บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

นางพยักหน้าจากนั้นเดินตามผู้เป็นพี่สาวไป วันนั้นทั้งวันนางออดอ้อนมารดา อยู่เป็นเพื่อนพี่สาว กว่าจะกลับเรือนก็เย็นย่ำ ระหว่างเดินกลับบังเอิญสวนทางกับพี่ชาย อวิ๋นเกออวี่ เขาอายุเท่ากันกับนางต่างกันแค่ไม่กี่เดือน อีกฝ่ายเพิ่งกลับมาจากสำนักศึกษาหลวง

อวิ๋นซูฮวาเดินเข้าไปหาเขา ยอบกายให้ด้วยท่าทางนอบน้อม “พี่รอง”

อีกฝ่ายพยักหน้าให้ดูท่าทางเหนื่อยล้า “เจ้าเพิ่งกลับมาจากเรือนท่านแม่หรือ”

“เจ้าค่ะ พี่รองจะไปคารวะท่านแม่หรือ”

“ใช่แล้ว วันนี้กลับช้าเพราะที่สำนักศึกษาหลวงเกิดเรื่อง”

นางมองเขา “พี่รอง...” แล้วก็เงียบไปไม่กล่าวคำ

อวิ๋นเกออวี่มองนาง “มีเรื่องอะไรหรือ”

นางส่ายหน้า “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ข้าจะบอกว่าท่านรีบไปคารวะเถิด” นางยิ้มจากนั้นมองส่งพี่ชายคนรองเดินไปยังเรือนมารดา

อวิ๋นเกออวี่ ความจริงเป็นเพียงบุตรชายที่เกิดจากอนุของบิดา ทว่ามารดาของเขาโชคร้ายสิ้นใจหลังคลอด มารดาเลี้ยงเขามากับนาง แทบจะกลายเป็นพี่น้องฝาแฝด เป็นความหวังของจวนกั๋วกง ด้วยเขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของจวนกั๋วกง

หลังจากอี๋เหนียงคลอดทายาทคนที่เจ็ดเป็นสตรี บิดาก็มีคำสั่งเด็ดขาด ไม่ว่าอี๋เหนียงคนใดล้วนต้องดื่มน้ำแกงระงับการตั้งครรภ์ อีกทั้งยังประกาศตำแหน่งกั๋วกงซื่อจื่อทันทีตั้งแต่พี่ชายคนรองของนางอายุได้เพียงแปดขวบ

ครานั้นอี๋เหนียงเรือนจื่อชิงไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ นางแท้งบุตรและเด็กคนนั้นเป็นเด็กผู้ชาย นับตั้งแต่นั้นนางก็เอาแต่กล่าวโทษพี่ชายคนรองว่าเป็นสาเหตุ โกรธแค้นทุกคน โทษทุกอย่าง อารมณ์ร้าย คราหนึ่งนางจำได้ว่าน้องสาวในเรือนจื่อชิงล้วนโดนอีกฝ่ายทำร้าย

มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่ชายของนางถูกวางยาพิษ ยาพิษนั้นถึงขั้นทำให้เขาร่างกายอ่อนแอ แม้แต่จอนผมก็ยังกลายเป็นสีขาว นางมารู้ทีหลังว่าเขามีบุตรยากก็เพราะถูกพิษร้ายแรงครานั้น!!!

“หากข้าสามารถแก้ไข...” นางมองเรือนจื่อชิงจากนั้นละสายตามองพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้าไปในเรือนของมารดา

เสี่ยวฝูมองตามสายตาหญิงสาว “คุณหนูเจ้าคะ?”

“ไม่มีอะไร พวกเรากลับเรือนกันเถิด”

รุ่งเช้าวันต่อมาอวิ๋นซูฮวาออกมาเดินเล่นที่ตลาดไม่ไกลจากจวนกั๋วกง เสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่งตามมาคุ้มกันไม่ห่าง ขณะเดินนางก็ใช้ความคิดไปด้วยอย่างเหม่อลอย ชั่วขณะที่กำลังเลือกดูของตามร้านรวงริมถนนทั้งสองฝั่ง อยู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่ง

นางจะไม่อะไรเลยหากมิใช่จดจำคนผู้นั้นได้ นั่นก็คือ...ชางหลิน หนึ่งในคนสนิทที่เป็นดังเงาของเยี่ยชิงอัน!!!

อวิ๋นซูฮวาเงยหน้าขึ้นมองหออวี้หรู ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเลิศรสและสุราอันโด่งดัง นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหันไปมองเสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่ง “ข้าเคยได้ยินพี่ใหญ่กล่าวว่าที่นี่มีเป็ดอบหนังกรอบเนื้อนุ่ม ข้าอยากลองชิมพวกเราไปลองกันเถิด”

“อะ...อะไรนะเจ้าคะ หากคุณหนูอยากลองชิมมิสู้ให้ห้องครัวลองทำ พ่อครัวของจวนกั๋วกงฝีมือไม่เป็นสองรองใคร กินอาหารข้างนอกหากฮูหยินรู้เข้า...”

นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งทว่าไม่ใช่เพราะคำพูดของสาวใช้ อวิ๋นซูฮวาเก็บป้ายหยกข้างเอว หันไปบอกสาวใช้กับบ่าวติดตาม “เก็บป้ายของพวกเจ้าอย่าให้ใครเห็น อย่าให้ใครรู้ว่าพวกเราเป็นคนของจวนกั๋วกง”

“คุณหนู?!” เสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่งตาโต

“ทำตามที่ข้าสั่ง”

ทั้งสองรีบทำตามแม้ไม่เข้าใจ

“คราวนี้ท่านแม่และคนจวนกั๋วกงก็ไม่รู้หรอกหากพวกเจ้าไม่พูด เร็วเข้า...” นางลากเสี่ยวฝูเดินเข้าไปจากนั้นกวาดสายตาไปรอบๆ มองเห็นแผ่นหลังของชางหลินเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม อวิ๋นซูฮวาเดินตามไปพร้อมกับเสี่ยวเอ้อที่เข้ามาถามไถ่

“ข้าอยากได้ห้องชั้นสาม ห้อง...นั้น” นางมองห้องข้างๆ ห้องที่ชางหลินเดินเข้าไป จากนั้นล้วงเงินออกมาให้เป็นสินน้ำใจ

“ได้ขอรับ เชิญคุณหนูทางนี้” เพราะเห็นว่านางสวมแพรพรรณงดงามท่าทางไม่ธรรมดา อีกทั้งเงินที่ได้ก็ทำให้เขามือไม้อ่อนน้ำเสียงนอบน้อม เสี่ยวเอ้อรีบนำทางนางขึ้นไปยังชั้นสามจัดแจงห้องให้นางทันที หญิงสาวสั่งเป็ดอบจริงๆ ขนมอีกสองสามอย่าง ชาชั้นดีกาหนึ่ง

ขณะที่อาหารวางเรียงรายอวิ๋นซูฮวากลับไม่ได้สนใจมอง นางขยับเข้าไปใกล้กำแพง แนบหูฟังบทสนทนาของห้องข้างๆ เสี่ยวฝูเบิกตา เสี่ยวพั่งอ้าปากค้าง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel