บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 คืนเข้าหอ

เสียงประทัดดังสนั่นอยู่หน้าบ้านจ้าว ควันสีขาวลอยคลุ้งไปทั่วลานบ้าน เด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างวิ่งเก็บเศษประทัดด้วยความสนุกสนาน ขณะที่ผู้ใหญ่ต่างพากันยกถ้วยเหล้าขึ้นกล่าวอวยพรให้บ่าวสาว

“ขอให้ครองรักกันจนแก่เฒ่า”

“รีบมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง”

“ชิงหราน ช่างมีวาสนาดีจริงๆ”

คำอวยพรดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซ่งฉางเยว่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มตอบทุกคน แม้เขาจะดื่มไม่เก่ง แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจของชาวบ้าน ส่วนจ้าวชิงหรานนั่งอยู่ข้างเขา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

ชาติที่แล้ว... เธอจำได้ว่าวันแต่งงานถูกยกเลิกอย่างน่าอับอาย วันรุ่งขึ้นบ้านสกุลจ้าวของเธอจากที่เพิ่งจะยกเลิกงานแต่งงานไปก็ต้องจัดงานศพแทน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าทำให้คนที่เคยพูดจาดูถูกเธอไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก เสียงร้องไห้ของพ่อแม่และพี่ชาย ทำให้ไม่มีใครกล้าพูดจาซ้ำเติม สิ่งเดียวที่พวกเขาพูดออกมาก็คือคำว่า

“เวรกรรมจริงๆ”

แต่วันนี้กลับแตกต่างไปจากชาติที่แล้วโดยสิ้นเชิง

แม้ซ่งฉางเยว่จะประหม่า มือไม้เก้งก้างจนทำแก้วแทบหล่นหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่มีคนกล่าวอวยพร เขาจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุข ราวกับไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างเป็นความจริง

แค่ได้เห็นสายตาของเขา เพียงเท่านี้...หัวใจของเธอก็อบอุ่นแล้ว

เมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำ แขกเหรื่อทยอยกลับบ้าน ธรรมเนียมของหมู่บ้านชายทะเลแห่งนี้เรียบง่าย หลังเสร็จพิธีที่บ้านของเจ้าบ่าวแล้ว แล้วบ่าวสาวก็จะเข้าห้องหอ แต่วันนี้งานพิธีจัดที่บ้านของเจ้าสาว เมื่อเลี้ยงฉลองเสร็จแล้วจ้าวชิงหรานก็ต้องเตรียมตัวย้ายไปที่บ้านของซ่งฉางเยว่เพื่อเข้าหอตามธรรมเนียม

แม่ของจ้าวชิงหรานช่วยจัดข้าวของจำเป็นใส่ห่อผ้าใบเล็กเตรียมเอาไว้แล้ว ของที่เตรียมเอาไว้มีไม่มาก ประกอบไปด้วย

เสื้อผ้าไม่กี่ชุด

ผ้าห่มผืนหนึ่ง

หมอนหนึ่งใบ

และกล่องไม้ใบเล็กที่เก็บเครื่องประดับเงินของแม่ไว้เป็นสินเดิมให้ลูกสาวเธอลูบใบหน้าของจ้าวชิงหรานเบา ๆ

“แต่งออกไปแล้วก็ต้องดูแลสามีดี ๆ”

“อย่าเอาแต่ใจเหมือนตอนอยู่บ้าน”

จ้าวชิงหรานพยักหน้า ก่อนจะกอดแม่ของเธอแน่น

“แม่...หนูจะดูแลตัวเองค่ะ”

น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล จนผู้เป็นแม่รู้สึกตื้นตัน ลูกสาวที่เคยดื้อรั้น วันนี้กลับสุขุมราวกับเป็นคนละคน จ้าวชิงเฉิงเดินเข้ามาแบกห่อผ้าไว้บนบ่า ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง

“เอาล่ะ ๆ หากร้องไห้กันต่อไป ฉางเยว่คงรอจะจนพระจันทร์ขึ้น เรื่องเข้าหอคงไม่ได้ทำกันแล้ว”

คำพูดของเขาทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา ซ่งฉางเยว่รีบก้าวเข้ามา

“ฉะ...ฉันถือเอง นายไม่ต้องไปส่งหรอก”

เขารีบรับห่อผ้าจากจ้าวชิงเฉิงอย่างเกรงใจ จ้าวชิงเฉิงยกมือตบบ่าของซ่งฉางเยว่เบา ๆ

“ต่อจากนี้น้องสาวของฉันคงต้องฝากให้นายดูแลแล้ว”

ซ่งฉางเยว่พยักหน้าอย่างจริงจัง

“ฉันจะดูแลชิงหรานด้วยชีวิต”

คำตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่นของซ่งฉางเยว่ ทำให้จ้าวชิงหรานหันไปมองเขาอีกครั้ง เธอเชื่อมั่นว่าคำพูดที่เขาพูดออกมานั้น เขาจะต้องทำได้ตามที่พูดออกมาอย่างแน่นอน

บ้านตระกูลซ่งอยู่ริมทะเล ห่างจากหมู่บ้านออกไปเล็กน้อย เป็นบ้านไม้เก่าหลังเล็กที่สร้างจากไม้สน หลังคามุงกระเบื้องเก่า แม้จะดูทรุดโทรม แต่สะอาดสะอ้าน

ทันทีที่เดินมาถึงหน้าบ้าน ซ่งฉางเยว่ก็เปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไปด้านใน เขานำข้าวของที่จ้าวชิงหรานนำติดตัวมาด้วยไปวางลงบนโต๊ะ เขาจึงได้หันมามองเธอ

จ้าวชิงหรานเดินเข้าไปสำรวจรอบๆ ภายในตัวบ้าน บ้านไม้หลังนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากความทรงจำในชาติที่แล้วของจ้าวชิงหรานนัก แม้ว่าจะเก่าไปสักหน่อยแต่ก็สะอาดมากสำหรับผู้ชายที่อาศัยอยู่เพียงคนเดียวอย่างซ่งฉางเยว่

พ่อและแม่ของเขาตายจากไปนานหลายปีแล้ว บ้านหลังนี้จึงมีเขาพักอาศัยอยู่คนเดียว ข้าวของเครื่องใช้ก็ล้วนมีเท่าที่จำเป็น ห้องนอนสองห้องที่มีอยู่ในบ้าน ห้องหนึ่งกลายเป็นห้องเก็บของไปแล้ว ส่วนอีกห้องคือห้องนอนของซ่งฉางเยว่ และคืนนี้... ห้องนั้นจะกลายเป็นห้องหอของเขาและเธอ

เมื่อเข้าไปด้านในห้อง จ้าวชิงหรานอดพยักหน้าอย่างพึงพอใจไม่ได้ ภายในห้องสะอาดจนแทบไม่มีฝุ่น

โต๊ะไม้ถูกเช็ดจนขึ้นเงา

แม้แต่หน้าต่างยังถูกเช็ดถูจนไร้ฝุ่นเกาะ

ส่วนเตียงไม้... ปูด้วยผ้าปูสีแดงผืนใหม่ที่เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะปูลงไปอย่างเร่งรีบ

ซ่งฉางเยว่เกาศีรษะเขิน ๆ

“เครื่องนอนนี้เตรียมเอาไว้นานแล้ว ตอนที่พี่กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า กลัวเธอจะรังเกียจเครื่องนอนเก่าก็เลยรีบลงมือเปลี่ยนใหม่เอาไว้รอเธอ”

เมื่อพูดจบเขาก็รีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งจ้าวชิงหรานเอาไว้ในห้องคนเดียว จ้าวชิงหรานยิ้มออกมาพลางเดินไปลูบผ้าปูเตียงเบา ๆ แม้จะเป็นผ้าฝ้ายราคาถูก แต่สะอาดสะอ้าน แม้ว่าจะมีรอยพับที่บ่งบอกว่าเพิ่งจะคลี่ออกมาปู แต่ก็บ่งบอกให้รู้ว่าเขาใส่ใจเธอมากเพียงใด

ซ่งฉางเยว่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู ทั้งชีวิตเขาไม่เคยอยู่ตามลำพังกับหญิงสาวมาก่อน ยิ่งหญิงสาวคนนั้นเป็นภรรยาของตนเอง เขายิ่งทำตัวไม่ถูก

จ้าวชิงหรานหันกลับมา เห็นเขายืนเกร็งราวกับท่อนไม้ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“พี่ยังจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกหรือ”

ซ่งฉางเยว่สะดุ้ง

“อ่ะ...อ้อ”

เขารีบเดินเข้ามา แต่เพราะรีบร้อนเกินไป หัวเข่ากลับชนมุมโต๊ะไม้ดัง “ปึก”

“โอ๊ย!”

จ้าวชิงหรานหลุดหัวเราะเสียงใส เสียงหัวเราะของเธอดังกังวานไปทั่วห้องซ่งฉางเยว่หน้าแดงตั้งแต่ใบหูจนถึงต้นคอ เขารู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสของภรรยา เขาก็ยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

จ้าวชิงหรานมองใบหน้าซื่อ ๆ ของเขา ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปจับมือที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการออกทะเล มือคู่นี้หยาบกร้าน แข็งแรง และเต็มไปด้วยบาดแผล แต่สำหรับเธอ... มันคือมือที่จะสร้างอนาคตให้ครอบครัวของพวกเขา

เธอกำมือเขาแน่น แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน

“พี่ฉางเยว่... ต่อจากนี้ไป พวกเราจะสร้างชีวิตที่ดีไปด้วยกันนะ”

ซ่งฉางเยว่มองมือของทั้งสองที่กุมกันอยู่ หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก

เขาพยักหน้าช้า ๆ

“อืม พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป"

คำพูดเรียบง่ายของชายหนุ่ม ทำให้จ้าวชิงหรานยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เพราะเธอรู้ดีว่า...ผู้ชายคนนี้ ไม่เคยผิดคำพูดเลยสักครั้ง

ค่ำคืนแรกของการแต่งงาน ไม่ได้มีถ้อยคำบอกรักอันหวานซึ้ง มีเพียงคำมั่นสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่ดีไปด้วยกันเพียงเท่านั้น ซ่งฉางเยว่ค่อยๆ ก้มใบหน้าลงมาหาเธอ เมื่อเห็นว่าจ้าวชิงหรานไม่ได้หลบเลี่ยงเขาก็ก้มหน้าลงมาจุมพิตริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเธอเบาๆ

“ชิงหราน เธอคือภรรยาของพี่แล้ว”

คำพูดที่เต็มไปด้วยการหยั่งเชิงของเขาทำให้จ้าวชิงหรานพยักหน้า เธอไม่ได้หลบเลี่ยงและไม่ได้ปฏิเสธเขา ซ่งฉางเยว่จึงจุมพิตริมฝีปากของเธออีกครั้งและครั้งนี้ทั้งยาวนานและดูดดื่มเป็นอย่างยิ่ง

ริมฝีปากอันหวานล้ำและหอมกรุ่นของจ้าวชิงหรานทำให้ลมหายใจของซ่งฉางเยว่พลันติดขัดขึ้นมา ความรุ่มร้อนโอบล้อมร่างของคนทั้งคู่เอาไว้ สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว ย่อตัวลงอุ้มร่างอันเบาหวิวของจ้าวชิงหรานขึ้นแล้วนำร่างของเธอไปวางลงบนเตียงใหญ่ของเขา ตอนที่เขาแนบร่างลงไปบนร่างของเธอ เขาพยายามสังเกตสีหน้าของเธออย่างระมัดระวังเมื่อไม่มีการต่อต้านเขาจึงได้ลงมือทำตามหัวใจตนเองอย่างอ่อนโยน

“ไม่ต้องกลัวนะพี่จะไม่ทำให้เธอเจ็บปวด”

แม้จะพูดเช่นนี้แต่จ้าวชิงหรานก็ยังน้ำตาไหลเพราะความเจ็บปวดอยู่ดี แต่เมื่อเห็นว่าเขาเองก็พยายามควบคุมตนเองอย่างเต็มที่ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความอดกลั้นของเขาทำให้จ้าวชิงหรานพยักหน้าพลางพยายามโอนอ่อนผ่อนตามไปกับเขา เธอเคยได้ยินมาว่าครั้งแรกของผู้หญิงมักจะเป็นเช่นนี้ หากเธอเดาไม่ผิดครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งแรกของซ่งฉางเยว่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงไม่คิดจะผลักไสเขาออกไป ยินดีที่จะเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ในยามค่ำคืนระหว่างสามีภรรยาไปด้วยกันกับเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel