Chapter 10 ไม่ใช่หมอก็ดูแลได้
Chapter 10
ไม่ใช่หมอก็ดูแลได้
“มึงก็รู้...กูรักแพรดาว”
คำบอกรักเบา ๆ ที่ได้ยินเพียงนิดเดียวมันก็เจ็บ
หมอแดนเดินมานั่งตรงข้ามกับหมอกรณ์โดยมีสายใยเดินไปเทข้าวต้มปลามาเสิร์ฟให้กับทุกคน
เธอนั่งลงเคียงข้างหมอแดน ตรงข้ามกับหมอกรณ์ ที่ไม่เลือกนั่งข้างหมอกรณ์เป็นเพราะสายใยรู้แล้วว่าควรรักษาระยะห่าง
“เป็นยังไงบ้างไม่ไปเรียนวันนึง ปกติคนอย่างมึงถ้าไม่ป่วยหนักจริงไม่หยุดหรอก”
“เจ็บคอแล้วก็มีไข้ แต่กินยาเดี๋ยวก็ดีขึ้น”
“เป็นหมอก็ดูแลตัวเองไปนะครับ ส่วนน้องที่มึงชอบเขาไม่ว่างมา”
หมอแดนแซว
“แพรดาวเป็นเด็กขยัน งานพาร์ทไทม์เยอะ ไม่ใช่ว่าจะหยุดได้ตามใจตัวเอง”
“รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับน้องเขาเลยนะ มึงนี่คลั่งรักไม่ไหวเลยว่ะพ่อหนุ่มแสนดี”
หมอแดนพูดพลางหัวเราะในขณะที่ตักข้าวต้มปลาเข้าปาก ส่วนคนที่ห่อเหี่ยวและนั่งเงียบงันก็คงจะเป็นสายใยที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“แล้วน้องสายใยล่ะครับมีแฟนหรือยัง? สวยไม่แพ้แพรดาวเลยนะ สนิทกับแพรดาวมากเลยเหรอ”
สายใยหันไปมองหน้าพี่หมอแดนที่นั่งอยู่เคียงข้าง
“ไม่มีหรอกค่ะ หนูสวยไม่เท่าแพรหรอก...แพรดาวเขาตัวท็อป”
“ไม่จริงอ่ะ เดินมาคู่กันพี่ว่าสวยพอ ๆ กัน ไม่ได้ดรอปไปกว่าแพรดาวเลย”
หมอแดนพูดออกมาตามจริง ไม่รู้หรอกนะว่าใครทำให้สายใยเสียความมั่นใจ แต่สำหรับเขาความสวยของทั้งคู่กินกันไม่ลง
“ขอบคุณนะคะ” สายใยไม่เถียงอะไรต่อ ทำได้เพียงยอมรับคำชม
“ถ้ายังโสดพี่ขอจีบได้ไหม?” หมอแดนแซวเล่น ๆ แต่คิดว่าตัวเองก็เหงา และมั่นใจว่าหน้าตาตัวเองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่อะไร หมอเนิร์ดหน้าตี๋ที่มีผู้หญิงเข้ามาจีบบ้าง แต่เขาไม่ได้ถูกใจใครเป็นพิเศษ
ปักกก เสียงวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะดังลั่นทำเอาทั้งพี่หมอแดนและสายใยหันไปมอง
“น้องกูครับ”
“หวงน้อง? หวงทำไมวะ ไม่ใช่น้องแท้ ๆ สักหน่อย..”
หมอแดนยกมือเกาหัวแกรก ๆ
“บ้านกูสนิทกับบ้านพ่อแม่ของสายใย ไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ ก็เหมือนแท้”
หมอกรณ์กล่าวเสียงเรียบ ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าที่ทำไปเนี่ยเพราะห่วงแพ้ดาวจริงๆ หรือหวงเธอเอาไว้กับตัวเองกันแน่
“แต่น้องสายใยนี่น่ารักนะครับ สรุปยังไม่มีแฟนเหรอ?”
หันไปคุยกับสายใยต่อและไม่สนใจหมอกิตติกรณ์อีก
“หนูยังไม่มีหรอกค่ะแฟน โสดสนิท จีบได้”
สายใยพูดหยอกกับหมอแดนที่สวมแว่นและดูคงแก่เรียน จะว่าไปเขาก็ไม่แย่ คล้ายพี่หมอกิตติกรณ์แต่จะมีความเนิร์ดกว่า
“พี่ก็ยังโสดครับ ไม่มีเวลาไปหาแฟนเลย เรียนหมอวัน ๆ ก็อยู่แต่กับตำราแล้วก็เพื่อนในคณะ”
“แบบนี้ถ้าไม่รังเกียจ...พี่นัดสายใยไปทานข้าวด้วยกันข้างนอกจะได้ไหมถ้าว่าง ๆ”
สายใยกำลังจะอ้าปากตอบ แต่เจอคนตัวใหญ่กว่าวางช้อนกระแทกลงกับชาม ปั้กก
“กลับไปได้แล้วไป”
เมื่อเห็นว่าเพื่อนเริ่มลามปาม หมอกรณ์ก็ไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป
“อะไรของมึงวะกูคุยกับน้องสายใยอยู่”
“กูบอกให้มึงกลับไปได้แล้ว”
แดนหันไปมองหน้าสายใย
“เอ่อ...เดี๋ยวหนูเก็บชามไปล้างก่อนนะคะ พี่แดนรอสักครู่นะ”
เพราะสายใยเดินทางมาที่นี่กับแดน เธอต้องกลับกับเขา
“ไม่ต้อง!” แต่เสียงคำสั่งของหมอกรณ์ก็ทำให้เธอชะงักลง
“พี่หมอกรณ์ล้างไม่ไหวหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูล้างให้ดีกว่า”
สายใยลุกขึ้นแล้วพยายามเก็บชามทั้งที่ข้าวต้มยังไม่หมดเลย แดนเองก็มองหน้ากิตติกรณ์งง ๆ
“บอกว่าไม่ต้อง” เขาลั่นพร้อมกับมองหน้าสายใย
“อะไรของมึงวะ กูกับน้องเขาอุตส่าห์มาเยี่ยม ทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วยหรือเพราะน้องแพรดาวไม่มาเลยอารมณ์ไม่ดีครับคุณเพื่อน หืม?”
แดนถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แต่กลับทำให้หมอกรณ์ไม่สบอารมณ์หนักกว่าเดิม
“มึงกลับไปคนเดียว สายใยอยู่นี่ต่อ”
“อะไรมึง? ไล่กูกลับคนเดียวอ่ะนะ?” หมอแดนยกมือเกาหัวแกรก ๆ สายใยเองก็มองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ
ท้ายที่สุดแล้วพี่หมอแดนเพื่อนสนิทของหมอกรณ์ก็ถูกไล่กลับไปก่อน เหลือเพียงสายใยที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหมอกิตติกรณ์
“ไล่พี่หมอแดนไปทำไมคะ แล้วหนูจะกลับยังไง...รถก็ไม่มี” สายใยพูดพึมพำพลางมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า เขาดูเอาแต่ใจ
“แพรดาวไปไหน?”
“ก็บอกพี่ไปแล้วไงคะว่าแพรไปทำงาน”
สายใยเองก็ชักหงุดหงิด ไม่รู้ว่าหัวสมองของเขาเป็นอะไรถึงไม่รู้จักจำ ต้องให้เธอย้ำซ้ำ ๆ ว่าแพรดาวไปไหน เขาเอาแต่พูดชื่อแพรดาวจนหัวใจเธอมันเจ็บไปหมดแล้ว
“แล้วเธอมาที่นี่ทำไม แพรดาวก็ไม่ได้มาด้วย”
“มาเยี่ยมพี่หมอไง หนูกับแพรเราไปหาพี่หมอที่คณะเลยเจอกับพี่หมอแดนแทน เขาบอกว่าพี่ไม่สบาย”
“มาหาพี่ถึงห้อง? เธอต้องการอะไรกันแน่สายใย?”
สายใยลอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเจอเขาเค้นถาม
“หนูไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ก็แค่เป็นห่วง”
“เป็นห่วงในสถานะพี่น้อง?” หมอกรณ์เลิกคิ้วถาม
“ก็คงต้องแบบนั้นแหละค่ะ เพราะคงห่วงพี่ในสถานะคู่รักไม่ได้หรอก”
“อืม รู้ตัวก็ดี”
เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“อย่าพยายามเลยสายใย ไม่ว่าเธอจะพูดยังไงพี่ก็ไม่รักเธอ”
เธอเจ็บจนเผลอกำมือเอาไว้แน่น สายใยเจ็บจนด้านชาไปหมด เธอตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปหาหมอกรณ์พร้อมกับแตะไหล่ของเขาเบา ๆ
“พี่หมอเข้าไปพักในห้องนะคะ เดี๋ยวป่วยไปมากกว่านี้แล้วจะแย่เอา”
“เป็นหมอเหรอ?” หมอกรณ์ถามอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เขาก็ไม่ยอมให้สายใยกลับไปพร้อมกับแดนเพื่อนของตัวเอง
“ไม่ใช่หมอก็ดูแลได้ค่ะ”
“จะบอกว่าเก่งกว่าหมอ?” หมอกรณ์เลิกคิ้วถาม เขาเรียนแพทย์ปีสามต้องรู้ดีที่สุดสิว่าตัวเองเป็นอะไร
“อย่าต่อล้อต่อเถียงกับหนูนานเลยค่ะ พี่รีบไปพักเถอะ เดี๋ยวหนูจะนั่งรถเมย์กลับเอง”
สายใยประคองพาหมอกรณ์เดินเข้าไปภายในห้องนอน และผลักตัวเขาใหันอนลงเบา ๆ ส่วนตัวเธอก็เตรียมไปเก็บจานชามข้าวต้มเทเศษอาหารทิ้งพร้อมกับล้างให้อย่างเรียบร้อย
ทำนั่นทำนี่เสร็จ เธอจะเข้าไปบอกลาพี่หมอกรณ์อีกทีก็เห็นว่าเขาเผลอหลับไปแล้ว
สายตาคู่สวยเหลือบไปมองซองยาพาราที่ถูกฉีกเอาไว้ เขาคงจะกินยาแล้ว
“ทำไมหน้าแดงจัง” เธอสงสัยแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับยกหลังมืออังเข้าที่หน้าผากก็พบว่าหมอกรณ์ตัวร้อนมาก
“ตายจริง! ทำไมตัวร้อนขนาดนี้ พี่หมอคะ!” สายใยพยายามเขย่าตัวเรียกเขาเบา ๆ แต่หมอกรณ์ก็ดูเหมือนจะยังอยู่ในห้วงพิษไข้
“แย่จริง... เดี๋ยวหนูเช็ดตัวให้ดีกว่า”
สายใยที่สวมชุดนักศึกษารีบเดินไปหาผ้าขนหนูที่ตู้เสื้อผ้าของเขา พบกับผ้าขนหนูผืนเล็กผืนนึงจึงรีบไปหากะละมังมาชุบน้ำเพื่อที่จะเช็ดตัว
เธอถือกะละมังมาวางไว้ด้านข้าง นั่งลงบนเตียงพร้อมกับบิดผ้าให้หมาแล้วเช็ดทั่วหน้าผากของพี่หมอกรณ์
“เดี๋ยวหนูช่วยเช็ดให้นะคะ” ดูท่าพี่หมอจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ใบหน้าแดงซ่านพร้อมกับพิษไข้
สายใยเช็ดหน้าผากให้เขาลามมาถึงคอ แต่ตัวก็ยังไม่หายร้อน
“พี่หมอกรณ์ ฟังหนูรู้เรื่องมั้ยเนี่ย?”
แต่ดูเหมือนเขาจะไม่มีสติเลย สายใยจึงเหลือบมองที่กระดุมเสื้อของเขา
“ขออนุญาตนะคะ ถ้าหนูไม่เช็ดตัวให้พี่พี่คงไข้ไม่ลด”
สายใยตัดสินใจถอดกระดุมชุดนอนของพี่หมอกิตติกรณ์ออก แล้วบิดผ้าขนหนูให้หมาดเพื่อเช็ดตัวอีกครั้ง เธอยกแขนกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อขึ้นมาแล้วเช็ดไล้ขึ้นรูขุมขน เช็ดไปก็หน้าแดงซ่านไป
พี่หมอกรณ์นี่หุ่นดีกว่าที่เราคิดไว้อีก เธอคิดกับตัวเองในใจพลางใบหน้าก็แดง ไม่ได้อยากฉวยโอกาสทำแบบนี้แต่เพราะเห็นว่าเขากำลังป่วยหนัก
“ดีขึ้นไหมคะพี่หมอ?” ถามแต่ยังไร้เสียงตอบรับ
สายใยจึงเช็ดตัวเขาหนักขึ้น เธอหย่อนผ้าลงไปในกะละมังที่วางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะยกหลังมือขึ้นอังหน้าผากเขาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้พี่หมอกรณ์กลับรวบเอวเธอเอามากอดไว้ให้นอนลงด้านข้าง
“ว๊าย! จะทำอะไรคะพี่หมอ!” สายใยตกใจสุดแรงเมื่อเขารั้งตัวเธอมากอด คนตัวใหญ่มีแรงมากกว่าทำให้คนตัวเล็กอย่างเธอไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้เลย
เขากอดรัดเธอไว้แน่นเนื้อตัวร้อนผ่าว
“ปล่อย หนูนะคะพี่หมอกรณ์ เดี๋ยวก็ติดไข้กันหรอก” สายใยคิดว่าพี่หมอกรณ์กำลังแกล้งเธอ ...เสียงครางในลำคอคงเป็นเพราะฤทธิ์ยาบวกกับอาการไข้หนัก
ดันตัวเธอให้เข้ามาชิดมากขึ้น ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่คืบ เขากอดรัดตัวเธอเอาไว้แน่น
“พี่หมอกรณ์...” สายใยเรียกเขาเสียงสั่นเครือ
ใบหน้าหล่อคมอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว หน้าขาว ๆ กับฝีปากหยัก เขานอนหลับตาพริ้มไม่ลืมขึ้นมาแม้แต่นิด ดูเหมือนเขาจะไร้สติอย่างไรก็ไม่รู้
“พี่หมอกรณ์คะ อย่าค่ะ....เดี๋ยวจะติดไข้” ความจริงคืออยากให้เขารีบปล่อยเพราะเธอกลัวหักห้ามใจตัวเองไว้ไม่ได้
ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มชิดเข้ามาใกล้มากขึ้น จมูกโด่งชิดเข้ากับหน้าผากนวลของเธอ สายใยใจเต้นตึกตัก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอใกล้ชิดกับพี่หมอกรณ์ขนาดนี้
“อืม..” เขายังครวญครางในลำคอ ไล้ปลายจมูกเข้าที่จมูกของเธอก่อนที่จะเลื่อนปากหนาประกบเข้ากับริมฝีปากอวบ
“อ อื้อ~ พี่หมอกรณ์...”
สายใยพยายามดันแผงอกกำยำของเขาออก แต่ก็สายไป...
ริมฝีปากหยักหนาของความเป็นชายประกบปากจูบเข้าที่ริมฝีปากอวบอุ่นของเธอ สายใยยกมือขึ้นยันแผงอกของเขาเอาไว้แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะผลักออก ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบจูบกันอย่างเร่าร้อน ลิ้นร้อนของพี่หมอกิตติกรณ์เข้ามาตักตวงหาความหวานภายในอุ้งปากเล็ก กลีบปากถูกดูดดึง มือแกร่งยกขึ้นลูบไล้แผ่นหลังบางเพิ่มความซ่านเสียว
“อื้อ~” มีเพียงเสียงครวญครางในลำคอของคนทั้งคู่ และเสียงน้ำลายที่แลกลิ้นดังแจ๊ะ ลิ้นร้อนพัลวัลตักตวงหาความหวานให้กันและกัน ใบหน้าของสายใยร้อนผ่าว
“อืมม...” เธอหลับตาพริ้ม ปล่อยตัวปล่อยใจจูบอย่างดูดดื่มกับพี่หมอกรณ์ ชายผู้เป็นที่รักของเธอเอง
จูบอยู่เนิ่นนานจนในที่สุดริมฝีปากหยักหนาก็ยอมถอนออกไป เขายังคงหลับตาพริ้ม มีเพียงหลักฐานคือริมฝีปากอวบที่บวมเจ่อขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับคราบน้ำลายใสติดอยู่ที่มุมปากเป็นหลักฐานบ่งบอกว่าเขาจูบกับผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขน
เขายังคงไม่รู้ตัวก่อนจะพึมพำออกมาด้วยฤทธิ์ไข้
“แพรดาว...”
ใจของสายใยเหมือนโดนเขาทำร้ายกระทืบขยี้ให้แหลกซ้ำๆ หลังจากจูบกับเธอเสร็จชื่อแรกที่เขาเพ้อออกมาจากปากคือ...แพรดาว
นี่พี่หมอกรณ์คิดว่าจูบอยู่กับแพรดาวอย่างนั้นเหรอ... คงเป็นจูบที่ดีมากสำหรับเขาสินะ
แต่กลับเป็นฝันร้ายที่ไม่สามารถลบออกจากใจของสายใยได้เลย
จูบแรกของสายใยมอบให้กับชายอันเป็นที่รัก ชายที่รักแต่เพื่อนสนิทของเธอ...
เธอหลับตาพริ้มปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม...
“อือ แพรดาว...”
