บทที่ 3 ลูกกวางโดนขย้ำ(2)
“เอ้า! กินซะ ถ้าไม่อยากให้ปัญหามันตามมาทีหลัง...”
นีรดายื่นมือไปรับเม็ดยาขนาดเล็กขึ้นมากินตามคำสั่งของชายหนุ่ม แม้จะรู้ดีว่ายาชนิดนี้ถ้ากินมากจะเกิดอันตราย แต่อย่างน้อยมันก็ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทีหลัง ซึ่งเธอรู้ดีว่าถ้าปัญหามันเกิดขึ้นชายตรงหน้าคงไม่มีทางยอมรับมันเด็ดขาด
“อย่าลืมกินอีกเม็ดด้วยล่ะ...และต่อไปนี้ฉันจะซื้อยาคุมมาให้กินเพราะฉันจะไม่ป้องกันเวลาที่อยู่กับเธอ”
นีรดาเป็นคนแรกที่เขามีสัมพันธ์สวาทโดยปราศจากเครื่องป้องกัน และเธอสร้างความสุขให้เขามากกว่าผู้หญิงไหนๆ แต่มันต้องเกิดขึ้นกับนีรดาเท่านั้น
“คุณหมายความว่ายังไง” หญิงสาวถามด้วยเสียงสั่นๆ เพราะชายหนุ่มกำลังตีความว่าเขาจะยังไม่ปล่อยเธอไปในตอนนี้
“ก็หมายความว่าฉันจะยังไม่ปล่อยเธอไปยังไงล่ะ” เสียงเข้มพูดออกมาอย่างไม่ยี่หระ
“ไหนคุณบอกจะปล่อยน้ำหวานไปไง” นีรดาทวงสัญญาที่เขาเคยบอก เพราะเธอไม่อยากต้องทนทุกข์อยู่ในสภาพที่ต้องรองรับอารมณ์ของผู้ชายคนนี้
“ฉันเคยบอกเหรอคนสวย...เอ๊ะ! ไม่เห็นจำได้” เอนิวาลฟ์ทำเหมือนลืมคำพูดของตัวเองก่อนจะกระซิบข้างหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงยียวน จนเธออดตัวสั่นด้วยความโกรธไม่ได้
“คุณ!!!”
“หื้อ...”
“คุณทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ!!” ถ้าเธออยู่ที่นี่คงไม่แคล้วต้องทำหน้าที่บำเรอสวาทให้กับชายคนนี้
“ทำไมจะทำไม่ได้ ฉันกำลังให้ทางเลือกกับเธอนะคนสวย...ถ้าเธอออกไปทำงานข้างนอกก็คงไม่วายเอาตัวเข้าแลก แล้วมันจะต่างอะไรอยู่กับฉัน อย่าเล่นตัวให้มันมากน้ำหวาน อีกไม่นานฉันก็เบื่อเธอแล้ว รับรองฉันไม่กักตัวเธอไว้นานหรอก!” คำพูดสุดแสบจะเจ็บแสบของเขาทำให้นีรดารู้สึกไร้ค่าไม่ต่างจากโสเภณี
“คุณมันเลวที่สุด...” เสียงหวานตอกกลับใส่หน้าของเอนิวาลฟ์แต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่ใส่ใจกับเสียงแว้ดๆ ของเธอ เพราะสายตาคมกำลังจับจ้องร่างกายขาวผ่องใต้ผ้าห่มนี้ต่างหาก
“จุ๊ๆ! ไม่เอานะคนสวย ด่าผัวแบบนี้มันไม่เจริญนะ แบบนี้คงต้องมีการลงโทษจะได้ไม่กล้าปีกกล้าขาแข็งกับผัวอย่างฉันอีก” ร่างสูงย่างสามขุมเข้าหานีรดาด้วยแววตาหื่นกาม จนหญิงสาวตกอยู่ใต้อาณัติของเขาอย่างช่วยไม่ได้
“ออกไป...”
“ออกแน่จ๊ะคนสวย...เข้าๆ ออกๆ นี่ของถนัดเลย”
มือหยาบกระชากผ้าห่มออกอย่างแรงทำให้สองร่างเปล่าเปลือยต่อสายตากันและกัน และมีหรือที่มาเฟียหนุ่มจะปล่อยเนื้ออันโอชะอย่างเธอไปให้ใครอย่าได้หวัง ถ้าเขาไม่เบื่อก็ไม่มีใครเอาผู้หญิงคนนี้ไปจากเขาได้!!
“กรี๊ด!!!”
ห้องทั้งห้องดังสะนั่นไปด้วยเสียงครางกระเส่า ซึ่งถ้าใครผ่านไปผ่านมาก็จะรู้ว่าคนในห้องกำลังทำอะไรกันอยู่ เสียงเนื้อหนั่นที่กระทบกันอย่างรุนแรงประสานกับเสียงครางเพราะพริ้ง กว่าทั้งคู่จะผละออกจากกันก็เกือบรุ่งเช้า เอนิวาลฟ์ไม่คิดว่าเลยว่าตัวเองจะเป็นผู้ชายเซ็กซ์จัดได้ถึงเพียงนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงมากกว่า 1 ครั้งเพราะผู้หญิงไม่ต่างจากขยะที่ใช้เสร็จแล้วทิ้ง
หลังจากสงครามสงบเอนิวาลฟ์ก็หลับเป็นตายด้วยความอ่อนเพลีย แต่นีรดาได้แต่แอบร้องไห้กับความอดสู่ที่เกิดขึ้น ปากบอกว่าเกลียดเขาแต่ร่างกายกลับตอบสนองแก่สัมผัสที่เขามอบให้อย่างไม่ละอาย
“ฮือ...ใครก็ได้ช่วยน้ำหวานที”
รสาพกพาหุ่นสูงเดินเข้าไปในบ้านกลางเก่ากลางใหม่ของตัวเอง ก่อนจะพบกับร่างท้วมของผู้เป็นบิดาที่นอนเมามายอยู่กับพื้นด้วยความเวทนา หญิงสาวได้แต่ส่ายหัวด้วยความปลงกับชีวิต เพราะพ่อทำเพียงสองอย่างคือกินเหล้ากับอยู่ในบ่อน
“พ่อ...ตื่นมาเดี๋ยวนี้นะ”
มือเรียวดึงแขนอวบของบิดาแต่เหมือนฤทธิ์สุราทำให้นายพลศักดิ์ไม่รู้สึกตัว จนรสาเลือกที่จะไม่ปลุกบิดาอีก
“เฮ้อ...ทำไมพ่อต้องทำแบบนี้ด้วย”
เพราะความมัวเมาในอบายมุขทำให้คนที่เคยขยันทำงานอย่างนายพลศักดิ์ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว จนเธอและนีรดาต้องทำอาชีพนักต้มตุ๋นเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ
ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อตามหาตัวของนีรดา ตั้งแต่ที่น้องสาวออกไปทำงานตั้งแต่เมื่อคืน เธอก็ไม่เห็นนีรดาอีกเลย จนเกิดความกังวลกลัวน้องสาวจะเป็นอะไร
“แกหายไปไหนนะน้ำหวาน...”
รสารู้สึกกังวลเพราะนีรดาไม่เคยหายไปแบบนี้มาก่อน ทุกครั้งที่งานเสร็จน้องสาวต่างสายเลือดก็จะกลับมาบ้านเสมอ เพราะนีรดาไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหนที่จะสามารถไปหาได้
“ขออย่าให้เป็นอะไรเลย”
มือบอบบางหยิบโทรศัพท์ก่อนจะกดโทร. หานีรดาแต่สิ่งที่ได้รับคือน้องสาวของเธอปิดเครื่อง ตอนนี้รสาไม่รู้จะตามหาน้องสาวได้อย่างไร สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือรอเท่านั้น...
บรรยากาศที่สนามบินคร่าคร่ำไปด้วยผู้คนมากมาย แต่ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากสนามบินพร้อมกับกลุ่มชายวัยฉกรรจ์มากมายที่คอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง
“คุณเรียวกิจะพักที่คอนโดฯ เลยหรือเปล่าครับ ผมจะได้ให้ลูกน้องที่อยู่ที่นี่จัดการให้ก่อน”
“อืม...ก็ดี ฉันรู้สึกเพลียๆ เหมือนกันที่ต้องเดินทางเป็นเวลานานแบบนี้” หลังจากที่เขาเดินทางจากเยอรมันแล้วมาเมืองไทย รวมไปถึงก่อนหน้านี้ที่โหมงานหนักจนไม่ค่อยได้พัก
“ได้ครับ”
‘เรียวกิ มิชาราวะ เดรนิโอ’ ทายาทเจ้าของธุรกิจส่งออกรถยนต์ระดับโลก ใครๆ ก็รู้ว่าเรียวกินั้นเลือดเย็นแค่ไหน และจุดประสงค์ที่เขาเดินทางมาเมืองไทยคือตามล่าศัตรูที่เขาเกลียดแสนเกลียด และมาตามหาบางอย่าง
“แกเตรียมตัวกระอักเลือดได้เลยไอ้เอนิวาลฟ์...” เสียงเหี้ยมเกรียมที่เปล่งออกมามันช่างน่ากลัวจนคนรอบข้างที่ฟังอยู่ถึงกับขนลุกไปตามๆ กัน
“คุณเรียวกิจะให้ผมไปตามสืบเรื่องของคุณเอนิวาลฟ์หรือเปล่าครับ”
“ก็ดี...อยากรู้เหมือนกันว่ามันมาทำอะไรที่นี่”
“ได้ครับคุณเรียวกิ”
ความแค้นที่สั่งสมมาหลายปี ตอนนี้เขาพร้อมที่จะเอาคืนในให้สาสมกับสิ่งที่มันทำแล้ว และเขาจะไม่มีทางปล่อยให้มันเสวยสุขบนความทุกข์ของเขาเด็ดขาด
“แล้วได้ข่าวเอริบ้างหรือเปล่า”
เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกน้องหนุ่มด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เอ่อ...ครับ ตอนนี้ผมได้ข่าวว่าตอนนี้เธออยู่เมืองไทยด้วยครับ เห็นว่ากลับมาตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนแล้ว”
“คราวนี้ยัยนั่นควงใครอีกล่ะ” เพราะรู้จักผู้หญิงที่ชื่อเอริทำให้เขาพูดออกไปอย่างหยามเหยียด
“เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เห็นว่ามีอิทธิพลเหมือนกันครับ”
“อย่างนี้สินะที่ยัยนั่นเลยโผเข้าซบมัน พอหมดทางเลือกเลยมาเกาะผู้ชายกินเหมือนเดิม” มุมปากกระตุกอย่างรู้ทัน เพราะเขารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจแค่ไหน ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าทำไมครั้งหนึ่งถึงได้หลงผู้หญิงคนนั้นหัวปรักหัวปรำ
“น่าจะครับ ผมรู้มาอีกว่านักธุรกิจคนนั้นทำธุรกิจผิดกฎหมายด้วย” ข่าวกรองที่เรียวกิสั่งให้ลูกน้องไปสืบมา ทำให้เขาถึงกับเหยียดยิ้มออกมา เพราะผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้เขาเหมือนคนบ้า แต่วันนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
“ปล่อยเธอไป เสียเวลาที่ต้องเจอแม่นาง”
ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นอีกคนที่เขาแค้นและทำให้เจ็บยิ่งกว่าใคร
“ไปเถอะ...ฉันอยากพักแล้ว”
ร่างสูงใหญ่เดินตรงไปที่รถหรูที่มาจอดรอรับ โดยในใจของเขาตอนนี้คิดแต่เรื่องต่างๆ นานา แต่การเบรกรถของลูกน้องทำให้เขาหลุดออกมาจากภวังค์ทันที
เอี๊ยด!!!
“เกิดอะไรขึ้น” ขณะพูดแต่สายตาคมก็มองไปที่หน้ารถก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ล้มลงไปกองกับพื้น
“เหมือนจะมีคนมาตัดหน้าครับ”
“ลงไปดูสิว่าเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ครับ”
เมื่อลูกน้องลงจากรถไปสักพักก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเสียที ร้อนถึงมาเฟียหนุ่มที่จะลงไปจัดการเองเสียแล้ว
“นี่คุณ ขับรถภาษาอะไรห๊ะ รู้ไหมถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง” เสียงแว้ดของสาวร่างสูงทำเอาชายตรงหน้าถึงกับกลุ้มใจ
เรียวกิเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เพราะอยากจะเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้เหลือเกินว่าทำไมปากดีนัก แค่จ่ายเงินคงจะหยุดพูด
สายตาคมเข้มจ้องมองร่างระหงด้วยสายตาประเมิน เพราะนอกจากจะสวยแล้วยังปากดีเสียอีก ผู้หญิงไทยปากดีอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า
“จะเอาเท่าไหร่ว่ามา” เสียงทุ้มโพล่งพูดออกมาจนสาวสวยอย่างรสาหันไปมองด้วยความกรุ่นโกรธ แม้เธอคิดว่าเงินคือพระเจ้า แต่ ณ ตอนนี้เธออยากจะตบปากผู้ชายตรงหน้าเสียเหลือเกินที่เขาพูดจาดูถูกราวกับเธอเป็นผู้หญิงข้างถนน
“ฉันไม่ใช่ขอทานนะ ที่คุณจะทำผิดแล้วเอาเงินมาฟาดหัวฉัน!!!” เสียงหวานร้องโวยออกมา ก่อนจะจ้องมองชายลูกครึ่งด้วยความเหลืออด
“อ๋อเหรอ...เห็นแต่งตัวเลยคิด” ตั้งแต่ไหนแต่ไรเรียวกิปากร้ายใส่คนอื่นเสมอ จนใครที่โดนชายคนนี้ต่อว่าต้องรู้สึกเจ็บแสบไปตามๆ กัน
สายตาคมเข้มของเรียวกิมองร่างเพรียวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม จนรสาแทบควันออกหูแล้วกำมือแน่นด้วยความเหลืออด คิดว่าเป็นผู้ชายแล้วจะมาทำอย่างนี้กับคนอย่างรสาอย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ
“คิดว่าจะมาดูถูกฉันได้อย่างนั้นเหรอ...”
ดวงตากลมโตจ้องมองชายตรงหน้าก่อนจะคิดบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจทำมันด้วยความโกรธ
