บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 สะใภ้บ้านซ่ง

ทันทีที่ร่างของหลินฟางลับสายตาไป บรรยากาศในร้านก็กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง หลายคนแอบหัวเราะกับสีหน้าของหลินฟางเมื่อครู่นี้ ส่วนจ้าวชิงหรานช่วยซ่งฉางเยว่ยกถุงใส่ของที่เธอซื้อขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ

ชาติที่แล้ว... อีกไม่นาน กู้หมิงซีจะตั้งครรภ์กับผู้ชายต่างหมู่บ้าน ถึงตอนนั้น บ้านกู้ที่เคยดูถูกคนอื่นเรื่องความบริสุทธิ์ คงได้ลิ้มรสคำพูดของตัวเองอย่างน่าขายหน้า

ส่วนเรื่องที่กู้หมิงเจ๋อจะได้แต่งงานกับสาวในเมืองได้หรือไม่นั้น คงต้องขึ้นกับความใจกว้างของแม่ของเขาแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนี้จ้าวชิงหรานยิ้มออกมา ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอกังวลเรื่องเงินทุนในการประกอบอาชีพของเธอกับซ่งฉางเยว่ เธอเคยคิดถึงทองหีบนั้นที่กู้หมิงเจ๋อเคยบังเอิญขุดเจอตอนที่เขาจะไปขุดเหล้าหมักที่เธอและเขาเคยฝังเอาไว้ด้วยกัน แต่เพราะเธอไม่อยากจะทำลายวาสนาการแต่งงานของเขาด้วยการช่วงช่วงชิงทรัพย์สินที่ควรจะเป็นของเขาในอนาคต เธอจึงไม่คิดจะไปยุ่งกับทองคำหีบนั้น แต่ตอนนี้เธอคิดในใจว่า

‘ช่างหัวกู้หมิงเจ๋อเถิด ทั้งชาติก่อนและชาตินี้เขาล้วนทำผิดต่อฉัน ดังนั้นทองคำหีบนั้นที่เขาควรจะได้พบเจอ ฉันขอช่วงชิงมาเป็นของตนเองก็แล้วกัน’

เมื่อคิดได้เช่นนั้นอารมณ์ของจ้าวชิงหรานก็พลันดีขึ้น เธอกำลังวางแผนอยู่ในใจว่าเธอจะไปขุดเหล้าหมักของเธอขึ้นมาวันไหนดี

ในชาติก่อนหลังจากที่เป็นวิญญาณล่องลอยไปทั่วอยู่สองปี พอเธอได้ยินว่ากู้หมิงเจ๋อกลับมาแล้วเธอเคยไปหาเขา สิ่งแรกที่เธอได้ยินก็คือเขาต้องการจะแต่งงานกลับผู้หญิงในเมือง เธอเป็นแบบที่หลินฟางแม่ของเขาพูดถึง ทั้งมีการศึกษาและฐานะดี สิ่งเดียวที่ทำให้หลินฟางไม่ยอมให้กู้หมิงเจ๋อแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นเป็นเพราะบ้านของเธอรวยจะมอบสินสอดให้เธอแค่เงินไม่กี่หยวนไม่ได้

และตอนนั้นกู้หมิงเจ๋อจึงได้พูดถึงเธอออกมา เขาพูดว่าสาเหตุที่เขาและจ้าวชิงหรานไม่ได้ครองคู่กันก็เป็นเพราะเรื่องพ่อกับแม่ของเขาไม่ยอมจ่ายค่าสินสอดนี่แหละ แล้วหลังจากนั้นเขาจึงได้วิ่งออกจากบ้านไปยังสถานที่ที่เขาและจ้าวชิงหรานมักจะนัดพบเจอกันอยู่เสมอ

ใต้ต้นไม้ใหญ่บนเนินเขาที่มองเห็นท้องทะเลอย่างชัดเจน เขาและเธอเคยนำเหล้าหมักที่เธอกับเขาช่วยกันหมักเอาไว้มาฝังใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งนั้น เคยสัญญากันว่าหลังแต่งงานกันแล้วจะไปขุดเหล้าที่ฝังเอาไว้ขึ้นมาดื่มด้วยกัน...

จ้าวชิงหรานยืนจ้องมองเขาขุดหาไหเหล้าหมักที่เธอกับเขาช่วยกันฝังเอาไว้... แต่คนอย่างกู้หมิงเจ๋อ แค่จะขุดไหเหล้าขึ้นมาก็ยังขุดหาผิดฝั่งเลยแถมขุดลึกลงไปถึงเพียงนั้นแทนที่จะคิดได้แล้วว่าขุดผิดที่ คนโง่อย่างเขาก็ยังขุดลงไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมหยุด

ดูเหมือนว่าชาติที่แล้วเขาจะโชคดีมากแทนที่เขาจะพบไหเหล้าหมักแต่กลับได้พบหีบทองคำหีบใหญ่ หลังจากนั้นเขาก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงในเมืองสมใจ แถมความเป็นอยู่ของเขาและคนที่บ้านก็ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเสียด้วย

ชาตินี้จ้าวชิงหรานตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเธอจะทำลายความโชคดีของเขา ทองคำหีบนั้นเธอจะไปขุดมาเป็นของเธอ เพียงเท่านี้ปัญหาเรื่องเงินทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพของเธอก็จะได้รับการแก้ไขแล้ว

“อารมณ์ดีจังเลยนะ”

ซ่งฉางเยว่ถามเมื่อเห็นว่าจ้าวชิงหรานเดินพลางยิ้มมาตลอดทางที่เดินกลับบ้าน

“ฉันกำลังคิดว่าถ้าพวกเรามีเงินทุนก้อนหนึ่งพวกเราจะนำไปทำอะไรก่อนดี”

“หืม...”

สีหน้าและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยของซ่งฉางเยว่ทำให้จ้าวชิงหรานรีบหัวเราะออกมาเพื่อกลบเกลื่อนในทันที

“ฉันชอบพูดจาไร้สาระอย่างนี้แหละ พี่อย่าถือสาฉันเลย พวกเรารีบกลับบ้านกันเถิดเดี๋ยวแดดจะหมดเสียก่อน ฉันจะทำเนื้อหมูตากแห้งเอาไว้ให้พี่ตอนที่พี่ออกทะเลพี่จะได้มีเนื้อหมูกินบนเรือ ตอนออกทะเลกินแต่ปลาทุกมื้อพี่คงเบื่อแย่”

เมื่อจ้าวชิงหรานพูดออกมาเช่นนี้ซ่งฉางเยว่ก็หันมามองหน้าเธอ

“เนื้อหมูนี้เธอตั้งใจซื้อมาให้พี่หรือ”

เมื่อเขาถามเช่นนี้จ้าวชิงหรานก็พยักหน้า

“แน่นอน ถ้าฉันไม่ซื้อมาทำกับข้าวให้พี่กิน พี่คิดว่าฉันจะกินคนเดียวจนหมดหรือไง”

“พวกเรารีบกลับบ้านกันเถิดค่ะ แดดหมดเสียก่อนฉันคงจะไม่ได้ตากเนื้อหมูแล้ว”

เมื่อพูดจบจ้าวชิงหรานก็รีบสาวเท้าตรงไปยังบ้านที่อยู่ริมทะเลของซ่งฉางเยว่ เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าคำพูดของเธอทำให้ซ่งฉางเยว่รู้สึกยินดีมากเพียงใดผู้หญิงที่เขาแอบชอบมาโดยตลอดตอนนี้ไม่เพียงยอมแต่งงานกับเขา แต่ยังมีความเป็นห่วงเป็นใยเขาและคิดจะทำสิ่งต่างๆ เพื่อเขาด้วย

แม้ว่าตอนนี้เธออาจจะยังไม่ได้ชอบเขาเช่นเดียวกับที่เขาชอบเธอ แต่แค่เธอหันมาใส่ใจเขาอย่างจริงใจ เพียงเท่านี้มันก็ทำให้ซ่งฉางเยว่รู้สึกยินดีมากแล้ว

พอกลับไปถึงบ้านก็สายมากแล้ว จ้าวชิงหรานรีบล้างเนื้อหมูแล้วนำมาหมักด้วยเกลือ หลังจากนั้นจึงนำไปตากแดดตั้งใจว่าตอนเย็นจะนำมาย่างด้วยไฟอ่อนๆ ให้แห้งจะได้เก็บไว้กินได้นานๆ

เท่าที่เธอจำได้ตอนที่เธอเป็นดวงวิญญาณล่องลอยไปมา ทุกครั้งที่ซ่งฉางเยว่ออกทะเลเขามักจะล่องเรือออกจากฝั่งไปหลายวัน แม้ว่าจะรู้สึกเป็นห่วงเขาแต่เธอก็เป็นห่วงคนในครอบครัวมากกว่า เธอจึงยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวคนในครอบครัว แล้วจึงแวะเวียนมาหาเขาอยู่บ่อยครั้ง เฝ้าดูว่าเขากลับมาแล้วหรือยัง พอเขากลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอก็พลอยยิ้มตามเขาไปด้วย

ชาติก่อนดวงวิญญาณของเธอเฝ้าจับตามองเขามาโดยตลอด เธอจึงรู้ว่าการได้ออกทะเลคือความชอบของเขา ไม่ว่าจะจับปลากลับมามากน้อยเพียงใดสีหน้าของเขาก็จะเต็มไปด้วยความสุขและความผ่อนคลายเสมอ

พอนำเนื้อไปตากแล้วหลังจากนั้นจ้าวชิงหรานก็ทำความสะอาดบ้าน จัดเก็บข้าวของของตนเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สำรวจแปลงผักของเขาและที่ดินโดยรอบแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

ด้านหลังบ้านของซ่งฉางเยว่นอกจากแปลงผักแล้วยังมีที่ดินว่างเปล่าอีกผืนใหญ่ติดกับชายป่าบริเวณตีนเขา เมื่อก่อนตอนที่พ่อและแม่ของเขายังอยู่เคยปลูกผักและพยายามจะถางที่ดินเพื่อทำเป็นสวนผลไม้ แต่พอพวกเขาตายไปซ่งฉางเยว่ก็ปล่อยเป็นที่ดินรกร้าง

ผลไม้ที่เคยปลูกเอาไว้ก็ไม่ได้ผลิดอกออกผลเพราะไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร อีกอย่างที่ดินแห่งนี้อยู่ติดกับชายทะเล ไม่เหมาะต่อผลไม้ที่พ่อและแม่ของซ่งฉางเยว่นำมาปลูกเท่าใดนัก ส่วนสาเหตุที่เธอรู้อย่างละเอียดเช่นนี้เป็นเพราะเมื่อก่อนเธอเคยได้ยินซ่งฉางเยว่พูดถึงเรื่องนี้กับพี่ชายของเขา

หลังจากสำรวจบริเวณรอบๆ บ้านแล้วเธอก็กลับไปกินมื้อกลางวันที่ซ่งฉางเยว่ทำเอาไว้รอเธอ แล้วหลังจากนั้นเธอก็ช่วยเขาเก็บกวาดลานบ้านจนสะอาดแล้วนั่งดูเขาซ่อมอวนจับปลา

ช่วงเย็นเธอก็นำเนื้อหมูที่ตากไว้มาย่างไฟจนแห้งแล้วนำมาห่อกับกระดาษเคลือบน้ำมัน เพื่อที่เขาจะได้นำไปกินบนเรือได้สะดวก

“เธอก็แบ่งเอาไว้กินเองบ้างสิ”

ซ่งฉางเยว่พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าจ้าวชิงหรานห่อเนื้อตากแห้งใส่ในกระดาษเคลือบน้ำมันจนหมด

“ฉันอยู่บ้านไม่อดหรอก ตุนทั้งข้าวทั้งแป้งเสียเยอะแยะ เดี๋ยวกลับไปเอาไข่ที่บ้านมาสักตะกร้า ฉันก็อิ่มท้องทุกมื้อแล้ว”

จ้าวชิงหรานพูดพลางยิ้มออกมา พอเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าซ่งฉางเยว่กำลังจ้องมองเธออยู่

“เย็นนี้อยากกินอะไร ให้ฉันลองทำอาหารให้พี่กินบ้างดีไหม”

คำถามของเธอทำให้เขาพยักหน้า

“ตามใจเธอเลย”

ดังนั้นเย็นวันนี้ซ่งฉางเยว่จึงได้กินข้าวสวยร้อนๆ ผัดผักเละๆ หนึ่งจาน โชคดีที่จ้าวชิงเฉิงนำกับข้าวอีกสองสามอย่างมาให้ จ้าวชิงหรานจึงทำแค่หุงข้าวกับผัดผักให้เขากินเพียงเท่านั้น อาหารจานอื่นๆ ที่จ้าวชิงเฉิงนำมาให้จึงทำให้ซ่งฉางเยว่ไม่ต้องฝืนใจกินอาหารที่จ้าวชิงหรานลงมือทำเท่าใดนัก

“ต่อไปฉันจะฝึกทำให้มากกว่านี้”

จ้าวชิงหรานพูดพลางคีบกับข้าวที่แม่ของเธอทำลงในชามข้าวของซ่งฉางเยว่ เขาเพียงแค่ยิ้มออกมาแล้วยื่นตะเกียบไปคีบผัดผักของเธอมากิน การกระทำของเขาแม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมาแต่ก็ทำให้จ้าวชิงหรานรู้สึกอบอุ่นใจอยู่ไม่น้อย เธอตั้งมั่นเอาไว้ในใจว่าเธอจะเป็นภรรยาที่ดีของเขาและจะเป็นสะใภ้ที่ดีของบ้านซ่ง จะไม่มีใครกล้ามาพูดจาดูถูกเธอได้อย่างเช่นวันนี้อีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel