บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 คนบ้านตระกูลกู้

หลังจากจ้าวชิงหรานเก็บกล่องเงินกลับเข้าตู้เรียบร้อยแล้ว ซ่งฉางเยว่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองจ้าวชิงหราน

“วันนี้พี่ไม่ได้ออกทะเล”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ของกินของใช้ในบ้านเหลือน้อยแล้ว พี่ว่าจะพาเธอไปร้านค้าสหกรณ์ของหมู่บ้าน ซื้อของเข้าบ้านเสียหน่อย”

ดวงตาของจ้าวชิงหรานเป็นประกายขึ้นมาทันที

“ได้หรือคะ”

“อืม”

เขาพยักหน้า

“แต่งงานทั้งที จะปล่อยให้ของในบ้านขาดแคลนไม่ได้”

คำพูดสั้น ๆ ของเขาทำให้หัวใจของจ้าวชิงหรานอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เขาที่ใส่ใจเธอมากถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าทั้งชาติก่อนและชาตินี้ทำไมเธอจึงได้มองข้ามเขาไปได้...

ทั้งสองเดินเคียงกันไปยังร้านค้าสหกรณ์ของหมู่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลยามเช้ามักเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำกิจวัตรประจำวันของตนเอง

ชายหนุ่มหลายคนกำลังแบกอวนจับปลาเดินลงชายหาด

หญิงชรานั่งเลือกกุ้งแห้งอยู่หน้าบ้าน

เด็ก ๆ วิ่งเล่นไล่จับกันส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน

เมื่อเห็นทั้งสองเดินเคียงกัน ชาวบ้านต่างพากันส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ฉางเยว่ พาเมียมาเดินเล่นหรือ”

“สะใภ้บ้านซ่งช่างสวยจริง ๆ”

“มีเมียสวยขนาดนี้ จะรีบตื่นแต่เช้ามาทำไม...”

คำหยอกล้อทำให้ใบหน้าของซ่งฉางเยว่แดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนจ้าวชิงหรานกลับยิ้มรับอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงร้านค้าสหกรณ์ของหมู่บ้าน

ร้านค้าไม่ใหญ่แต่ก็ถือว่าเป็นร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ อาหารสด อาหารแห้ง ข้าวสาร แป้ง น้ำมัน เกลือ น้ำตาล ผ้า เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ในบ้าน ล้วนมีวางขายครบครัน

ฉินเหมย พนักงานขายสาววัยยี่สิบปลาย ๆ เงยหน้าขึ้นจากเครื่องคิดเลขไม้ ก่อนจะหัวเราะทันทีเมื่อเห็นว่าซ่งฉางเยว่เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับภรรยาหมาดๆ ของเขา

“โอ้...ลมอะไรพัดชาวประมงผู้ประหยัดที่สุดของหมู่บ้านมาถึงร้านฉันได้”

ซ่งฉางเยว่ยิ้มบาง ๆ

“มาซื้อของ”

“รู้อยู่แล้วว่ามาซื้อของ”

ฉินเหมยหัวเราะพลางจ้องมองจ้าวชิงหรานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการหยอกล้อ

“ว่าแต่วันนี้จะซื้ออะไรบ้าง”

ซ่งฉางเยว่หันไปถามภรรยาของเขาในทันที

“ชิงหราน เธอดูสิว่าขาดอะไร”

จ้าวชิงหรานเดินดูของอย่างตั้งใจ

“ข้าวสารสักยี่สิบจิน”

“แป้งอีกสิบจิน”

“น้ำมันเพิ่มอีกหนึ่งขวด”

“เกลือ น้ำตาล ซีอิ๊ว”

“เนื้อหมูสองจิน”

ซ่งฉางเยว่พยักหน้าทันที

“ได้”

“กะละมัง”

“ชามเพิ่มอีกสองใบ”

“ตะเกียบ”

“แล้วก็สบู่และผงซักฟอก”

ทุกครั้งที่เธอเอ่ย เขาก็พยักหน้ารับหมดโดยไม่ถามราคาแม้แต่คำเดียว

ฉินเหมยถึงกับมองตาค้าง

“ฉางเยว่”

เธอหัวเราะออกมาเสียงเบา

“เมื่อก่อนแค่ซื้อเกลือเพิ่มครึ่งชั่งยังยืนคิดตั้งนาน วันนี้ซื้อทั้งข้าว ทั้งแป้ง ทั้งเนื้อ ทั้งของใช้ แต่งเมียแล้วใจป้ำขึ้นเยอะเลยนะ”

ซ่งฉางเยว่เกาศีรษะอย่างเขิน ๆ

“ของพวกนี้จำเป็น เมียเพิ่งเข้าบ้าน จะให้ขาดอะไรไม่ได้”

ฉินเหมยอดหัวเราะไม่ได้

“เมื่อก่อนตระหนี่เสียจนฉันยังคิดว่านายไม่มีเงิน แต่สามีของฉันกลับบอกว่าในหมู่ชาวประมงด้วยกัน นายจับปลาเก่งที่สุดและขายปลาได้ราคาดีกว่าคนอื่น ฉันจึงได้รู้ว่าไม่ใช่ว่านายไม่มีเงิน แต่นายเป็นคนขี้งกต่างหาก”

“แต่พอมีเมียแล้วพร้อมจ่ายไม่อั้นเลยนะ”

คำพูดของฉินเหมยทำให้คนในร้านต่างพากันหัวเราะ แต่ในจังหวะนั้นเอง... เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตู

“ก็เพราะคนบางคนมันหลงเมียจนโง่น่ะสิ”

ทุกคนหันไปมองพร้อมกันกับที่หลินฟาง แม่ของกู้หมิงเจ๋ออดีตว่าที่เจ้าบ่าวของจ้าวชิงหรานเดินเข้ามาในร้านพร้อมตะกร้าสานบนแขน เมื่อหลินฟางเห็นจ้าวชิงหราน สีหน้าของเธอก็เย็นชาในทันที

“โชคดีที่ลูกชายของฉันคิดได้เสียก่อน ไม่ยอมเสียสินสอดตั้งหนึ่งร้อยหยวนเพื่อแต่งผู้หญิงที่ไม่ได้เรื่องคนนี้เข้าบ้าน ผู้หญิงที่ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็น กลับกล้าเรียกสินสอดแพงถึงขนาดนั้น”

เธอแค่นหัวเราะออกมา

“เงินตั้งร้อยหยวนเชียวนะ บ้านฉันใช้ซื้อเนื้อกินได้เกือบตลอดทั้งปีมีหรือจะยอมเสียเงินแต่งลูกสะใภ้ขี้เกียจตัวเป็นขนเข้าบ้าน”

บรรยากาศภายในร้านเงียบลงทันที ทุกสายตาหันมามองจ้าวชิงหราน แต่จ้าวชิงหรานกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะมองหลินฟางด้วยสายตาเย็นชา

“เงินสินสอดหนึ่งร้อยหยวนนั่นกู้หมิงเจ๋อเป็นคนเสนอขึ้นมาเองนะ บ้านกู้ของป้าจ่ายไม่ไหว ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องโพนทะนาให้อับอายขายหน้าหรอกค่ะ”

จ้าวชิงหรานพูดพลางหันไปมองซ่งฉางเยว่

“บ้านกู้ไม่ยินดีจ่าย แต่บ้านอื่นยินดีจ่าย แถมยังยินดีที่จะจ่ายเยอะกว่าด้วย”

คำพูดของเธอเหมือนมีดแทงเข้ากลางอก หลินฟางหน้าแดงก่ำ

“นังจิ้งจอก! แกเป็นคนล่อลวงลูกชายฉัน โชคดีที่หมิงเจ๋อคิดได้ทัน เขาจึงไม่ได้แต่งแกเข้าบ้าน”

“คอยดูเถอะ วันหน้าลูกชายฉันจะต้องแต่งสาวสวยจากเมืองหลวงที่ทั้งมีการศึกษาสูง ทั้งมีฐานะร่ำรวย ผู้หญิงแบบนั้นต่างหากถึงจะคู่ควรกับเขา ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างแก”

จ้าวชิงหรานหัวเราะออกมาอย่างไม่แยแส

“เป็นฉันต่างหากที่โชคดี”

เธอพูดพลางเดินเข้าไปจับแขนของซ่งฉางเยว่เบา ๆ

“ได้แต่งกับผู้ชายอย่างพี่ฉางเย่ ฉันจะได้อยู่ในบ้านสามีสบายใจ ไม่มีแม่สามีนิสัยเสียคอยจิกหัวใช้ ไม่มีคนคอยพูดจาดูหมิ่นครอบครัวของฉันที่สำคัญ...”

เธอยิ้มกว้าง

“ฉันไม่ต้องแต่งงานกับลูกแหง่ที่เอาแต่เชื่อพ่อแม่ ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองอย่างกู้หมิงเจ๋อ”

คนในร้านหลายคนถึงกับหลุดหัวเราะ ทำให้สีหน้าของหลินฟางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

“นังแพศยา!”

หลินฟางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบ แต่จ้าวชิงหรานกลับก้าวเข้าหาโดยไม่มีทีท่าหวาดกลัว

“ตบสิ!”

เธอจ้องตาหลินฟางเขม็ง

“ถ้าป้าตบมา ฉันก็จะตบกลับ”

“แรงฉันดีมากนะ”

“เด็กสาวปากเสียในหมู่บ้าน ฉันก็ตบมาแล้วหลายคน วันนี้ก็ไม่รังเกียจจะตบหญิงแก่ปากเสียอีกสักคน”

หลินฟางชะงักไปในทันที เธอรู้ดีว่าจ้าวชิงหรานทะเลาะตบตีกับผู้คนไปทั่วอย่างไม่กลัวเกรง และไม่เคยเสียเปรียบใครเลยจนตอนนี้ไม่มีใครกล้าทะเลาะกับจ้าวชิงหรานแล้ว แต่ความโกรธทำให้หลินฟางยังไม่ยอมแพ้ เธอหันไปมองซ่งฉางเยว่แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ซ่งฉางเยว่คิดดีแล้วหรือที่แต่งผู้หญิงแบบนี้เข้าบ้าน ทั้งขี้เกียจ ทั้งนิสัยเสีย แถมยังเสียความบริสุทธิ์ให้ลูกชายฉันไปแล้ว”

“กินของเหลือเดนคนอื่น ไม่รู้สึกรังเกียจหรือไง”

สิ้นเสียงนั้นจ้าวชิงหรานเงื้อฝ่ามือขึ้นตั้งใจว่าจะตบคนตรงหน้าให้หนำใจแต่ฝ่ามือของเธอกลับถูกซ่งฉางเยว่จับไว้เสียก่อน

ชายหนุ่มดึงเธอมาอยู่ด้านหลังตนเอง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่เย็นเยียบ

“อย่าเลย”

เขาพูดเบา ๆ

“เดี๋ยวฝ่ามือของเธอจะเปื้อนของสกปรก”

จากนั้นเขาจึงเงยหน้ามองหลินฟางสายตาที่เมื่อครู่นี้ยังอ่อนโยนอยู่กลับเย็นเฉียบจนคนมองต้องสะท้าน

“ไก่อ่อนที่ยังมุดอยู่ใต้ชายกระโปรงแม่อย่างกู้หมิงเจ๋อจะมีปัญญามาทำลายความบริสุทธิ์ของชิงหรานได้อย่างไร”

ทุกคนในร้านถึงกับเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึงว่าซ่งฉางเยว่จะออกหน้ามาทะเลาะกับผู้หญิงปากร้ายคนหนึ่งเพื่อปกป้องจ้าวชิงหราน คำพูดและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจบนใบหน้าของเขาทำให้สีหน้าของหลินฟางซีดลง

ซ่งฉางเยว่กล่าวต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน

“ผมเพิ่งจะเข้าหอกับภรรยาของผมมา ผู้หญิงของผมบริสุทธิ์หรือไม่ ผมย่อมรู้ดีกว่าใคร ผมไม่ใช่คนโง่ที่ยอมให้คนมาพูดจาปั่นหัวเล่น”

เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

“ต่อไปนี้... หากผมได้ยินว่ามีใครพูดจาใส่ร้ายภรรยาของผมอีก ผมจะไม่ปล่อยเอาไว้แน่”

คำพูดของเขาทำให้หลินฟางถึงกับพูดไม่ออก จ้าวชิงหรานยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดสี

“แทนที่จะมาวุ่นวายเรื่องของฉัน ป้ากลับไปดูแลลูกสาวตัวเองให้ดีเถอะ สั่งสอนให้เธอรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ให้ดี”

“ถ้าวันหนึ่งท้องป่องก่อนแต่งขึ้นมา อย่าว่าแต่สินสอดร้อยหยวนเลย แค่จะหาคนมาสู่ขอ... ก็คงจะยากแล้ว”

คำพูดของจ้าวชิงหรานทำให้หลินฟางหน้าซีดเผือดไปชั่วขณะ ก่อนความโกรธจะพุ่งขึ้นถึงขีดสุด

“แก!”

เธอชี้หน้าจ้าวชิงหราน ตัวสั่นเทิ้ม

“คอยดูเถอะ! ฉันไม่มีวันปล่อยแกไว้แน่”

เมื่อหลินฟางพูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากร้านค้าสหกรณ์ไปด้วยความเดือดดาล

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel