นกปีกหัก
บท 3 นกปีกหัก
หญิงสาวกวาดตาอ่านรายการตรวจสุขภาพตามที่สายการบินกำหนดหลังรวบรวมเอกสารต่างๆ ที่ต้องนำไปยื่นในวันรายงานตัวเกือบครบแล้ว เหลือเพียงผลตรวจสุขภาพ
อีกนิดเดียวเท่านั้นก็จะได้บอกข่าวดีกับยาย หากตรวจร่างกายผ่าน เธอก็จะได้รับการเทรนนิ่งเป็นระยะเวลาสามเดือนก่อนก้าวสู่การเป็นลูกเรือเต็มตัว สลิลนั่งอมยิ้มคนเดียว นึกถึงวันที่ได้สวมชุดลูกเรือปฏิบัติหน้าที่บนเครื่องบิน จะรีบส่งรูปให้ยายดูคนแรกเลย
หนทางข้างหน้าช่างดูสดใส แม้ลึกๆ จะเกรงใจปรวีร์ที่ไม่สามารถเป็นคนรักเต็มเวลาให้เขาได้ แต่เชื่อว่าเขาเป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผลมากพอที่จะไม่คัดค้าน สลิลพับใบรายการที่ต้องตรวจใส่กระเป๋าสะพาย เตรียมตัวออกเดินทางไปโรงพยาบาล
การตรวจละเอียดนั้นกินเวลาทั้งวัน พยาบาลแจ้งให้สลิลนั่งรอหน้าห้องตรวจก่อน เห็นว่าคุณหมอจะแจ้งผลภายในวันนี้ หญิงสาวเลิกคิ้วประหลาดใจเนื่องจากโดยปกติมักให้มารับผลในวันถัดไป
“คุณสลิล วงษ์สาคร ค่ะ” เสียงขานชื่อเธอดังขึ้น
“ค่ะ”
“เชิญห้องตรวจ 11 ค่ะ”
สลิลเดินเข้าห้องไปพร้อมยกมือไหว้แพทย์หญิงสูงวัยสวมแว่นตาที่นั่งหลังจอคอมพิวเตอร์
“ค่ะ คุณสลิลนะคะ” หมอหญิงทวนอีกครั้ง
“ค่ะ” นั่งลงตรงข้ามคุณหมอ
“คนไข้ตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้วนะคะ หมอจะจ่ายบำรุงให้ ไม่ทราบจะฝากครรภ์และทำนัดเดือนหน้าเลยไหมคะ”
นี่สินะ ผลที่จำเป็นต้องแจ้งวันนี้
หญิงสาวมือเย็นเฉียบ ตาพร่ามัว เกือบเซไปกองกับพื้นถ้าไม่ได้พยาบาลเข้ามาพยุงไว้ คะ...คุณหมอเพิ่งบอกว่าในท้องมีลูกของเธอกับเขา นั่นเป็นข่าวดี เป็นเรื่องน่ายินดี ถึงไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน แต่ก็เป็นของขวัญล้ำค่าที่เกิดจากความรักเรา สลิลดีใจและเชื่อว่าปรวีร์ก็ต้องดีใจเช่นกัน
“ขอบคุณค่ะ ขอกลับไปคิดดูก่อนนะคะ” เธอต้องปรึกษาพ่อของลูกก่อนว่าควรฝากครรภ์ที่ไหน
สลิลออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกหลากหลาย ดีใจ มึนงง วิตกและกังวล ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับพ่อของลูกอย่างไร จากที่ตั้งใจจะบอกเรื่องงานกลายเป็นอีกเรื่องที่ใหญ่ไม่แพ้กัน ชีวิตน้อยๆ กำลังถือกำเนิดขึ้นและมีการตัดสินใจครั้งสำคัญรอเราอยู่ หญิงสาวถอนหายใจอย่างสับสน ได้แต่หวังว่าวันนี้จะไม่เหมือนกับวันนั้น
“โอ๊ย”
“ขอโทษค่ะ ลิลลงหนักไปเหรอคะ” มือเล็กพลันชะงักขณะกำลังนวดคอบ่าไหล่ให้เขา
“เปล่าหรอก มันตึงมากจริงๆ แหละ” ปรวีร์ที่นั่งขัดสมาธิบนพื้นตอบ
“คุณหมอไปทำอะไรมาคะเนี่ย” ถามพลางลงยาคลายกล้ามเนื้ออีก
“ให้หลานชายขี่คอน่ะ ซนชะมัด” ชายหนุ่มบ่นลูกน้องชาย
“ไม่ใช่ว่าแก่แล้วเหรอคะ” สลิลขำลุงปั้น
“ฮื่อ ผมยังแรงดี ลิลก็รู้ แต่เจ้าพวกนั้นแรงอย่างกับช้าง ที่บ้านยังไม่มีหลานสาวด้วยน่ะ ทุกคนเลยมาหวังกับผม...” จู่ๆ เขาก็หยุดพูดเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าแตะเรื่องที่ไม่ควรเข้าแล้ว ทั้งสองต่างรู้กฎข้อนั้นดี สักวันต่างคนต่างต้องไปมีครอบครัวของตัวเอง และแม่ของลูกเขาไม่ใช่เธอ
“ลิลเชื่อว่าลูกสาวคุณหมอต้องน่ารักมากแน่ๆ ค่ะ” ฝืนยิ้มบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร กลัวแต่เขาไม่สบายใจ
ปรวีร์นั่งนิ่ง ปล่อยให้เธอนวดต่อ ถึงพูดหรือไม่พูดอะไรก็ใช่ว่าปลายทางจะแตกต่าง
หญิงสาวล้มตัวลงนอนทันทีที่ถึงห้อง เกือบทุ่มหนึ่งแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เที่ยง เธอไม่รู้สึกหิว แต่พอนึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกคนจึงลุกมาหยิบสมาร์ตโฟนมาสั่งอาหาร น่าแปลก พอรู้ว่าท้องก็อยากกินเมนูไข่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ไม่บอกก็รู้ว่าลูกใคร ใช่ไหมคะ” มือบางลูบหน้าท้องแบนราบด้วยความเอ็นดู
----------
เสียงโทรศัพท์กรีดร้องปลุกคนที่ผล็อยหลับไปหลังมื้ออาหารให้สะดุ้งตื่น สลิลงัวเงียควานหามือถือก่อนกดรับ มีคนเดียวที่โทร.หาเธอบ่อยขนาดนี้
“ค่ะ” น้ำเสียงยังไม่ตื่น
“นอนเร็วจัง” เสียงทุ้มปลายสายกลั้วหัวเราะ
“ฮื่อ ลิลง่วงนี่นา”
“กินข้าวยัง” ถามอย่างห่วงใย
“กินแล้วค่ะ กินไข่เจียวกุ้งสับคนเดียวหมดเลย คุณหมออดนะคะ” แกล้งยั่วให้เขาน้ำลายสอบ้าง ให้เธอกินข้าวคนเดียวมาหลายมื้อแล้ว
“ขี้โกงอะ ของโปรดผมเลย” เขาท้วงงอนๆ
“ช่วยไม่ได้นะคะ คุณหมอไม่มาสักทีนี่นา” ลูกเขาต่างหากเล่าที่อยากกิน สลิลแอบขำในใจ
“อื้อ อีกสองสามวันนี้แหละ งานใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวจะสั่งไข่ตุ๋น ไข่เจียว ไข่ยัดไส้มาให้หมดเลย รอผมนะ” ปรวีร์บอกด้วยความดีใจที่จะได้เจอกันแล้ว
“ค่ะ” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงดีใจพอกัน
“ก็ได้ๆ ผมปล่อยลิลไปนอนก็ได้” คิดว่าเธอคงตาปรือเต็มแก่แล้ว
หลังวางสายสลิลกลับนอนเอามือก่ายหน้าผาก หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ในหัวมีเรื่องให้คิดมากมาย เธอจะบอกเขาอย่างไร จะบอกยายอย่างไร ความสัมพันธ์ของเรานับจากนี้จะเป็นไปในทิศทางใด และไหนจะงานของเธอที่ไม่สามารถอุ้มท้องไปรายงานตัวได้อีก ความกดดันทั้งหลายถาโถมเข้ามา ลำพังตัวเธอคนเดียวไม่เป็นไรหรอก ห่วงความรู้สึกยายกับเจ้าตัวเล็กในท้องนี่สิ
อย่างน้อยก็ใจชื้นขึ้นมาบ้างที่ได้ยินว่าอีกไม่กี่วันปรวีร์จะมาหา “...คนรักที่มีลูกด้วยกัน” คำพูดนั้นยังก้องในหัวเสมือนแสงตะวันอบอุ่นที่คอยปลอบประโลมในวันเหน็บหนาว สลิลเชื่อว่าพ่อของลูกจะพาเราฝ่าพายุครั้งนี้ไปได้
--------
เธอมันโง่
ผู้ชายคนนั้นหลอกเธอ หลอกให้ความหวัง หลอกให้รัก หลอกให้รอ สุดท้ายก็หนีไปแต่งกับคนอื่น
มือเล็กกำสมาร์ตโฟนแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เปลือกตาบางกะพริบถี่ๆ ไม่ยอมให้น้ำในตาไหลรินหลังเห็นข่าวกอสสิปทาง ‘เพจใต้เตียงไฮโซ’ โพสต์หรา
‘หมอหนุ่มสุดหล่อเตรียมประกาศหมั้นทายาทสาวโรงพยาบาลเอกชน เข้าตำราเรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนเสีย’
แม้รูปประกอบเป็นเพียงเงาร่างถมดำ แต่เนื้อหารายละเอียดทั้งหมดบ่งบอกว่าเป็นพ่อของลูกเธอ ทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนี้ ที่บ่ายเบี่ยง ถ่วงเวลา ไม่ยอมโผล่หน้ามาให้เห็นก็เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหม เธอมันโง่จริงๆ ทอดกายให้เขาเชยชม เชื่อลมปากสัญญาลวง วาดฝันจะได้ใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน ทั้งหมดเป็นเพียงภาพมายาที่หลอกล่อให้เธอมาติดกับ
สลิลขบริมฝีปากล่างจนห้อเลือด สั่นสะท้านทั้งร่าง ไม่ยอมให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา เจ็บปวดที่โดนคนรักทรยศหักหลังอย่างเลือดเย็น เขาคิดจะเลี้ยงเธอเป็นเมียเก็บและอยู่กินอย่างออกหน้าออกตากับอีกคน ไม่ เธอยอมให้ลูกโตมาในสภาพนั้นไม่ได้ ต้องหนี หนีไปให้ไกล ไม่ให้คนใจร้ายเข้าใกล้ลูกเธอได้อีก
หญิงสาวตัดสินใจโทร.หายายที่พึ่งคนเดียวในขณะนี้
“ลิลมีอะไรเหรอลูก” เสียงแหบแห้งปลายสายประหลาดใจที่หลานสาวโทร.หาแต่เช้า
“ลิล...ลิลมีข่าวดีจะบอกยายจ้ะ” แสร้งพูดเสียงสดใสทั้งที่ในใจหม่นไหม้อกตรม
“ลิลเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้วนะจ๊ะ ลิลจะกลับไปหายาย” กล่าวต่อโดยไม่มีพิรุธ
“จริงเหรอลูก” ยายทิพย์อุทานด้วยความตื่นเต้น
“จริงจ้ะ ลิลจะกลับวันนี้เลย”
“กลับบ้านเรา ยายจะรอนะลูก” บอกไม่ถูกว่าดีใจแค่ไหนที่หลานจะกลับมาอยู่ด้วยกัน
“จ้ะยาย”
สลิลเก็บข้าวของที่จำเป็นลงกระเป๋าและเดินลงไปแจ้งผู้ดูแลหอว่าจะขอย้ายออก จากนั้นจึงขึ้นแท็กซี่ตรงไปสนามบินทันที ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงที่นี่ จะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกแล้ว
