัวหน้าของนาย แล้วป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่านายแอบไปมีชู้จนผู้หญิงท้องโย้” คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัวของหลี่เหวินตง ใบหน้าของเขาถอดสีทันที
“เธอ... เธอรู้ได้ยังไง”
“ฉันรู้มากกว่าที่นายคิดก็แล้วกัน” จางเสี่ยวหนูเชิดหน้าขึ้น
“เมียน้อยของนาย ไป๋หลินเม่ยใช่ไหมล่ะ เธอคงไม่อยากให้ลูกที่เกิดมาเป็นลูกไม่มีพ่อ กลายเป็นลูกนอกสมรสหรอกนะ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคณะกรรมการหมู่บ้าน นายไม่เพียงแต่จะถูกไล่ออกจากงาน แต่เธอจะถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่วไปจนตาย”
แม่สามีเริ่มมือสั่น ความโลภในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความกลัว เพราะไป๋หลินเม่ยมาจากครอบครัวที่มีฐานะพอสมควรและกำลังตั้งครรภ์ลูกชาย ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่สามีโหยหา
“แก แกมันนังปีศาจ” แม่สามีสบถ แต่เสียงกลับสั่นเครือ
“ฉันให้เวลาคิดจนถึงเย็นนี้ ภายในพรุ่งนี้ถ้าเงินสามพันหยวนพร้อมหนังสือมอบสิทธิ์การปกครองบุตรไม่วางอยู่ตรงหน้า เตรียมตัวพังพินาศกันทั้งบ้านได้เลย” ลูกสะใภ้พูดกับแม่สามีเสียงเรียบแต่หนักแน่นจนคนฟังหายใจติดขัด
หลี่เหวินตงมองภรรยาที่เคยยอมสยบให้เขาเสมอมาด้วยความรู้สึกหวาดระแวง ทำไมจางเสี่ยวหนูถึงดูน่ากลัวขนาดนี้ สายตาที่เธอมองเขาเหมือนมองขยะชิ้นหนึ่งที่ไร้ค่า ต่างจากแต่ก่อนที่อะไรก็เชื่อฟังทุกอย่าง
“เราขอปรึกษากันก่อน” เขากล่าวเสียงเรียบ รู้สึกมีความกังวลบางอย่างที่เกิดขึ้นในอก เหมือนว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่เขาเสียเปรียบมากกว่าจะได้ประโยชน์
“คิดให้ดีก็แล้วกัน พาแม่นายไปปรึกษาชู้รักด้วยสิ สามหัวดีกว่าหัวเดียว เผื่อจะคิดได้ว่าข้อเสนอของฉันมันไม่ได้มากไปเลย เมื่อแลกกับความสุขของนาย” ทั้งน้ำเสียงและสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้หลี่เหวินตงทั้งโมโหทั้งเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
“ไปกันเถอะแม่” เขาพูดเสียงดังแล้วเรียกมารดาเดินออกจากบ้านไปด้วยกัน
หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมา แล้วจูงมือหนิงหนิงเข้าไปในครัว
“หนิงหนิง อยากกินไข่ตุ๋นไหม”
“แต่ย่าไม่ให้หนูกิน” เด็กน้อยพูดเสียงอ่อย
“อะไรอยู่ในบ้านเราก็กินได้หมดนั่นแหละ” จางเสี่ยวหนูพูด มองไข่ในตะกร้าและถังข้าวสาร แต่ก่อนเธอและลูกสาวถูกจำกัดให้กินแต่ผักและน้ำซุป อ้างว่าไข่และเนื้อหมูเอาไว้บำรุงหลี่เหวินตงและน้องชายของเขา ทั้งๆ ที่ยุคนี้ก็ไม่ได้ขัดสนเหมือนยุคก่อน
แต่ใครจะสน ในเมื่อจะหย่าก็ขออิ่มท้องก่อนแล้วกัน
********************