วันนี้(4)
‘My favorite song (เพลงที่ชอบ)’
หญิงสาวน้ำตาร่วงเผาะขณะนั่งทำการบ้านเรียงความในหัวข้อเพลงภาษาอังกฤษที่ชอบ ความเศร้าหมองตรอมตรมที่ข่มไว้ ย่ำค่ำทีไรเป็นต้องออกมาทักทายทุกที เธอใช้พลังใจมหาศาลในการดำเนินชีวิตโดยไม่มีเขา สองเดือนที่ผ่านมาไม่มีคืนไหนหมอนหนุนไม่เปียกน้ำตา
‘เพลงที่ชอบเหรอ’ ไม่มีหรอก เขาเปิดอะไรให้ฟังก็ฟังด้วย วงโปรดของเขาชื่อ cigarettes after sex หนีไม่พ้นบุหรี่กับกิจกรรมที่ชอบทำร่วมกับเธอตามเคย สลิลขำขื่น วันหยุดเขาชอบนอนเอกเขนกบนโซฟาขนาดใหญ่กลางห้องนั่งเล่น อ่านหนังสือบ้าง นอนคลอเคลียเธอเฉยๆ หรือไม่เฉยบ้างโดยเปิดเพลงวงนี้คลอไปด้วย
“เพราะไหม” ปรวีร์กระซิบถามข้างหู ยังไม่ยอมผละไปไหนหลังเพลงรักรอบแรกจบลง จมูกโด่งซุกไซ้กลุ่มผมนุ่มอย่างสบายอารมณ์
“ลิลฟังไม่ออกหรอกค่ะ” ขดตัวนอนตะแคงหันหลังให้ในอ้อมกอดเขาบนโซฟา
“ดนตรีเป็นภาษาสากล ไม่ต้องแปลก็เข้าใจ”
“อะ อื้อ...” จู่ๆ เขาก็แทรกกายเข้ามาทั้งที่เพิ่งได้พักไม่ถึงสิบนาที
(your lips, my lips)
บรรเลงเชื่องช้าตามจังหวะเพลง พรมจูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาราวขนนกแตะแต้ม
(apocalypse)
มือหนาบีบเคล้นอกอวบ โหมกระพือไฟสวาท
(You’ve been locked in here forever and you just can’t say goodbye)
กระทั่งเห็นจุดหมายอยู่รำไรจึงรีบถอดถอนอย่างแสนเสียดาย ไม่อนุญาตให้ทั้งเขาและเธอเผลอไผลไปมากกว่านี้
“แล้วเพลงผมล่ะ ชอบไหม” ยังคงนอนกอดก่าย ขบเม้มหลังคอเธอจนขึ้นรอย ระบายความอัดอั้นที่ไม่สามารถปลดปล่อยในตัวเธอ
“ลิลขอไปล้างตัวก่อนนะคะ” เธอเลี่ยงไม่ตอบ ขืนตัวลุกขึ้นตรงไปที่ห้องน้ำทันที
ชอบหรือไม่แล้วอย่างไร เขาไม่มีวันเป็นของเธออยู่ดี ปรวีร์เป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง หากไม่นับว่าเขาใช้เล่ห์กลบังคับให้เธอตกเป็นเมียเก็บ เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ มีเธอคนเดียวเหมือนที่เธอมีเขาแค่คนเดียว ใส่ใจความรู้สึกเธอเสมอ แต่มักเป็นไปในแบบของเขา
ปรวีร์เอาใจใครไม่เป็น ข้อนี้เธอเข้าใจดี จึงไม่ได้คาดหวังให้เขาคอยพะเน้าพะนอเหมือนคู่รักหนุ่มสาวทั่วไป เขามีความหนักแน่นแบบผู้ใหญ่ รักษาคำพูด รอบคอบ ไม่มุทะลุและไม่ได้หมายความว่าไม่ใจร้อน ลองคุณชายไม่พอใจอะไรสักอย่าง กว่าเธอจะรู้ก็ตอนเขาจับเธอขึ้นเตียงฟัดจนหนำใจ ก่อนจะพูดสั้นๆ ว่า “อย่าแต่งตัวแบบนี้อีก”
และก็เพราะเป็นเขานี่แหละ เธอถึงได้รัก แม้จะเตือนตัวเองให้หักห้ามใจตั้งแต่วันแรก ทว่าความผูกพันและการปฏิบัติตัวเสมอต้นเสมอปลายของเขาที่บอกชัดว่าอยากมีกันและกันกลับทลายปราการเธอลงอย่างง่ายดาย เธอไม่เคยมีแฟน ชีวิตต้องดิ้นรนแต่เล็กจนโต ไม่เคยได้รับการปกป้องดูแลจากใคร พอมีเขาคอยห่วงใย ใจเธอก็พร้อมยกให้เขาทั้งดวง
.......................................................................................
‘แค่อยากรู้ว่าเธอสบายดีไหม’ เป็นข้ออ้างให้เขาขับรถวนมาด้อมๆ มองๆ หอพักเดิมของสลิลติดกันหลายวัน สองเดือนที่ผ่านมาเธอเหมือนตายจากชีวิตเขาจริงๆ ปรวีร์ไม่รู้จะตามหาเธอที่ไหน ถึงรู้ว่าสลิลไม่มีทางย้ายกลับหอเดิม แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้มา
เขาทำงานหนักกว่าเดิมเหมือนคนบ้า ถ่วงเวลาอยู่โรงพยาบาลให้นานที่สุดจนแทบจะกินนอนที่นั่น สาเหตุเดียวก็เพราะกลับคอนโดฯ เมื่อไรก็เห็นเงาร่างบางประทับอยู่ทุกมุม รู้ตัวว่าอาการหนัก แต่คนหัวแข็งไม่อยากยอมรับว่าคิดถึง เขาตัดสินใจเปิดกรงทองปล่อยเธอไปเองกับมือ เพื่อให้เราได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตจริงที่ไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป
พอคิดว่าวันหนึ่งเธอคงมีคนใหม่ที่จะมาดูแลแทนเขาก็พานให้เจ็บเสียดในอก ปรวีร์เป็นครั้งแรกในทุกเรื่องในชีวิตสลิล เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่เธอรัก ดวงตาใสซื่อคู่นั้นไม่เคยปิดบังอะไรได้ เขาเองก็รู้สึกดีกับเธอไม่น้อย สงบ อบอุ่นและสบายใจยามอยู่ใกล้ เราไม่เคยทะเลาะกัน เธอไม่ใช่คนงี่เง่า เข้าใจว่าเขาให้อะไรได้และไม่ได้ ไม่เคยเรียกร้องอะไรให้ต้องลำบากใจ หลายครั้งชายหนุ่มเกือบแพ้พ่ายให้ความดีของสลิล แต่ก็แค่เกือบเท่านั้น
ตาคมจ้องมองอาคารเก่าซอมซ่อคล้ายกำลังภาวนาให้ปรากฏร่างคนที่เขาอยากเห็นหน้า ถึงไม่ได้เห็นก็อยากขอ...ขอให้เธออย่าลืมเขาเหมือนที่เขาไม่อยากลืมเธอ
