บทที่ 1.2
ใกล้จะถึงจวนตระกูลฟู่แล้ว... แต่ที่นั่นกลับกำลังถูกล้อม หลินกวานอีมองหญิงสาวตรงหน้า ตระหนักดีว่าตนเองไม่อาจพานางออกไป ไม่อาจลุล่วงสิ่งที่ได้รับมอบหมาย
“คุณหนูรองสวี่” เขาทิ้งตัวลงนั่งในมุมมืด หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าเขา ฉีกชายกระโปรงเป็นริ้วๆ พันรอบๆ แผลที่กลางอกของอีกฝ่าย
“ท่านผู้บัญชาการอดทนอีกหน่อย ข้า...”
เขาคว้าข้อมือของนาง “เจ้าช่วยข้าสักเรื่องได้หรือไม่”
“ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร”
“ไปที่หมู่บ้านสุ่ยซี ไปหาหัวหน้าหมู่บ้านนามซูผิง บอกเขาว่าข้าไปไม่ถึงที่นั่น ข้าส่งเจ้าไปแจ้งข่าว” จากนั้นเขาก็ส่งแพรพรรณสีเหลืองทองมาให้พร้อมกับตราพยัคฆ์ มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือราชโองการกับตราเคลื่อนทัพ “ไปที่ประตูเมืองตะวันออก ต้นหลิวริมคลองมีเรือจอดอยู่ ที่นั่นจะมีคนแซ่ซือถูรออยู่ เขาจะถามเจ้าให้เจ้าตอบว่าต้นหลิวโค่นลงไปในน้ำ จากนั้นเขาจะส่งเจ้าออกจากเมืองหลวง”
“แล้วท่านเล่าเจ้าคะ”
เขายิ้มยกมือขึ้นช่วยทัดผมให้นาง สวี่เชียนขมวดคิ้วงุนงงกับท่าทีอ่อนโยนของเขา ดวงตาของเขาที่มองนางไม่คล้ายมองคนแปลกหน้า ทว่านางจำไม่ผิดแน่นอนหากได้พบและรู้จักกับอีกฝ่ายมาก่อน... หลินกวานอีเป็นผู้บังคับบัญชาของพี่ชายหญิงสาว นางเคยได้ยินชื่อ ไม่เคยพบเป็นการส่วนตัว ทว่าเขาเห็นนางก็จดจำได้ในทันที??
นางรับทุกอย่างมาจากเขา มองดูสภาพของเขาที่แทบจะลุกไม่ไหว “ข้าจะทำเจ้าค่ะ จะทำให้ได้!”
เขายิ้มจากนั้นยกแขนขึ้นปลดสร้อยคอที่ทำจากด้ายสีแดง ปลายของด้ายมีหยกแกะสลักคล้ายหยดน้ำสีแดง เขาสวมลงไปบนคอของนาง
“ให้เจ้าเป็นของขวัญ เป็นคำอวยพร ขอให้เจ้าปลอดภัยและขอให้เจ้าทำสิ่งที่ต้องทำให้ลุล่วงแทนข้า”
นางกลัวทว่าก็พยักหน้า “ข้าจะพยายาม พยายามทำให้สำเร็จเจ้าค่ะ”
เขาพยักหน้าจากนั้นสูดลมหายใจเข้า ร่างสูงผุดลุกขึ้น “ไปทางนั้นตรงไปอย่าหยุด อย่าหันกลับมามอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นวิ่งต่อไป ไปเสีย”
นางได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตรงเข้ามา เขาดันไหล่ให้นางออกเดิน “แต่...”
“อย่าหันกลับมา จำเอาไว้ เจ้าต้องไปให้ถึงกำแพงเมืองตะวันออก”
นาง...มองตรงไปข้างหน้า “ข้าไปถึงที่นั่นแน่นอน จะรีบพาแม่ทัพซ่งกลับมาช่วยท่าน”
เขาหัวเราะ “ได้ ข้ารอเจ้า”
ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงรู้สึกหัวใจหล่นวูบกับเสียงอ่อนโยนนั้นของเขา มันน่าแปลกทั้งที่นางไม่เคยพบเขามาก่อน ไม่เคยรู้จัก
สวี่เชียนออกวิ่ง นางทำอย่างที่รับปากกับเขาเอาไว้ ไม่หันกลับไปมองข้างหลัง วิ่งตรงไปข้างหน้าไม่หยุด ในใจหวังเพียงทำหน้าที่ที่รับปากเอาไว้ให้ลุล่วง
นางไปถึงที่นั่นจริงๆ มีคนพานางหลบเร้น กระทั่งนางสามารถไปส่งข่าวที่หมู่บ้านสุ่ยซี บิดา มารดาของนางปลอดภัย นางได้พบคนตระกูลสวี่ที่เหลือรอด ทว่าพี่ชายของนางไม่ได้โชคดี ด้วยเขารั้งอยู่ในวังหลวงเพื่อทำหน้าที่อารักขาฮ่องเต้
หญิงสาวปลอดภัยที่นั่น ไม่มีโจรกบฏ ไม่มีการต่อสู้ ข่าวการก่อกบฏถูกส่งออกไปจนถึงท่านแม่ทัพซ่ง เขายกทัพเข้าล้อมเมืองหลวงในเวลาหนึ่งเดือน ทว่า...ในยามที่กองทัพหาญกล้ากำลังจะบุกเข้าไปในเมืองหลวง สวี่เชียนเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพง
ศีรษะของคนมากมายถูกตัดและเสียบประจาน ใบหน้าของเขา...หลินกวานอี
นางกรีดร้อง “ไม่!!!”
บนกำแพงสูงทหารคนหนึ่งชี้มือมาที่นางกับบิดา
เสิ่นอวิ๋นมองนางด้วยสายตาเคียดแค้น เขาคว้าธนูขึ้นเล็งมายังนาง ริมฝีปากของเขาขยับ นางเข้าใจสิ่งที่เขาพูดแม้ไม่ได้ยิน
‘สตรีแพศยาที่ทรยศข้าต้องตาย!!!’
ธนูดอกนั้นพุ่งตรงเข้ามาหานาง ปักทะลุกลางอกอย่างแม่นยำ สวี่เชียนก้มลงมองเลือดที่ค่อยๆ หลั่งรินอาบย้อมหยกที่ห้อยอยู่กลางอก หยกที่หลินกวานอีเคยมอบให้นาง