บทที่ 2 เด็กสาวที่เขาไม่ต้องการ
เด็กสาวรีบตรงไปที่ห้องนอนของกรจักรทันทีซึ่งมันอยู่ติดกับห้องนอนของหล่อน ด้วยอารามดีใจมือบางถือวิสาสะเปิดมันเข้าไปโดยไม่ทันได้ขออนุญาต
ภาพที่เห็นทำเอาเด็กสาวหน้าแดงก่ำก่อนจะต้องหลุบสายตามองลงกับพื้นห้อง หัวใจสาวเต้นระส่ำ
กรจักรที่มีบ็อกเซอร์ติดกายเพียงตัวเดียวเขาปรายตามองเด็กสาวที่เอาแต่ก้มหน้างุดมองแต่พื้นห้องก่อนจะหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับ
“เธอควรเคาะประตูไม่ใช่หรือใบตอง”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยการตำหนิทำเอาเด็กสาวสลดไม่น้อย
“หนูใบตองขอโทษค่ะที่ไม่ได้เคาะประตูก่อน”
เด็กสาวยิ้มเจือนให้กับคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด
“เธอควรจะเข้านอนได้แล้วนะใบตองมันไม่ใช่เวลาที่เธอจะมายืนอยู่ตรงนี้”
เด็กสาวยิ้มแฉ่งก่อนจะเดินตรงเข้ามาหากรจักรที่ยืนทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ ซึ่งมันเป็นแบบนี้เสมออยู่แล้วแต่หล่อนกลับไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไรเพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าใจดีขนาดไหนหากเขาใจร้ายเขาคงไม่อุปการะหล่อนเช่นทุกวันนี้
“ก็หนูใบตองคิดถึงคุณกรจักรหนิคะ”
หล่อนพูดความรู้สึกของตนเองออกมาอย่างไร้เดียงสาในขณะที่คนฟังอย่างกรจักรกำลังมีปฏิกิริยารุนแรงกับคำว่าคิดถึงของเด็กสาวเนื้อตัวชายหนุ่มมันเกร็งเครียดไปหมดไม่เว้นแม้แต่ท่อนเอ็นที่มันกำลังผงาดชูชันจนเขาต้องหันหลังให้หล่อนทันทีเพื่อหลบซ่อนมันจากสายตา
“ทีหลังไม่ต้องมารอฉันอีกเข้าใจไหม”
ชายหนุ่มหันหลังก่อนจะเดินหลบไปยืนริมหน้าต่างโดยที่ไม่หันมามองคนตัวเล็กอีก น้ำเสียงเยือกเย็นที่ติดจะรำคาญทำเอาหล่อนรู้สึกน้อยใจกับท่าทีของเขา
แต่หล่อนก็ยังคงคิดเข้าข้างตนเอง กรจักรคงเหนื่อยกับการทำงาน ถ้าหากกรจักรรังเกียจหล่อนเขาคงไม่รับหล่อนมาอุปการะอีกอย่างเขาคือผู้มีพระคุณหล่อนไม่มีสิทธิที่จะรู้สึกใดๆ กับการกระทำของเขา
“แล้วทำไมหนูใบตองจะมารอไม่ได้คะในเมื่อหนูใบตองเป็นห่วงคุณกรจักร”
ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ไร้การแต่งแต้มจริตมารยาของคนโต ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มกระตุกรุนแรงเสียยิ่งกว่าคำว่าคิดถึงเมื่อครู่อีก
“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกใบตอง”
เป็นห่วงตัวเองเถอะ…มันเป็นประโยคที่เขาต่อท้ายเองภายในใจเพราะเขาเริ่มรู้สึกว่าไอ้ความอดทนอดกลั้นที่มีต่อหล่อนมันเริ่มหมดไปในแต่ละวัน จนมันแทบติดลบ
เด็กสาวเห็นเขาเมินหน้าหนีเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่เหลือบหันมามองหล่อนอีกเลย เขาคงรำคาญหล่อนเต็มทีแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นหนูใบตองขอตัวก่อนนะคะ คุณกรจักรจะได้พักผ่อน”
เขาไม่ได้สนใจเด็กสาวอีก เลยไม่ทันได้เห็นว่าหล่อนเดินมาประชิดตัวก่อนจะรั้งแขนเสื้อด้านหนึ่งของเขาเต็มแรง แรงกระชากทำเอาคนตัวสูงตัวเอียงเซเล็กน้อย
เพียงเสี้ยววินาทีที่เด็กสาวเขย่งปลายเท้าเพื่อเอาจมูกโด่งเชิดรั้นแตะลงบนแก้มสากของเขาอย่างแผ่วเบา
“ฝันดีค่ะคุณกรจักร”
เด็กสาวยิ้มพึงพอใจก่อนจะรีบวิ่งแจ้นออกไปทันทีด้วยความขันเขิน ปล่อยให้คนตัวโตยืนนิ่งงันราวกับโดนสาป ร่างกำยำแข็งแกร่งยืนนิ่งอยู่นานในขณะที่ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาจับแก้มของตนเองที่มันยังคงเหมือนมีสัมผัสที่แสนวิเศษติดตรึงอยู่
“เด็กบ้า”
กรจักรยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะเดินตรงเข้าไปที่ห้องน้ำ แม่ตัวดีจะรู้บ้างไหมว่าไอ้การกระทำของหล่อนที่ไม่ได้คิดอะไรแต่มันกลับกำลังทำให้ใครบางคนต้องทรมานเพราะความต้องการที่พุ่งทะยานสูงปรี๊ด
มือหนาควักเจ้าท่อนเอ็นออกมาก่อนจะก้มลงมองเจ้าน้องชายที่มันผงาดชูชันอย่างน่าสมเพช หากยังคงเป็นแบบนี้เขาคงต้องเผลอตัวปล้ำเด็กสาวเป็นแน่
“อ๊า...ใบตอง โอ้วว...”
ฝ่ามือร้อนฉ่ากอบกุมท่อนเอ็นที่มันแข็งเสียยิ่งกว่าไม้หน้าสามเอาไว้ในมือก่อนจะเริ่มขยับรูดมันขึ้นลงอย่างเชื่องช้าภายในหัวมีแต่ใบหน้านวลใสของสาวน้อย
“อ๊า...ใบตอง โอ้ววว รูดมัน อ่า...”
หากเปลี่ยนให้ฝ่ามืออุ่นร้อนของเขาเป็นมือนุ่มนิ่มบอบบางของหล่อนคงจะดีไม่น้อย
มือหนาเร่งจังหวะมากขึ้นยามที่เขายิ่งจินตนาการถึงปลีขาเรียวงามของหล่อนยามที่แยกอ้า
“โอ้ว...ใบตอง อ่า...ซี๊ดด โอ้วววว”
ดวงตาคมกริบหลับตาแน่นริมฝีปากหนาหนักครวญครางเป็นชื่อต้องห้ามไม่หยุดหย่อน มือหนาเร่งจังหวะการรูดดึงเขาชักท่อนเอ็นขึ้นลงด้วยจังหวะถี่ระรัว
“อ๊า...ใบตอง อ่า...”
ข้อมือแข็งแรงทำงานอย่างหนักหน่วงฝ่ามือหนากอบกุมท่อนเอ็นแล้วรูดมันขึ้นลงด้วยจังหวะที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เสียงคำรามของความสุขสมจะดังกึกก้องลั่นห้องน้ำ
“อ๊ากก....โอ้วววว อ่า...ใบตอง อ่า...”
น้ำรักขาวขุ่นไหลทะลักออกมาอย่างมากมายหากหล่อนอยู่ตรงนี้เขาจะเอามันใส่ปากหล่อน
กรจักรก้มลงมองท่อนเอ็นที่มันยังคงผงาดแข็งชันไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเลยแม้แต่น้อย เขากัดกรามแกร่งเพื่อข่มอารมณ์กระสันจนมันขึ้นเป็นสันนูนปูดเป่ง เจ้าหล่อนจะรู้บ้างไหมว่าไอ้การกระทำโดยไม่ได้คิดของหล่อนมันจะทำให้ใครบางคนนอนไม่หลับตลอดทั้งค่ำคืน
ต่อจากนี้เขาคงจะต้องรักษาระยะห่างจากเด็กสาวให้มากกว่าเดิม กรจักรพยายามบอกตนเองว่าใบตองยังคงเป็นเด็ก หล่อนยังไม่โตมากพอที่จะเป็นเจ้าสาวของใครแม้กระทั่งเขาก็ตามแต่ทว่าภาพเรือนร่างของเจ้าหล่อนตอนที่นอนรอเขาบนโซฟาตัวยาวมันกลับย้อนแย้งความคิดอย่างสิ้นเชิง
