บท
ตั้งค่า

วันนี้(3)

ประตูห้องปิดลงเสมือนหัวใจที่ปิดตาย เธอหันหลังเดินจากมา ไม่คิดหวนคืน นับจากนี้จะทำเพื่อตัวเอง คิดถึงตัวเองให้มาก ปรวีร์ไม่เพียงพรากความบริสุทธิ์แต่รวมถึงความไร้เดียงสาของเธอไปด้วย เขาได้เปลี่ยนเด็กสาวบ้านนอกไม่ประสีประสา ไร้ซึ่งความทะเยอทะยานคนหนึ่งให้เป็นผู้หญิงที่มองโลกตามความเป็นจริง ในอดีตเธอเคยมีความฝันแสนเรียบง่าย ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้กลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับยาย และเป็นเขาเองที่สอนเธอว่า เส้นทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ระหว่างที่อยู่ด้วยกันเขาให้มุมมองและแนวคิดดีๆ หลายอย่าง พร่ำสอนราวกับเธอเป็นน้องสาวอีกคน จะได้ใช้ประโยชน์จริงๆ ก็วันที่คนสอนไม่อยู่นี่แหละ สลิลย้ายกลับมาอยู่หอพักเดิมชั่วคราวเพื่อให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวนและตั้งหลักใหม่ เธอยังมีเงินเก็บก้อนใหญ่จากเงินที่เขาให้ไว้ใช้จ่าย คิดว่าคงพอกินอยู่ได้อีกพักหนึ่งเพราะตอนนี้เธอมืดแปดด้านจริงๆ

...................................................................................................

ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่สีเทาพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามรัตติกาล เธอไปแล้ว จากไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีตัวตน กระนั้นยังไม่ไร้น้ำใจ ทำกับข้าวไว้ให้เขา สลิลก็เป็นเสียอย่างนี้ ดีกับทุกคนยกเว้นตัวเอง ป่านนี้จะเป็นไงบ้างนะ เธอตัดการติดต่อจากเขาทุกช่องทาง เขาไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้สักหน่อย เพียงแต่มันถูกกำหนดมาแล้ว

มือแกร่งไถสมาร์ตโฟนไล่ดูรูปสลิลที่เขาแอบถ่ายตอนเธอเผลอ มีไม่ถึงสองร้อยรูปตลอดสามปีที่อยู่ด้วยกัน นี่เขาเห็นเธอเป็นของตายขนาดนี้เชียว? ชายหนุ่มปวดแปลบในอก ตัดใจลบรูปเธอไม่ลง ยิ่งพิศดูวงหน้าสวยใสปราศจากเครื่องสำอางยิ่งพานให้คิดถึง ทั้งที่ไม่จำเป็น...ไม่จำเป็นเลย

เขาทระนงตนว่าเพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติและรูปสมบัติ มีแต่ผู้หญิงจะวิ่งเข้าหา ไม่ก็ขัดขากันเองเพื่อเข้าใกล้เขา ปรวีร์เป็นศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ควบตำแหน่งผู้บริหาร เป็นลูกคนโตที่พ่อแม่ภูมิใจ เป็นหลานที่ได้ดั่งใจย่ามากที่สุด และเป็นพี่ชายที่น้องๆ ให้ความเคารพ ดังนั้นไม่ควรต้องโหยหาผู้หญิงคนเดียว

ชายหนุ่มไม่เคยเรียกใครว่าแฟน ไม่เคยจีบใคร ไม่พาสาวที่ไหนมาค้างและไม่เคยขาดเซ็กส์ ใช่ว่าเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก รักใครไม่เป็น เพียงแต่ความเหมาะสมตามผู้ใหญ่เห็นควรพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จยั่งยืนกว่าความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ พ่อแม่เขาเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่า ‘คู่ควร’ เขาจึงเลือกที่รอและปล่อยให้การหาคน ‘ควรคู่’ เป็นหน้าที่ของคุณย่า

“ดูพ่อแม่เราสิปั้น อยู่กันไปก็รักกันเอง ผิดคำย่าเสียที่ไหน”

“ย่าว่าดี ปั้นก็ว่าดีครับ”

ปีนี้เขาอายุสามสิบสาม เริ่มอิ่มตัวกับชีวิตโสดไม่จริง อยากลงหลักปักฐานกับใครสักคน สร้างครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนพ่อกับแม่ กอปรกับเห็นหลานๆ ลูกของน้องชายกำลังโตวันโตคืน จึงคิดมีเจ้าตัวเล็กของตนบ้าง การตัดสินใจครั้งนี้ไม่มีใครบังคับและเป็นไปเพื่อประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

สลิลอ่อนกว่าเขาเก้าปี อยู่ในวัยทำงาน ยังต้องแสวงหาประสบการณ์ในโลกกว้าง เขาไม่อาจเห็นแก่ตัวรั้งเธอไว้นานกว่านี้โดยรู้ดีว่าไม่สามารถจูงมือกันไปจนสุดทาง คุณย่าเองก็คะยั้นคะยอเรื่องคู่ครองมาตลอด มันคงถึงเวลาที่ต้องสานต่อหน้าที่ตนให้สมบูรณ์สักที

ปรวีร์ไตร่ตรองมาอย่างดีและคิดว่าตัดสินใจถูกแล้ว แต่ทำไมใจถึงวูบโหวงว่างเปล่าไม่ต่างจากสภาพห้องนี้เลย...

..................................................................................................

‘แอร์โฮสเตสงั้นเหรอ’ สลิลอ่านข้อความของดมิสาที่แนะนำให้ตนสมัคร เพราะหล่อนก็ประสบความสำเร็จได้ดิบได้ดี ใช้ชีวิตเยี่ยงคุณนาย ณ ดูไบโดยเริ่มจากการเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

‘ลิลไปลงเรียนภาษาอังกฤษไว้นะ บางสายการบินรับวุฒิม.6’ นั่นเป็นความรู้ใหม่ที่จุดประกายความหวังเธออีกครั้ง

‘จ้ะ ลิลจะไปเรียน ขอบคุณมากนะเดมี’

‘โชคดีจ้า แล้วเจอกันที่ดูไบนะ’

(อิโมจิยิ้มกว้าง)

เธอไม่เคยคิดติดปีกเป็นนางฟ้ามาก่อน ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่าตอบแทนเป็นสาเหตุหลักที่ดึงดูดให้เธอเข้าร่วมการแข่งขัน ในใจไม่กล้าฝันไกลถึงตะวันออกกลาง เธอยังด้อยประสบการณ์และมียายต้องดูแล จึงค้นหาข้อมูลสายการบินภายในประเทศแทน โชคดีที่ยังมีเวลาเตรียมตัว ช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูกาลรับสมัคร หญิงสาวยิ้มกับตัวเอง ยายทิพย์จะต้องภูมิใจหากเธอทำสำเร็จ

ที่ผ่านมาเธอปิดบังผู้สูงวัยด้วยละอายกับการเป็นเมียเก็บของเขา ยายคงน้ำตาตกในถ้ารู้ความจริงว่าหลานที่เลี้ยงมากับมือเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงิน สลิลยังคงส่งเงินให้ยายทุกเดือนเสมือนว่ามีงานทำปกติ และเคยขออนุญาตเขากลับไปเยี่ยมยายสองสามครั้งเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ปรวีร์ก็ไม่ขัดข้องอะไร

เธออยากกลับไปหายาย มองหน้ายายด้วยความภาคภูมิใจ บอกว่าหลานยายมีชีวิตดีๆ แล้ว ไม่ใช่ผู้หญิงในเงาหรือของเล่นคั่นเวลาของลูกเศรษฐีอีกต่อไป พรุ่งนี้...พรุ่งนี้เธอจะเริ่มชีวิตใหม่ หญิงสาวสัญญากับตัวเอง

สลิลตกลงใจเลือกเรียนภาษาอังกฤษที่ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยแถวหอพักเพราะอยากสัมผัสบรรยากาศในห้องเรียนที่เธอไม่เคยมีโอกาส คลาสสนทนาภาษาอังกฤษเป็นคลาสที่เธอชอบมากที่สุด ครูผู้สอนเฮฮาเป็นกันเอง กระตุ้นให้ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษ แม้จะพูดผิดพูดถูกก็ยังให้กำลังใจฝึกฝนพัฒนากันต่อไป อีกทั้งเธอยังได้เพื่อนใหม่หลายคนเลยพลอยทำให้การเข้าเรียนเป็นเรื่องสนุกกว่าเดิม

“ลิลๆ เรียนเสร็จไปกินบิงซูกันนะ” กลุ่มสาวๆ หันมาสะกิดเธอ

“อื้อ ไปสิ”

เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่เป็นสาวออฟฟิศวัยไล่เลี่ยกัน จึงมักสรรหาร้านอร่อยไว้นั่งคุยหรือทำการบ้าน วันนี้เห็นว่าเลือกร้านบิงซูในห้างเพราะจะไปช็อปปิ้งต่อ ได้เปิดหูเปิดตาบ้างก็ดีเหมือนกัน เธอไม่ค่อยได้ไปไหนหรอกนอกจากศูนย์ภาษากับหอพัก

“ลิล มาลองนี่สิ” เพื่อนสาวคนหนึ่งลากเธอมายืนหน้ากระจกเคาน์เตอร์เครื่องสำอางยี่ห้อดัง

“สีนี้เป็นไง” อีกคนหยิบบลัชออนขึ้นมาถามความเห็นเพื่อน

“เลิศเลย ขับผิวดี จัดค่ะ” คนแรกไม่ว่าเปล่า ลองปัดบลัชออนสีสดลงบนแก้มสลิล

“ว้าว สวยนะเนี่ย ลิลต้องหัดแต่งบ้างนะจ๊ะ” เพื่อนๆ ต่างชมเป็นเสียงเดียวกันพร้อมทั้งโน้มน้าวให้เธอจัดเครื่องสำอางชุดใหญ่ สลิลก็เห็นด้วย เธอควรหัดแต่งหน้าไว้สำหรับสมัครงาน เลยขอให้เพื่อนๆ ช่วยเลือกเฉดสีที่เหมาะกับตน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel