ผู้ชายเห็นแก่ตัว
บท 2 ผู้ชายเห็นแก่ตัว
หลังก้มหน้าก้มตาเรียนภาษาอังกฤษถึงหกเดือน ในที่สุดสวอนแอร์ไลน์ สายการบินภายในประเทศก็เปิดรับสมัคร สนามแรกที่สลิลจะได้ทดสอบฝีมือ
เธอสมัครทางเว็บไซต์พร้อมแนบผลทดสอบภาษาอังกฤษที่อยู่ในเกณฑ์ดีไปด้วย รอเพียงไม่กี่วันก็ได้รับอีเมลเชิญมาทดสอบสมรรถภาพและสัมภาษณ์ที่โรงแรมหรูกลางกรุง สลิลตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ รีบส่งข่าวบอกเดมีซึ่งเพื่อนเธอก็เอาใจช่วยเต็มที่ แต่ยังไม่ได้บอกยายเพราะอยากเก็บไว้เซอร์ไพรส์ครั้งเดียวตอนสำเร็จแล้ว
หญิงสาวแต่งหน้าทำผมดูสวยผิดหูผิดตามาถึงโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อก้าวเข้าไปในคอนเวนชันฮอลล์จึงพบว่ามีสาวรุ่นรูปร่างหน้าตาราวกับหลุดมาจากนิตยสารอยู่อีกสี่สิบห้าสิบคน เธออดประหม่าไม่ได้ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้เต็มที่
คณะกรรมการคัดเลือกเริ่มต้นแนะนำสายการบินและแจกแบบทดสอบภาษาอังกฤษโดยมีกำหนดเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น สลิลทำข้อสอบปรนัยอย่างรวดเร็วเพราะเป็นความรู้พื้นฐานเหมือนที่เรียนมา ส่วนข้อสอบอัตนัยเป็นการเขียนเรียงความในหัวข้อ ‘พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ดีเป็นอย่างไร’ ข้อนี้โรงเรียนไม่ได้สอน จึงอาศัยประสบการณ์ทำงานบริการในร้านกาแฟมาตอบ คงต้องมีใจรักบริการละมั้ง หวังว่าคำตอบเธอจะดีพอ
สาวๆ นั่งรอด้วยใจลุ้นระทึกหลังส่งแบบทดสอบ ไม่ใช่ทุกคนจะได้เข้ารอบต่อไป กรรมการหน้าดุผมรวบตึงคนหนึ่งก้าวออกมาจากห้องประชุมเล็กพร้อมกระดาษแผ่นเดียวที่กำหนดชะตากรรมทุกคน หล่อนขานหมายเลขของผู้ที่ได้เข้ารอบต่อไป และไม่น่าเชื่อว่าหนึ่งในนั้นมีสลิล
จำนวนผู้สมัครที่เหลือเพียงครึ่งหนึ่งต้องผ่านการคัดกรองเบื้องต้น เช่น มีตำหนิหรือรอยสักจุดไหน เอื้อมแตะถึงสองร้อยแปดเซนติเมตรไหม และข้อจำกัดอื่นๆ ของแต่ละคน โชคดีที่สลิลผ่านทุกอย่างจึงได้เข้าไปรอในห้องอภิปรายกลุ่ม ซึ่งในรอบนี้กรรมการหนึ่งคนจะควบคุมดูแลบรรยากาศการอภิปรายของกลุ่มผู้สมัครห้าคน
‘ศัลยกรรมพลาสติก’ เป็นหัวข้อที่กลุ่มสลิลได้ ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ทุกคนแสดงความเห็นได้เต็มที่ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ผู้สมัครคนอื่นตอบได้ฉะฉานไหลลื่นแม้ต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษราวกับเตรียมกันมาล่วงหน้า และที่สำคัญฟาดฟันกันอย่างดุเดือดหากเห็นไม่ตรงกับอีกฝ่าย สลิลนั่งสั่นทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครเปิดช่องให้เธอพูด กระทั่งกรรมการสังเกตเห็นว่ามีคนหนึ่งนั่งนิ่ง จึงหันมาถามเธอ
“แล้วคุณล่ะคะ”
สลิลลอบสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ย
“ฉันคิดว่าหากนั่นเป็นความสุขของคุณ คุณก็มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะไขว่คว้าค่ะ”
ทุกคนเงียบกริบ กรรมการแสดงสีหน้าพอใจ
“วันนี้พอเท่านี้ค่ะ” เป็นอันสิ้นสุดการอภิปราย
จากทั้งหมดห้าคนเหลือเพียงสลิลคนเดียวที่ได้ไปต่อ หญิงสาวหยิกแขนตัวเองแรงๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้ฝันไป ตอนนี้เหลือผู้สมัครทั้งหมดเพียงสิบคนเท่านั้น โดยมีผู้ช่วยกรรมการประกบ พาเข้าห้องลองชุดยูนิฟอร์มของสายการบิน
“สวยมากค่ะ พอดีเป๊ะ” หญิงร่างท้วมผู้ดูแลเธอกล่าว
สลิลมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ผู้หญิงในกระจกนั่นใช่เธอแน่หรือ หล่อนดูสวยสดใส แววตามุ่งมั่นพยายามยืนหยัดด้วยตนเองผิดกับสลิลคนก่อนหน้า เธอยิ้มตอบหญิงสาวในกระจก เราตัดใจได้จริงๆ...ใช่ไหม
“เรียบร้อย เปลี่ยนชุดคืนแล้วเชิญรอสัมภาษณ์รอบสุดท้ายเลยค่ะ” ผู้ดูแลกล่าวขณะจดสัดส่วนเธอลงแฟ้มรายงาน
เธอไหว้ขอบคุณก่อนเข้าไปเปลี่ยนชุดมาคืนหล่อน การสัมภาษณ์รอบสุดท้ายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด บรรยากาศพูดคุยสบายๆ ถามเรื่องทั่วไป ทัศนคติในการทำงานร่วมกับคนอื่นและการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า ต้องขอบคุณที่เธอเคยทำงานกับพี่อุ้มมาก่อน จึงสามารถตอบจากมุมมองของผู้ให้บริการได้
“ขอบคุณมากค่ะ เราจะแจ้งผลทางอีเมลภายในหนึ่งเดือนนะคะ” หญิงวัยกลางคนที่ยังดูสวยเนี้ยบกล่าวปิดท้าย
“ขอบคุณค่ะ” สลิลไหว้ลา เดินออกจากห้องด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เธอก็ภูมิใจที่ได้ทำดีที่สุดแล้ว
การสอบคัดเลือกกินเวลาทั้งวัน สลิลออกจากคอนเวนชันฮอลล์อีกทีก็ตกเย็นแล้ว ขณะเดินตัดล็อบบี้ตรงไปยังประตูทางออกก็ได้ยินเสียงเรียกเธอไว้ก่อน
“ลิล...”
“หมอณพ สวัสดีค่ะ” เธอตกใจเล็กน้อยแต่ยังไม่ลืมยกมือไหว้
“ลิลสบายดีเหรอ ไม่เจอกันเลยตั้งแต่ลิลลาออก” เขาถามไถ่ตามประสาคนรู้จัก
“สบายดีค่ะ คุณหมอล่ะคะ” เธอยิ้มบาง
“ผมสบายดี ลิลก็มาสมัครเหมือนกันเหรอ” กวาดตามองชุดเธอเล็กน้อย
“ใช่ค่ะ”
“อาชีพในฝันของสาวๆ สินะ แฟนผมก็สมัคร นี่มารอรับ” หมอหนุ่มยิ้มถึงตาเมื่อกล่าวถึงแฟนสาว
“พี่ณพ” น้ำเสียงติดกระเง้ากระงอดดังขึ้น
“พูดถึงก็มาพอดี” หมอณพหัวเราะอารมณ์ดี
“กลับค่ะ” สาวน้อยหน้าตาน่ารัก มองเผินๆ เกือบคล้ายเธอเดินมาคล้องแขนหมอหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ สลิลยิ้มให้ แต่ฝ่ายนั้นมองตอบอย่างไม่เป็นมิตรนัก
“ค่ะๆ กลับก็กลับค่ะ” หมอณพตามใจแฟนสาว
“ผมไปก่อนนะลิล” เขาหันมาบอก
“โชคดีค่ะ” สลิลผงกศีรษะให้ มองคู่รักเดินกะหนุงกะหนิงจากไป
ทั้งสองดูเหมาะสมกันมาก ไม่เสียใจที่วันนั้นไม่เลือกหมอณพ ยิ่งวันนี้เห็นเขาอยู่ดีมีสุขกับคนรักก็พลอยชื่นใจด้วย อดีตเมียเก็บอย่างเธอไม่คู่ควรกับใครหรอก นึกแล้วสะท้อนในอก อรรณพไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอตกเป็นของเพื่อนสนิทเขาที่เห็นหน้าค่าตากันเกือบทุกวันที่โรงพยาบาล นั่นคงเป็นด้านมืดที่สุดของปรวีร์ ใช้วิธีสกปรกแย่งเธอมาหน้าตาเฉยโดยไม่รู้สึกผิดต่ออรรณพสักนิด
“เพราะผมดูแลลิลได้ดีกว่าใคร” เขาจับเธอขึ้นเตียงแล้วจึงครอบครองอย่างใจเย็น หลังสลิลถามถึงเหตุผลที่ไม่ให้เธอทำงาน
“นะคะ ไม่ทุกวันก็ได้”
“ไม่ครับ ดูแลผมแค่คนเดียวก็พอ” บดจูบร้อนแรงไม่ฟังคำอุทธรณ์ เขาคิดมาดีแล้ว
หญิงสาวแหงนหน้ามองฟ้ายามเย็นขณะเดินออกจากโรงแรม ไม่ยอมให้น้ำตาไหลอาบแก้ม เขาไม่เคยผิดคำพูดก็จริง แต่วันที่ไม่ต้องการก็หนีไม่พ้นเธอที่ช้ำกว่าใคร
