บทที่ 1.3
ความเจ็บปวดที่แผ่ลาม ความมืดที่ค่อยๆ คืบคลาน ความผิดหวังและความเศร้าโศกเสียใจ สายตาของนางมองไปยังศีรษะที่อยู่บนกำแพงเมืองหลวง
“หลินกวานอี...ผู้บังคับบัญชาหลิน ข้า...มาช่วยท่านไม่ทัน”
แล้วทุกอย่างก็มืดดับ...
ในเรือนดอกเหมยจวนสวี่กั๋วกง เสียงกรีดร้องดังขึ้นสร้างความแตกตื่นให้คนในจวน วันนี้นับเป็นวันสำคัญเพราะคุณหนูรองของจวนกำลังจะมีพิธีปักปิ่น อยู่ๆ พิธีก็ถูกยกเลิก ท่านกั๋วกงให้คนเร่งไปตามหมอ
ลือกันว่าคุณหนูรองจวนกั๋วกงล้มป่วยกะทันหัน สวี่กั๋วกงร้อนใจกระทั่งขอลางานราชการสามวัน ฮ่องเต้เมตตาส่งหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการ ฟังว่าคุณหนูรองได้รับความตระหนกตกใจจนล้มป่วย ใบหน้าซีดขาว ร่างกายปวกเปียก แม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกจากเตียงก็ยังไม่มี สาเหตุไม่มีใครรู้ได้ ผู้คนต่างก็คาดเดาไปต่างๆ นานา กระทั่งหมอหลวงเองก็ไม่เข้าใจ
“กระหม่อมตรวจแล้วตรวจอีกทว่าก็ไม่พบสาเหตุพ่ะย่ะค่ะ ถึงอย่างนั้นอาการป่วยของคุณหนูรองสวี่ก็เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน นางเอาแต่บอกว่าเจ็บที่หน้าอกราวกับมีของแหลมคมทิ่มแทง ราวกับมีคนยิงธนูทะลุหน้าอก ถึงตอนนี้ฝังเข็มก็แล้ว ดื่มยาก็แล้ว ชีพจรของนางก็ยังอ่อนแออยู่ดี”
ฮองเฮามีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก “เป็นไปได้อย่างไร อยู่ดีๆ จะล้มป่วยทันทีที่ถึงวัยปักปิ่น...” แผนการที่นางวางเอาไว้มีอันล้มเหลว นางไม่สงสัยได้หรือ!!
ก่อนหน้านี้อยากดึงจวนสวี่กั๋วกงมาอยู่ฝ่ายตน หมายใจหมั้นหมายคุณหนูรองจวนกั๋วกงให้แต่งเข้าจวนแม่ทัพเสิ่น แต่สวี่เชียนกลับล้มป่วยเช่นนี้ตระกูลเสิ่นไหนเลยจะยอมรับสะใภ้ขี้โรค!!
ฮองเฮาหันไปมองนางกำนัลคนสนิทหลังหมอหลวงกลับออกไป “วันนั้นมีสิ่งใดผิดสังเกตหรือไม่”
“คนของเราไม่ได้รายงานสิ่งผิดปกติเพคะ ตามที่วางแผนเอาไว้แม่ทัพน้อยเสิ่นจะติดตามแม่ทัพเสิ่นไปในงานเลี้ยงที่จวนกั๋วกง เราวางแผนให้ทั้งสองได้พบและสนทนากันเพื่อให้ทั้งสองผูกใจรักใคร่ ทว่าวันนั้นคุณหนูรองไม่ได้ออกมาจากเรือนด้วยซ้ำ ได้ยินมาว่ายังฟ้าไม่สางดีนางก็มีอาการป่วย งานถูกยกเลิกตั้งแต่ตอนนั้นเพคะ”
“นาง...ล้มป่วยจริงๆ หรือ หรือว่าสวี่กั๋วกงระแคะระคายสิ่งใด?”
“น่าจะจริงเพคะ ท่านกั๋วกงดูเป็นกังวลมาก ฮูหยินกั๋วกงเองก็เอาแต่เสาะหาสมุนไพรล้ำค่าและหมอคนอื่นๆ”
ฮองเฮาโบกมือ “เอาละจับตาดูสักหน่อย รอให้นางหายดีค่อยว่ากัน ไม่สิ...ให้คนส่งสมุนไพรบำรุงร่างกายไปที่จวนสวี่กั๋วกง บอกว่าข้าเองก็เป็นกังวลเรื่องสุขภาพของคุณหนูรอง”
“เพคะ”
สวี่เชียน...นั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง นางมองต้นดอกเหมยที่อยู่ในสวนเอนไหว อากาศหนาวเหน็บจำได้ว่าอีกไม่กี่วันหลังพิธีปักปิ่นหิมะจะตกหนัก ตอนนี้นางกำลังรอ...
มันยากที่จะเชื่อ ไม่มีใครเชื่อว่านางล่วงรู้อนาคต แม้ว่านางจะเขียนรายชื่อของขุนนางที่แบ่งฝ่ายแต่ละฝ่ายให้บิดาอย่างละเอียด แม้ว่าบิดาจะประหลาดใจในสิ่งที่นางได้ล่วงรู้มา อีกทั้งยังถูกต้องทั้งหมด ถึงอย่างนั้นการล่วงรู้อนาคตก็มิใช่สิ่งที่จะเชื่อถือกันได้โดยง่าย
ดังนั้นแล้ว...แม้พิธีปักปิ่นอันยิ่งใหญ่ของคุณหนูรองจวนกั๋วกงจะถูกยกเลิก เปลี่ยนเป็นพิธีเล็กๆ ที่มีเพียงคนตระกูลสวี่กับเครือญาติสนิท แต่ตอนนี้ก็นับว่านางปักปิ่นแล้วพร้อมที่จะออกเรือน
หญิงสาว...บอกให้บิดารอ
ขอให้เขาชะลอทุกๆ เรื่อง ห้ามรับปากสิ่งใดกับทุกคนเรื่องการแต่งงานของนาง เพราะอีกไม่กี่วันในเมืองหลวงหิมะจะตกหนักติดต่อกัน เป็นเหตุให้ประตูฝั่งทิศเหนือจำเป็นจะต้องปิดชั่วคราว สร้างความวุ่นวายให้กับคนเดินทางและการขนส่ง