บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.6

ฝานจิ่นสิงหัวเราะ “ได้ยินมาว่านางเพิ่งสิบสี่ ยังไม่ปักปิ่นด้วยซ้ำ นางจะทำอะไรได้ ไม่ได้ยินหรือว่านางกำชับบ่าวไพร่ว่าอย่างไร ก็แค่เด็กสาวได้เดียงสาผู้หนึ่งนางไม่เป็นปัญหาหรอก ปัญหาก็คือทำอย่างไรให้แผนการของเยี่ยชิงอันสำเร็จลุล่วง จากนั้นฝ่าบาทจะทรงตระหนักว่าในราชสำนักตอนนี้ ผู้ใดกันแน่ที่มีอิทธิพลที่สุด” เขากล่าวจบก็เดินลงบันไดมาด้วยรอยยิ้ม ท่าทางราวกับคุณชายเจ้าสำราญนั้นทำให้ผู้คนมองด้วยสายตาดูแคลน

ฝานจิ่นสิง...บุตรชายคนที่สามของอัครมหาเสนาบดี ทายาทที่ไม่ได้เรื่องที่สุดของท่านอัครมหาเสนาบดี เป็นบุคคลที่ไม่ว่าผู้ใดเห็นก็ต้องส่ายหน้า

ฝานอวี๋โหรว...บุตรสาวคนโตเป็นถึงสนมเอก

ฝานเซี่ยเสวี่ย...บุตรชายคนที่สองเป็นถึงเจ้ากรมพิธีการของราชสำนัก

ตระกูลฝานไม่ว่าบุรุษหรือสตรีล้วนมากความสามารถ มีเพียงฝานจิ่นสิงเท่านั้นที่เป็นเหมือนบุตรชายนอกคอก อายุอานามก็ปาเข้าไปยี่สิบปีแล้ว ทว่าเขากลับเป็นได้เพียงซิ่วไฉที่ทำตัวเสเพลไปวันๆ

ขณะเดินกลับเรือนเสียงด่าทอดังออกมาจากเรือนจื่อชิง...อีกแล้ว นางหมุนตัวเดินกลับไปยังเรือนหลัก พ่อบ้านเห็นก็รีบเข้ามาถามไถ่ “คุณหนูสาม ได้ยินว่ากลับมาจากเดินเที่ยว มีเรื่องใดสั่งหรือขอรับจึงมาที่เรือนหลัก”

“ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือยัง”

“ยังเลยขอรับ”

“ข้าจะรอท่านพ่อ”

“มีเรื่องสำคัญหรือขอรับ มิสู้ให้ข้าน้อยเป็นคนแจ้ง คุณหนูจะได้กลับไปนั่งรอที่เรือนสบายๆ หากนายท่านมาข้าน้อยจะแจ้งให้ทราบ หรือไม่ให้ข้าน้อยเป็นคน...”

นางส่ายหน้า “ข้าเพียงอยากสนทนากับท่านพ่อเท่านั้น ท่านพ่อบ้านมีเรื่องอะไรไปทำเถิด ไม่ได้นั่งดื่มชากับท่านพ่อหลายวัน วันนี้เพียงอยากรอท่านพ่อที่นี่”

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าน้อยจะให้คนยกชากับของว่างเข้ามานะขอรับ หากคุณหนูต้องการสิ่งใดก็รีบสั่ง ข้าน้อยจะรีบจัดหา”

“ได้” นางตอบรับจากนั้นนั่งเล่นอยู่ครู่หนึ่งบิดาจึงกลับมา

“วันนี้หิมะคงตกหนัก พ่อบ้านบอกว่าเจ้ามารอพ่อที่เรือนหลัก ออกไปเที่ยวมาสนุกหรือไม่”

“สนุกเจ้าค่ะ ดังนั้นจึงมารอท่านพ่อที่นี่”

“อยากได้อะไรเล่าคราวนี้”

นางขอบตาร้อนผ่าว... ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาเป็นล้นพ้น บิดามักเป็นเช่นนี้เสมอ ตามใจนาง รัก เอ็นดูนาง เหตุใดนางไม่สังเกตมาก่อนว่าบิดาไม่เคยขัดใจนาง เว้นเพียงเรื่องเยี่ยชิงอัน... “ลูกไปเห็นเรื่องน่าสนุกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ อยากให้ท่านพ่อเชิญอาจารย์มาสอน”

“อาจารย์?? เจ้าอยากเรียนฉิน? ออกไปเห็นคนเล่นฉินที่ตลาดอีกแล้วหรือไร”

นางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ลูกไปเห็นถุงหอมที่มีลายปักงดงามมาก ลูกอยากเรียนปักผ้าเพื่อทำถุงหอมเจ้าค่ะ แล้วก็...ลูกเรียนคนเดียวกลัวจะเหงามิสู้ให้น้องสี่ น้องห้า น้องหกและก็น้องเจ็ดมาเรียนเป็นเพื่อนลูก”

“อะไรนะ!!” สีหน้าของบิดาตอนนี้...เขาแทบจะหุบปากไม่ลงแล้ว

“ท่านพ่อ...คางของท่านพ่อจะชนหน้าอกแล้วเจ้าค่ะ ประหลาดมากเลยหรือที่ลูกอยากมีเพื่อนเรียน?”

“ไม่ประหลาด...ไม่เลย!!”

นางยิ้ม “วันๆ พวกนางแทบไม่ออกจากเรือน อย่าว่าแต่ไปข้างนอกเลย ให้พวกนางมาเรียนเป็นเพื่อนลูกจะได้ออกมาข้างนอกบ้าง ในเรือนจื่อชิงคับแคบบางทีเรือนของลูกยังมีห้องว่าง...”

“ช้าก่อน!” นางกะพริบตามองบิดา “เรื่องนี้...เจ้าปรึกษามารดาแล้วหรือยัง”

“เอ่อ...ไว้ขออนุญาตท่านพ่อแล้วลูกจึงจะไปขอท่านแม่เจ้าค่ะ อย่างไรเสียก็แค่เรียนปักผ้า”

“ไม่สิ เรื่องเรือนขอเจ้ามีห้องว่างน่ะ”

นางรู้ดีว่าบิดากำลังกังวลเรื่องใด น้องสาวทั้งสี่คนของนางไม่เคยได้รับความสำคัญ เมื่อก่อนนางไม่เคยสนใจ ไม่เคยนำมาใส่ใจเพราะอย่างไรเสียบุตรที่เกิดจากอนุ ทายาทที่อยู่ต่ำกว่าบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอก ช่องว่างที่จำเป็นต้องมี ต้องยึดถือ เรื่องนี้นางไม่อาจแก้ไขสิ่งใด

ถึงอย่างนั้น...นางเองก็เป็นสตรี กระทั่งว่าตัวนางที่สูงส่งถึงเพียงนี้ หลังออกเรือนไปยังต้องมองสีหน้ามารดาสามี มองสีหน้าคนในจวนสามี ทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง ไม่อาจตัดสินใจ เช่นนี้แล้วน้องสาวของนางอีกสี่คนเล่า พวกนางแต่งงานออกเรือนไปจะมีสภาพเช่นไร
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel