บทที่ 2 หนังสือหย่า 3
“ไม่ได้! ข้าไม่ยอมหย่ากับเจ้าเด็ดขาด”
สุรเสียงแข็งกร้าวจนคนฟังรับรู้ถึงอารมณ์ที่คุกรุ่น หนิงลี่จูจดจำเสียงของเขาได้เป็นอย่างดี ขนกายลุกชันไม่กล้าหันไปมองเขาเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะใจอ่อน
กลิ่นกายลอยเข้าเตะจมูกหนิงลี่จูรับรู้ว่าเขาอยู่ด้านหลัง ก่อนข้อมือของนางจะถูกฝ่ามือใหญ่คว้าเอาไว้แรงกระชากจนร่างบางเผลอถลาใส่อกของเขา
“หยางเหวินไถ!”
เป็นครั้งแรกที่หนิงลี่จูเห็นใบหน้าของเขาใกล้ขนาดนี้ ปกติแค่นางโผล่หน้าไปเจอเขา เขาก็ออกปากไล่ทันที หนิงลี่จูไม่เข้าใจเสียจริงเลยว่าทำไมเขาไม่ยอมหย่ากับนางทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาควรจะดีใจไม่ใช่หรือที่ไม่ได้เจอนางอีกแล้ว
“ใช่แล้ว ข้าเอง เจ้าจะหย่ากับข้า อย่าหวังเลย” เสียงที่เค้นเขี้ยวออกลอดไรฟันจับข้อแขนของหนิงลี่จูแน่น ก่อนก้มมองใบหน้างดงามของนาง ก่อนดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด
“หยางเหวินไถ เจ้ามาก็ดีแล้ว ในเมื่อหนิงลี่จูต้องการหย่ากับเจ้า เจ้าจะหย่ากับนางหรือไม่ ลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำเด็ดขาด” หยางจื่อถงมองบุตรชายด้วยสายตากังวล หยางเหวินไถคาดเดาอารมณ์บุตรชายคนนี้ยากเสียเหลือเกิน บางครั้งก็ดูหมางเมินสะใภ้คนนี้ นางออกจะสะสวย งดงามราวนางฟ้า หยางเหวินไถกลับมองนางว่าเป็นตัวน่ารำคาญ จนวันที่เขากังวลก็มาถึงจนได้ วันที่สตรีมิอาจทนต่อสามีไร้หัวใจเช่นหยางเหวินไถ
เจ้าลูกชายหน้าโง่
“ข้าไม่หย่ากับนางท่านพ่อ ท่านหนิงเจียวมิ่งข้าขออภัยที่ทำตัวไม่สมกับบุตรเขยของท่าน ตอนนี้ข้าสำนึกผิดกับเรื่องราวที่ผ่านที่ข้าดูแลนางไม่ดีพอจนนางมาขอหย่าเช่นนี้” พูดจบหยางเหวินไถก็คุกเข่าต่อหน้าท่านพ่อของนางก่อนก้มหน้าคำนับ
หนิงลี่จูอ้าปากตกใจเล็กน้อย ประหลาดใจยิ่งนัก เขาควรดีใจไม่ใช่หรือที่นางมาขอหย่า แล้วจู่ ๆ ต้องการรั้งนางไว้เพื่ออะไรกัน
“แต่ข้าต้องการหย่า....”
“ทำไม” หยางเหวินไถลุกขึ้น แล้วร่างใหญ่มุ่งต้องมารั้งแขนของนางเอาไว้ จดจ้องมองตานางจนนางเองก็หวาดกลัวในดวงตามาดมั่นของเขา
“เราทั้งสองไม่ได้รักกันมิใช่หรือ ท่านไม่จำเป็นต้องรั้งข้าเอาไว้เพียงเพราะคำสัญญา ข้ายังยืนยันคำเดิมว่า ข้าต้องการหย่า....กับท่าน..” ท้ายเสียงคล้ายกับก้อนเนื้อบางอย่างติดคอทำให้นางพูดติดขัด หรือเพราะในใจลึก ๆ หนิงลี่จูก็มิได้ต้องหย่าสามีคนนี้ คนที่นางรักอย่างสุดหัวใจ และเป็นคนเดียวที่ทำให้นางเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา
“แต่ข้าไม่หย่า....”
“ข้าจะหย่า”
ทั้งหยางจื่อถงและหนิงเจียวมิ่งมองหน้ากันอย่างลำบากใจ ไม่รู้จะเอายังไงกับเรื่องราวแสนวุ่นวาย จู่ ๆ หยางเหวินไถกลับกลายเป็นคนละคนเสียนี่ ช่างน่าประหลาดใจเหลือเกิน หรือสวรรค์เมตตาสงสารบุตรสาวของเขาจึงดลบันดาลให้หยางเหวินไถเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา
“เอาล่ะทั้งสอง ในเมื่อยังพูดจาไม่รู้เรื่องอยู่เช่นนี้ หนิงลี่จู เอาเป็นว่าลูกอยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน ในเมื่อหยางเหวินไถก็ไม่ยอมหย่ากับเจ้า” หนิงเจียวมิ่งเอ่ยปากขึ้นใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อยที่สุดบุตรสาวที่เขารักดั่งดวงใจจะสมหวังในความรักเสียที แม้จะรู้สึกไม่ไว้ใจในตัวหยางเหวินไถอยู่บ้าง
“ท่านพ่อ...”
“ขอบคุณท่านพ่อมาก...” หยางเหวินไถระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนหันไปขอบคุณบิดาของนาง รีบเปลี่ยนคำพูดเรียกขานทันควัน
“เจ้าอย่าเพิ่งดีใจไป หยางเหวินไถ เจ้ามันร้ายกาจนัก ถ้าต่อไปข้ารู้ว่าเจ้าทำร้ายบุตรสาวของข้าเช่นนี้อีก ข้าจะไม่ยอมปล่อยพวกเจ้าไปง่าย ๆ โดยเด็ดขาด หวังว่าเจ้าคงรักษาคำพูดของเจ้าเอาไว้นะหยางเหวินไถ” บิดาของนางเอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง
“ข้าขอสาบานว่าชาตินี้ข้าจะไม่ทำร้ายนางอีก” น้ำเสียงของเขาช่างหนักแน่น พาเอาหัวใจของนางหวั่นไหว หนิงลี่จูยกมือขึ้นทาบอกของตนเอง กลืนน้ำลายลงคอ คิดครวญหาสาเหตุทำไมนางตายไปแล้วแต่เวลากลับให้นางย้อนคืนมาในช่วงเวลานี้ เวลาที่มาเห็นชายคนนี้เปลี่ยนแปลงงั้นหรือ
นางฝันไปหรือเปล่า
“ข้าไม่คิดเลยว่าตั้งแต่ข้ารู้จักท่านมาเนิ่นนาน ท่านหยางเหวินไถ ท่านจะมีวาจาหวานล้ำเช่นนี้ ดูเหมือนคนตรงหน้าข้าจะไม่ใช่คนที่ข้ารู้จักมาตลอดหลายปี”
หนิงลี่จูยกยิ้มมุมปากเหลือบตามองไปทางเขา อดไม่ได้จริง ๆ นางทนมานานแล้วคนใจร้าย จู่ ๆ มาเปลี่ยนเป็นคนละคน เช่นนี้ ช่าง....
“น้องหญิง เจ้ามองข้าเลวร้ายเกินไป อย่างไรข้าก็ยังคงเป็นสามีของเจ้า ตราบใดที่ข้ายังไม่ยอมมอบหนังสือหย่าให้เจ้า” คนที่เรียกตนเองว่าพี่ยอมที่ไหน ยักคิ้วให้นาง หนิงลี่จูอ้าปากมองไม่รู้ว่าท่านพ่อของนางและท่านหยางจื่อถงจะเห็นการกระทำแสนเจ้าเล่ห์ของเขาหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ นางเห็นแล้วเจ็บใจ อย่างไรแล้วนางได้แต่ข่มใจเอาไว้
“พอ ๆ พวกเจ้าในเมื่อไม่หย่าก็ไม่หย่า ของหมั้นท่านหนิงเจียวมิ่งโปรดนำกลับไปเถิด” หยางจื่อถงหันมาบอกอีกฝ่ายที่ยังสงบนิ่ง เหยียดยิ้มมุมปากมองพวกเขาสองพ่อลูก เขาต้องยอมรับความสามารถของอีกฝ่ายแม้ไม่ได้อยู่ในตระกูลขุนนาง แต่หนิงเจียวมิ่งมีความสามารถอย่างมาก
“หึ ท่านเก็บไว้เถอะ ถ้าเกิดไม่ดูแลบุตรสาวของข้าให้ดี ข้ามาจัดการเจ้าสองพ่อลูกแน่ จูเอ๋อร์เจ้าอยู่ที่นี่ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมรีบมาหาพ่อนะลูก”
หยางเจียวมิ่งรีบเดินมาใกล้บุตรสาวแววตาคนแก่อย่างเขามองบุตรสาวไร้เดียงสาด้วยความห่วงใย ไยจะไม่รู้ว่ายัยหนูของเขารักมั่นในบุรุษไร้หัวใจผู้นี้เพียงใด นางใฝ่ฝันอยากเป็นภรรยาของหยางเหวินไถแค่ไหน ข้อนั้นผู้เป็นบิดาอย่างย่อมรู้ดี ทุกครั้งที่เห็นนางร้องไห้ เขาได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ ก่อนเดินออกไปจากห้องรับรอง ปล่อยให้เด็ก ๆ คุยกันเองดีกว่า
