บทที่ 1.4
เรื่องหลังจากวันที่นางล้มป่วย มารดาไม่รู้ น้องคนอื่นไม่รู้ นางบอกเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้น ป้องกันไม่ให้เกิดการแตกตื่นและเรื่องรั่วไหลออกไป และแน่นอนนางบอกเท่าที่บอกได้ ไม่ได้บอกทั้งหมดว่าหลินกวานอีจะได้เป็นผู้บัญชาการในอีกสามปีถัดจากนี้
อาการป่วยของนางถูกลือกันไปต่างๆ นานา หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นกุมหน้าอก นางเจ็บจริงๆ รู้สึกได้ถึงลูกธนูที่พุ่งทะลุกลางอก ความเจ็บปวดเป็นของจริง และนางเองก็สิ้นใจไปแล้วจริงๆ กระทั่งย้อนอดีตกลับมาในวันที่นางสามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลง
นางจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเดิมซ้ำอีกเป็นแน่!!!
“คุณหนู...ซื่อจื่อมาเจ้าค่ะ” เสี่ยวอี๋ส่งเสียงที่หน้าประตู
“ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” นางหันกลับไปจากนั้นปิดหน้าต่างเดินออกมาจากห้องนอน สวี่เซียว พี่ชายของนางนั่งรินชากรุ่นร้อน เขาเหลือบมองนางเล็กน้อย
“สีหน้ายังไม่ดีขึ้นเลย” ชายหนุ่มถอนหายใจ
สวี่เชียนเดินเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงกันข้าม “พี่ใหญ่มาหาข้ามีเรื่องใดหรือ”
“ต้องมีเรื่องจึงมาหาเจ้าได้หรือไร ข้ามาเยี่ยมเจ้าไม่ได้หรือ”
นางยิ้ม “ข้ารู้ว่าในแต่ละวันท่านต้องยืนเฝ้ายามที่วังหลวงนานหลายชั่วยาม ตอนนี้ได้กลับจวนไม่ต้องไปพักผ่อนหรือ”
เขารินชาส่งให้นางจากนั้นส่ายหน้า “จะนอนตอนไหนก็นอนได้ เพียงมาดูให้มั่นใจว่าเจ้าไม่เป็นอะไร อ้อ” เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ในนั้นมีรายชื่อเรียงราย “ท่านแม่ส่งมาให้บอกว่าให้ช่วยเกลี้ยกล่อมเจ้า”
นางเลิกคิ้วมองรายชื่อบุรุษในกระดาษแผ่นเล็ก “ท่านแม่ร้อนใจมากกระมัง”
“ไม่ร้อนใจได้หรือ พิธีปักปิ่นคุณหนูรองจวนกั๋วกงล่มไม่เป็นท่า จากที่จะได้พบปะดูตัวหาคู่ครองดีๆ และเหมาะสม ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยข่าวลือต่างๆ เป็นข้าก็ต้องร้อนใจ”
“ข่าวลือลือกันว่าอย่างไรเจ้าคะ” นางกลับไม่ทุกข์ร้อน
“ลือกันว่าเจ้าไม่อาจมีทายาทแล้ว”
นางหัวเราะ “ปากของผู้คนในเมืองหลวงช่างไม่อาจดูแคลน”
“ยังจะหัวเราะ” เขาถอนหายใจ “เชียนเชียน”
“เจ้าคะ”
“เรื่องนั้น...”
นางยิ้ม “รอให้หิมะตกแล้วท่านค่อยตัดสินใจก็ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่รีบ”
“แต่ว่า...”
“ท่านจะคิดว่าข้าเพ้อเจ้อไปเอง คิดว่าข้าเพียงหลับฝัน หรือคิดว่าข้าเสียสติล้วนได้ทั้งสิ้น แต่หากสิ่งที่ข้าพูดเกิดขึ้นจริงๆ เราหาทางรับมือ หาทางเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี นั่นไม่ดีหรือเจ้าคะ”
เขามองนางนิ่ง... “ก็ได้ รออีกสักวันสองวัน... แต่เจ้ารู้ใช่หรือไม่ ปกติแล้วหิมะจะยังไม่ตกจนกว่าจะ...” เขาไม่พูดต่อเพราะเห็นท่าทางมั่นใจของนาง “เอาเถิด รอก็รอ”
ขณะกำลังจัดกิ่งเหมยอยู่ในห้องนั่งเล่น อยู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะดังแว่วมาจากด้านนอก น้องสาวและน้องชายของนางกำลังวิ่งเล่นด้วยความสนุกสนาน พวกเขาสนทนาราวกำลังโอ้อวดของเล่นของตน
“ข้าได้กระบี่ไม้!”
“ข้าได้ขนม!”
“ข้าได้ไม้แกะสลัก! พี่หลินใจดีจริงๆ! ข้าอยากให้เขามาเยี่ยมพวกเราที่จวนบ่อยๆ!”
เสี่ยวอี๋ถือน้ำร้อนเข้ามา หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น “ใครมาหรือ เหตุใดน้องๆ ของข้าจึงได้ของฝากครบทุกคน ดูตื่นเต้นดีใจกันใหญ่เชียว” นางยิ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ผู้บังคับบัญชาของซื่อจื่อเจ้าค่ะ หัวหน้าองครักษ์หลิน หลินกวานอี บุตรชายของแม่ทัพหลิน...” เสี่ยวอี๋ยังพูดไม่จบสวี่เชียนกลับวิ่งพรวดพราดออกไปจากเรือน “คุณหนูรอง! ข้างนอกหนาวนะเจ้าคะ ท่านจะไปไหนเจ้าคะ” เสี่ยวอี๋รีบคว้าเสื้อคลุมออกวิ่งตามผู้เป็นนาย