บท
ตั้งค่า

ผู้ชายเห็นแก่ตัว(2)

“...ปั้นลองไปเจอก่อนสักครั้ง เป็นหลานสาวผู้ถือหุ้นเหมือนกันนี่แหละ จบโทบริหารจากออสเตรเลีย เห็นว่าในอนาคตครอบครัวมีโครงการเทกโอเวอร์โรงพยาบาลเอกชนในต่างจังหวัดนะ ถ้าปั้นถูกใจจริงๆ ย่าจะทาบทามให้...” เสียงคุณหญิงย่าแว่วมาตามสาย

“ครับ”

“ย่านัดกินข้าวให้แล้ว เราก็ทำตัวให้มันสดชื่นหน่อยสิลูก หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ได้” เสียงบ่นยืดยาวตามมา เขาฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

“ครับ ที่ไหนครับ”

“ร้านเดิมที่ย่าเคยนัดให้พ่อแม่เรานั่นแหละ”

ชายหนุ่มวางสายด้วยหัวใจหนักอึ้ง เขาบอกลาสลิลเพราะต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือ ตั้งแต่วันที่เธอจากไป ไม่มีคืนไหนหลับสนิทเลย ปรวีร์ยังคงขับรถแวะไปที่หอเดิมของเธอเมื่อมีเวลาว่างและต้องพบความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เห็นแม้แต่เงาสลิล ผ่านมาครึ่งปีเขาอยากตัดใจจึงตอบรับนัดบอดของคุณย่า วิธีการที่ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างเขาเลือกใช้เวลาต้องการลืมใครสักคน

หกโมงเย็นเขามาถึงร้านอาหารตามนัด เห็นหญิงสาวหน้าตาคมขำ ผมดำเหยียดตรงนั่งคนเดียวในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวจึงสาวเท้าตรงไปหา อีกฝ่ายยิ้มรับเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ ‘ตรงปก’ ดูดี หล่อเหลาไม่ต่างจากรูปที่ผู้ใหญ่นำเสนอ

“สวัสดีค่ะ” เธอลุกขึ้นทักทาย

“สวัสดีครับ”

“ขออนุญาตเรียกพี่ปั้นนะคะ คิดว่าอายุมากกว่าเอมแน่ๆ” เริ่มผูกสัมพันธ์ด้วยท่าทีผ่อนคลาย

“ครับน้องเอม”

“พี่ปั้นกินอะไรดีคะ” ถามอย่างอ่อนหวาน อยากสร้างความประทับใจแรกไม่รู้ลืม

“ได้ทุกอย่าง แล้วแต่น้องเอมเลยครับ” เขาตอบตามจริง ไม่ได้อยากเอาใจใครแต่อย่างใด

ทว่าคนตรงหน้ากลับตีความไปคนละทาง เข้าใจว่าเขาตามใจตน จึงเริ่มส่งสัญญาณว่าเธอเองก็พึงใจเขาเช่นกัน หญิงสาวชม้อยตามองหมอหนุ่มอย่างมีจริตจะก้าน ชี้ชวนให้ดูอาหารหลากหลายในเมนู

ปรวีร์ไม่ใช่ไก่อ่อน รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ยังคงรักษามารยาทสนทนากับเธอโดยไม่ตัดรอนนัก ‘เอมวลี ปรีชากิจ’ หลานสาวผู้ถือหุ้นเพื่อนคุณย่าวัยสามสิบ มีดีกรีปริญญาโทบริหารธุรกิจจากออสเตรเลีย เตรียมเข้าสานต่อกิจการโรงพยาบาลเอกชนสาขาต่างจังหวัดของครอบครัว พื้นฐานใกล้เคียงกับเขา คู่ควร ทัดเทียมทุกอย่าง เข้าตำราเรือล่มในหนองทองจะไปไหน

ฐานะ หน้าตา ชาติตระกูล ความรู้ความสามารถและกิริยาวาจาที่รู้จักเข้าหาคน เป็นคุณสมบัติที่จะส่งเสริมชีวิตคู่เขาทุกด้าน ชายหนุ่มนั่งฟังเธอเสียเป็นส่วนใหญ่ ตักอาหารกินไม่รู้รส ลำคอฝืดเฝื่อน น่าแปลกที่เขาควรจะใจเต้นแรงยามอยู่ใกล้คนที่ใช่ทุกองศา แต่ก้อนเนื้อในอกซ้ายกลับด้านชา ไม่รู้สึกรู้สา มีเพียงความเหมาะสมแสนว่างเปล่า

มื้ออาหารจบลงที่การแลกเบอร์โทรศัพท์และขับรถไปส่งเธอถึงบ้าน เพราะเห็นเมฆทะมึนตั้งเค้ามา คงดูไม่ดีหากปล่อยเธอนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว เอมวลีตั้งใจไม่ขับรถมาเพื่อการนี้อยู่แล้ว

“ขอบคุณพี่ปั้นค่ะ” ส่งสายตาถามว่าจะเข้าบ้านก่อนไหม

“ดึกแล้วพี่ไม่รบกวน ฝากสวัสดีคุณพ่อคุณแม่น้องเอมด้วยนะครับ” คล้อยหลังเธอเท้าใหญ่ก็เหยียบคันเร่งออกจากที่นั่นทันที

ฝนเทกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา ปรวีร์ไม่ได้ตรงกลับคอนโดฯ รถยุโรปสีดำคันหรูห้อทะยานฝ่าสายฝนไปตามเส้นทางที่ใจหวนหา ก่อนหยุดนิ่งหน้าอาคารหอพักห้าชั้นที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอย นี่สินะโบราณว่าไม่เห็นหน้า เห็นหลังคาก็ยังดี ใจคอสลิลจะไม่ส่งข่าวเขาบ้างหรือว่าทำอะไร อยู่ที่ไหนหรือ...อยู่กับใคร

ชายหนุ่มสะบัดศีรษะแรงๆ คิดว่าตนเพ้อจนตาฝาดเมื่อเห็นร่างเล็กคุ้นตาวิ่งเข้าไปใต้อาคารหอพักเพื่อหลบฝน กระทั่งเธอหยุดลูบหน้าลูบตา เขาถึงรู้ว่าไม่ได้ฝันไป ร่างแกร่งเปิดประตูพุ่งลงจากรถ ไม่สนใจว่าจะเปียกชุ่มโชกตั้งแต่หัวจดเท้า

“ลิล!” เสียงทุ้มเรียกเกือบตะโกน

สลิลไม่ทันมองว่าใครเรียกก็โดนรวบไปกอดเสียก่อน กลิ่นนี้ กลิ่นที่เธอไม่มีวันลืม กลิ่นบุหรี่หอมเย็นจางๆ ผสมโคโลญผู้ชาย เขาตามมาถึงที่นี่เชียวเหรอ เธอผลักอกเขาออก พยายามขืนตัวหนีแต่ไม่สำเร็จ เขายังกอดแน่นอยู่อย่างนั้น

“ปะ ปล่อยก่อนค่ะ”

เขายอมคลายอ้อมกอด ทั้งสองสบตากัน ไม่มีใครพูดอะไร ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน มือหนาเอื้อมมาประคองใบหน้าเล็กก่อนบดจูบโหยหา เว้าวอนให้ตอบสนองในแบบเดียวกัน หญิงสาวโดนความร้อนแรงเล่นงานพานให้อ่อนปวกเปียกไม่ต่างกับขี้ผึ้งลนไฟ

“คิดถึง” ผละจากปากอิ่มในที่สุด

“คุณหมอผ่านมาแถวนี้เหรอคะ” หลุบตามองต่ำ ไม่ยอมมองหน้าเขา กลัวตัวเองจะใจอ่อน

“เปล่า ผมมาหาลิล...สบายดีไหม” น้ำเสียงเศร้าระคนรู้สึกผิด

สลิลพยักหน้าแทนคำตอบ

“คุณหมอก็สบายดีนะคะ” เธอถามเสียงแผ่ว

ไม่ ไม่เลย ไม่สบายดีสักนิด เขาใช้ชีวิตเป็นหุ่นยนต์ ทำงานตามตารางที่เลขาฯ จัดการให้ กินเพื่อไม่ให้หิว นอนเพื่อให้มีแรงตื่นมาดำเนินกิจวัตรประจำวัน แวะไปกินข้าวกับครอบครัวที่บ้านใหญ่ทุกสัปดาห์ นั่งคุยกับพ่อแม่และน้องๆ เล่นกับหลาน แสร้งว่าตนมีชีวิตปกติสุขเท่าที่จะมีได้ นายป้อนแฝดเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขากำลังเล่นละครหลอกทุกคน...หลอกกระทั่งตัวเอง

ปรวีร์ไม่ตอบ รวบตัวเธอมาจุมพิตอีกครั้งให้สมกับความคิดถึง สัมผัสอุ่นๆ ของเลือดเนื้อที่มีหัวใจย้ำว่าเธออยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริงๆ แต่สลิลกลับสะบัดหน้าหนีก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ในเมื่อจบกันแล้วเขาก็ไม่ควรทำอย่างนี้กับเธอ

“อย่าค่ะ” ยังคงหอบเล็กน้อย

“พวกเรา...อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel