บทที่ 2 หนังสือหย่า 2
พอกันทีกับการรักเขาข้างเดียวเช่นนี้
พอถึงครั้นเข้าหอเขาก็แค่ทำตามพิธีแสนวุ่นวายเท่านั้น แม้อยู่ร่วมเรือนแต่ก็ไม่เคยร่วมหอ แม้แต่แตะต้องกายเขา นางยังไม่เคยเลยสักนิด
ไม่รู้ว่าเหตุผลใดนะ หนิงลี่จูถึงได้รักเขามากมายขนาดนี้ ทั้งที่เขาไม่เคยแลดูนางเลยด้วยซ้ำ และสุดท้ายที่ทำให้นางตัดใจจากเขาคือเขาถูกสั่งให้ไปประจำอยู่ชายแดนแคว้นฉี่เป็นการชั่วคราว นางก็ถูกติดสอยห้อยตามเป็นเงา ตอนนั้นนางหัวใจแช่มชื่นขึ้นมาบ้างเพราะดูเหมือนเขาเริ่มใจอ่อนกับนางแล้ว เขาเริ่มพูดคุยกับนางมากขึ้น หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวกลับฟูฟ่องขึ้นทันควัน นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งนั้นเป็นเพียงภาพมายาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อในนางหลงกล เพราะเขารู้ว่า จ้าวหูเซิน ก็ชอบนางเหมือนกัน
นางไม่คิดเลยว่า หยางเหวินไถที่นางรู้จักจะใช้เล่ห์กลสาวงามในการหลอกล่อเหยื่อให้ติดกับ
ฟ้าคงลิขิตให้นางต้องตายในห้องขังที่นั่น ถูกจ้าวหูเซินผู้โหดร้ายผู้นั้นทำร้ายร่างกายไม่พอ หนำซ้ำความรักของนางยังถูกมองว่าไร้ค่าอีกต่างหาก
หนิงลี่จูควรให้อโหสิกรรมใครได้บ้าง แม้แต่หน้าของหยางเหวินไถตอนนี้นางก็ไม่อยากจะมอง.....กลัวว่าตนเองจะใจอ่อนกับความรักแสนโง่ของนาง
พอกันทีหนิงลี่จูส่ายหน้าเลิกคิดได้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นตนเองก็คงไม่มีทางหมดรักเขาได้อย่างเด็ดขาด
ไม่ถึงชั่วยามบ่าวในเรือนของบิดากำลังขนข้าวของเตรียมนำไปคืนสกุลหยาง หนิงลี่จูระบายยิ้มข้าวของมากมายขนาดนี้เคยเป็นของหมั้นหมายระหว่างนางกับหยางเหวินไถมาก่อน ในเมื่อต้องการตัดความสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ
ซีซวนยกขนมวางมาตรงหน้านาง
“คุณหนูคิดดีแล้วหรือเจ้าคะ”
“อือ ข้าคิดดีแล้ว ข้าเหนื่อยกับการรักเขาข้างเดียวมากตลอด แม้ข้าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ความสุขสมหวังในความรักข้าไม่เคยพบพานเลยสักนิด เศษเสี้ยวน้ำใจจากเขาข้ายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ”
“แต่คุณหนูรัก...”
“ไม่ต้องพูดแล้วซีซวน ข้าไม่อยากทำร้ายหัวใจตัวเองไปมากกว่า อย่างไรก็ถือว่าเป็นเคราะห์กรรมของข้ากำลังจะผ่านมันไปหมดแล้ว” หญิงสาวพูดจบก็หยิบขนมมาทานด้วยสบายใจ ซีซวนยกยิ้มเมื่อเห็นคุณหนูของตนไร้ความกังวล ไม่รู้เหตุผลกลใดทำให้คุณหนูตัวน้อยที่เคยวิ่งตามหยางเหวินไถในวันนั้นกลายเป็นคนละคน ราวกับนางไปผ่านเรื่องราวมากมายในหนึ่งราตรี
เวลาผ่านไปแม้ว่าบิดาจะส่งหนังสือการหย่าไปให้สกุลหยางเรียบร้อยไร้วี่แววของอีกฝ่ายที่จะส่งคนมาเจรจา หนิงเจียวมิ่งและหนิงลี่จูจึงเดินทางไปสกุลหยางด้วยตนเองพร้อมทั้งข้าวของมากมาย หนิงเจียวมิ่งมองแก้วแหวนเงินทองด้วยสายตาไร้ความเสียดายแม้แต่นิดเดียว ก่อนหันมองบุตรสาวที่ก้มหน้าลงเล็กน้อย
พอมาถึงสกุลหยางความวุ่นวายเกิดขึ้น หนิงลี่จูลงมาจากรถม้าพร้อมบิดา ก่อนบิดาจะเดินนำเข้าไปพร้อมบ่าวมากมายที่ยกหีบของหมั้นหมายมาคืน ลึก ๆ แล้วหนิงลี่จูไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่านางเองก็คิดถึงที่นี่เหมือนกันตั้งแต่ตื่นขึ้นมาวันนั้นยังไม่เจอหน้าเขาเลยสักนิด คิดแบบนั้นความรู้บางอย่างก็แล่นแปลบพุ่งตรงมาที่หัวใจจนเจ็บปวดขึ้นมา
“ท่านหนิงเจียวมิ่ง และคุณหนูหนิงลี่จู ให้เกียรติมาหาข้าที่เรือน” หยางจื่อถงกล่าวทักทายด้วยใบหน้าราบเรียบเช่นเคยก่อนหันกลับมามองยังลูกสะใภ้ด้วยแววตาระคนสงสารและเอ็นดู หนังสือหย่าที่หนิงเจียวมิ่งส่งม้าเร็วนำมาส่งที่จวนไยเขาจะไม่ได้รับ แต่ที่นิ่งเฉยโดยเฉพาะบุตรชายตัวดียังคงนิ่งไม่พูดไม่จา ทั้ง ๆ ที่ปกติดีใจด้วยซ้ำที่เจ้าหนูหนิงลี่จูหายหัวไป
หยางจื่อถงเองเอ็นดูสะใภ้คนนี้ไม่น้อย แต่เจ้าลูกชายกลับไม่ยอมเอ็นดูนางเลยสักนิด เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก หลังจากที่เห็นหนังสือหย่า หยางจื่อถงเองก็ตกใจไม่น้อย ตระกูลของหนิงลี่จูแม้ไม่ได้มีอำนาจในราชสำนักแต่ด้านค้าขายเป็นเลิศในเมือง มิหนำซ้ำยังลือเลื่องไปหลายแคว้นด้วยความชาญฉลาดของหนิงเจียวมิ่ง
“หนิงลี่จู เจ้าคิดดีแล้วหรือ” หยางจื่อถงอดถามลูกสะใภ้ไม่ได้
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าไร้คุณสมบัติในการเป็นภรรยาที่ดี ข้ากับคุณชายหยางเหวินไถไม่สามารถมีบุตรหลานให้ท่านพ่อได้ เป็นเรื่องที่น่าละอายใจยิ่งนัก ข้านั่งทบทวนว่าข้าไม่สมควรอยู่ต่อเป็นสะใภ้ของสกุลหยางได้อีกต่อไป ข้าขอ.....”
“ไม่ได้! ข้าไม่ยอมหย่ากับเจ้าเด็ดขาด”
