บทที่่ 3 สามปี...
มันผ่านมานานแค่ไหนแล้วกับเหตุการณ์ในวันนั้นวันที่ กรจักรเดินเข้ามาเพื่อฉุดรั้งให้หล่อนหลุดออกจากขุมนรกที่กำลังจะตกลงไปอย่างน่าเวทนาด้วยฝีมือของบิดาแท้ๆ
สามปีแล้วสินะที่หล่อนอยู่ในความดูแลของกรจักรคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ในวันนั้นมันยังคงดังก้องอยู่ในหัวอยู่เสมอมันเหมือนกับเหตุการณ์นั้นเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน
‘ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนดูแลเธอเองใบตอง’
มันอาจเป็นประโยคเรียบง่ายที่แทบจะไม่มีความหมายอะไร แต่กับหล่อนแล้วมันลึกซึ้งและเต็มไปด้วยอบอุ่นใจเมื่อนึกขึ้นมาทีไรหัวใจสาวก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขทุกครั้ง
ใบตองที่อยู่ในชุดพร้อมสำหรับการไปเรียนหล่อนยืนอยู่หน้ากระจกก่อนจะอมยิ้มนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่หล่อนใจกล้าขโมยหอมแก้มของกรจักร
“ก็คนมันคิดถึงนี่น่า...”
เด็กสาวรำพึงรำพันอยู่คนเดียว ยืนตัวบิดเป็นเกลียวเขินกับการกระทำอุกอาจของตนเอง ก็กรจักรกับหล่อนไม่เจอกันหลายวันแล้วทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน ห้องนอนก็ติดกัน แต่แทบไม่ได้เจอกันเลยหากหล่อนไม่ดักรอคงไม่มีทางได้เจอเขาอย่างแน่นอน
“ใบตองรักคุณกรจักร”
หล่อนตั้งใจไว้ว่าจะสารภาพรักกับเขาในสักวัน ที่หล่อนมีความกล้าหาญมากพอซึ่งวันนั้นมันใกล้เข้ามาแล้ว
มือบางหยิบหวีมาแปรงผมอย่างทะนุถนอมหล่อนรู้มาว่ากรจักรชอบผู้หญิงผมยาว หล่อนจึงอดทนไว้ผมจนมันยาวถึงกลางหลัง
เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงเรียกของป้าทรงศรี ทำให้หล่อนต้องเร่งมือ
“เสร็จหรือยังคะคุณหนูใบตอง”
“เสร็จแล้วค้าป้าศรี”
เด็กสาวรีบรวมผมให้เรียบร้อยก่อนจะหยิบกระเป๋าสีดำเอาไว้ใส่หนังสือเรียน แล้วเปิดประตูทันที
ป้าทรงศรีมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความชื่นชม ใบตองไม่เคยแต่งกายไม่เรียบร้อยเลยสักครั้งหรือแม้กระทั่งผลการเรียนก็ได้เกรดเฉลี่ยไม่น้อยกว่าสามจุดห้า ถึงแม้ กรจักรจะไม่เอ่ยชื่นชมแต่ป้าทรงศรีก็มองออกว่าเจ้านายตนนั้นพอใจในตัวเด็กสาวเป็นอย่างมาก
“ลงไปด้านล่างเถอะค่ะคุณจักรรอทานข้าวอยู่”
ประโยคนี้ทำให้เด็กสาวที่เรียบร้อยเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นตรงกันข้ามเสียอย่างนั้นเพราะเจ้าหล่อนรีบวิ่งแจ้นลงไปทันที
ป้าทรงศรีได้แต่มองยิ้มๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมากับความเป็นเด็กของใบตอง
“วันนี้คุณกรจักรไปส่งหนูใบตองได้ไหมคะ”
หล่อนอยากมีเวลาอยู่ใกล้กับกรจักรเพราะ ทุกวันนี้หล่อนแทบไม่ได้เจอเขาเลยด้วยซ้ำทั้งที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน แถมห้องยังติดกัน
ใบตองจ้องมองกรจักรที่กำลังนั่งทานอาหารด้วยความเงียบเฉยราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่หล่อนกำลังร้องขอ
“นะคะ นะคะ นะ นะ...”
หล่อนออดอ้อนด้วยท่าทางไม่ต่างจากเด็กน้อยใช่... หล่อนเป็นเด็กและเขาไม่ควรจะเข้าใกล้ แม้กระทั่งเรื่องเมื่อคืนมันคงเป็นการกระทำของเด็กเช่นกัน
“เธอคิดว่าฉันเป็นคนขับรถของเธอหรือยังไงใบตอง”
เมื่อถูกเขาปฏิเสธหล่อนหน้าเศร้าไปสักพักก่อนจะยิ้มออกมาอย่างร่าเริงทั้งที่ข้างในเต็มไปด้วยความน้อยใจแต่ก็รู้ดีว่ากรจักรนั้นงานยุ่งมากแค่ไหน
“คุณกรจักรทานอันนี้สิคะ”
เด็กสาวทำทีเปลี่ยนเรื่อง ก้มหน้าก้มตาตักอาหารใส่จานให้ชายหนุ่มโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นสายตาคมกริบที่กำลังจ้องหล่อนตาไม่กะพริบ
สายตาคมกริบเหลือบขึ้นมองหล่อนแว่บเดียวก่อนจะกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารตรงหน้าราวกับมันอร่อยนักหนา
“เอ่อหนูใบตองขอโทษนะคะ ที่ขอให้คุณกรจักรไปส่งคือหนูใบตองแค่อยากมีเวลาอยู่กับคุณกรจักรเท่านั้นเองค่ะ”
เสียงช้อนและซ้อมกระแทกกับจานกระเบื้องอย่างรุนแรงจนเด็กสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ
“อย่าพูดแบบนี้ให้ฉันได้ยินอีกใบตองถ้าเธอยังอยากอยู่ที่นี่”
กรจักรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในขณะที่เขาก้าวเดินออกไปจากห้องอาหารทันทีทำเอาเด็กสาวทั้งตกใจและเสียใจกับท่าทางดุดันของกรจักรที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
หล่อนพยายามถามตนเองว่าพูดอะไรผิดไป หรือเป็นเพราะเขาไม่ชอบที่หล่อนจะมาเกาะเเกะวุ่นวาย น้ำตาเด็กสาวไหลอาบแก้มก่อนสะอื้นอย่างรุนแรงความเสียใจระคนสับสนระเบิดขึ้นในอก
“ไม่ต้องร้องไห้นะคะคุณหนูใบตองคุณจักรเธอก็เป็นแบบนี้แหละค่ะสงสัยคงหงุดหงิดเรื่องงาน”
มือบางพยายามปาดน้ำตาทิ้งในขณะที่ยังคงสะอึกสะอื้น ใช่กรจักรคงจะหงุดหงิดเรื่องงานหล่อนไม่ควรทำตัวงี่เง่าเป็นเด็กให้เขาต้องลำบากใจ
เมื่อคิดอย่างนี้แล้วน้ำตาที่มีมันจางหายไปหมดเพราะหล่อนรู้ตัวดีว่าเป็นเด็กน้อยในสายตาของเขาซึ่งหล่อนจะไม่ทำตัวงี่เง่าให้เขาต้องรำคาญใจ
“รีบทานเถอะค่ะประเดี๋ยวจะไปเรียนสายลุงทศแกรออยู่นะคะ”
ป้าทรงศรีมองเด็กสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารเพราะต่อไปนี้ใบตองคงได้รับความเย็นชาจากกรจักรมากกว่าเดิมหลายเท่าแน่
“ป้าศรีต่อไปนี้ผมอาจจะไม่กลับมานอนที่บ้านนะคงมาแค่วันหยุด”
คำพูดของกรจักรเมื่อเช้าที่บอกกับหล่อนซึ่งแน่นอนว่าเด็กสาวคงยังไม่ทราบเพราะหากรู้คงจะเศร้าหมองกว่าที่เห็นเป็นแน่
