บท
ตั้งค่า

บทที่ 2: ถ้วยยาจากมารดาผู้เมตตา

บทที่ 2: ถ้วยยาจากมารดาผู้เมตตา

กลิ่นสมุนไพรป่าที่ มู่หรงเสวี่ย ให้สาวใช้ต้มเพิ่งจะเริ่มส่งกลิ่นหอมจางๆ อบอวลไปทั่วเรือนหลังเล็ก ทว่าความสงบสุขนั้นกลับดำรงอยู่ได้เพียงชั่วก้านธูปไหม้

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงของขันทีผู้ติดตามที่ประกาศก้อง

"ฮูหยินรองมาถึงแล้ว! พวกบ่าวไพร่ไร้มารยาท ไยจึงไม่ออกมาต้อนรับ!"

เสี่ยวถาว ที่กำลังพัดเตาต้มยาอยู่หน้าซีดเผือด มือไม้สั่นจนพัดหลุดจากมือ "คุ...คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินรอง... นางมาเองเลยเจ้าค่ะ!"

มู่หรงเสวี่ยที่นั่งพิงกองฟางเก่าๆ เพื่อรับแดดอุ่น เพียงแค่ปรือตาขึ้นมองอย่างเกียจคร้าน ริมฝีปากที่เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อยเหยียดยิ้มเย็น

"มาเร็วกว่าที่คิด..." นางพึมพำกับตัวเอง พลางจัดเสื้อผ้าเก่าๆ ให้เข้าที่ "คงจะรีบมาดูผลงานของลูกสาวตัวเอง หรือไม่ก็... มาซ้ำเติมให้แน่ใจว่าข้าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก"

ประตูรั้วไม้ผุพังถูกผลักออกจนแทบหลุดจากบานพับ ร่างระหงในชุดไหมต่วนสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม เครื่องประดับทองคำบนศีรษะกระทบกันเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง บ่งบอกถึงฐานะและความมั่งคั่งที่สวนทางกับสภาพความเป็นอยู่ของเจ้าของเรือนนี้ราวฟ้ากับเหว

‘หลี่ซื่อ’ หรือ ฮูหยินรอง ผู้กุมอำนาจดูแลหลังบ้านแทนฮูหยินเอกที่ล่วงลับ ใบหน้าของนางยังคงดูงดงามอ่อนเยาว์ราวกับสาวรุ่น แต่ดวงตาเรียวรีที่ตวัดมองไปรอบๆ กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

"เสวี่ยเอ๋อร์..." หลี่ซื่อปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว จากความรังเกียจกลายเป็นความห่วงใยจอมปลอม "แม่ได้ยินเฟยเอ๋อร์บอกว่าเจ้าฟื้นแล้ว แต่พูดจาเลอะเลือนเหมือนคนเสียสติ แม่เป็นห่วงแทบแย่ รีบตามหมอหลวงมาดูอาการเจ้าเร็วเข้า!"

นางโบกมือเรียกบ่าวรับใช้ด้านหลัง แต่สายตาของมู่หรงเสวี่ยกลับจับจ้องไปที่ ถ้วยยาเคลือบเงา ในมือสาวใช้คนสนิทของหลี่ซื่อ

"ไม่ต้องลำบากท่านแม่รองหรอกเจ้าค่ะ"

เสียงใสๆ ของเด็กหญิงวัยสิบขวบดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน มู่หรงเสวี่ยค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังดูโงนเงน แต่แผ่นหลังกลับเหยียดตรง สง่างามราวกับนางพญาตัวน้อย

"ลูกเพียงแค่สลบไปเพราะ... อุบัติเหตุที่สระบัว" นางจงใจเน้นคำว่าอุบัติเหตุ พลางปรายตามองไปที่มือของหลี่ซื่อ "สมองของลูกยังปกติดี จำได้ทุกอย่าง... จำได้แม่นยำยิ่งกว่าตอนก่อนป่วยเสียอีกเจ้าค่ะ"

หลี่ซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่ววูบ นางสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเด็กขี้โรคคนนี้ มันไม่ใช่ความหวาดกลัวเหมือนที่เคยเห็น แต่เป็นความนิ่งสงบที่ชวนให้ขนลุก

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว..." หลี่ซื่อฝืนยิ้ม กลบเกลื่อนความระแวง "แม่กลัวว่าเจ้าจะกระทบกระเทือนจนจำใครไม่ได้ นี่แม่ให้อาจารย์หมอปรุงยาบำรุงสูตรพิเศษมาให้เจ้าโดยเฉพาะ เป็นโสมพันปีเชียวนะ ดื่มเสียสิ จะได้หายไวๆ"

สาวใช้คนสนิทรีบยกถาดถ้วยยาเข้ามาประชิดตัว กลิ่นยาสีดำข้นคลั่กลอยเตะจมูก

จมูกของ หลินซูเหยา ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาทำงานทันที

กลิ่นฉุนของรากไม้ไหม้... กลิ่นคาวเลือดจางๆ... และที่สำคัญ กลิ่นหอมหวานเลี่ยนๆ ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด

‘ดอกยี่โถผสมรากบัวแดง...’ นางวิเคราะห์ในใจ ‘ยาพิษชนิดออกฤทธิ์ช้า ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดจังหวะ และค่อยๆ หยุดเต้นไปเองเหมือนคนนอนหลับตาย ร้ายกาจนัก... ยืมมือยมบาลฆ่าคนโดยไร้บาดแผล’

"โสมพันปีหรือเจ้าคะ?" มู่หรงเสวี่ยรับถ้วยยามาถือไว้ในมือ ไอความร้อนลอยกระทบใบหน้าขาวซีด "ท่านแม่รองช่างเมตตา... แต่ลูกจำได้ว่าตำราแพทย์บอกไว้ คนที่เพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายยังปรับสมดุลธาตุหยินหยางไม่ได้ หากได้รับยาบำรุงที่ 'แรง' เกินไป อาจทำให้เลือดลมตีกลับ จนถึงแก่ชีวิตได้"

นางเงยหน้าขึ้นสบตาหลี่ซื่อ ดวงตากลมโตใสซื่อทว่ารู้ทัน

"ท่านแม่รองคงไม่ได้ตั้งใจจะให้ลูก... 'ไปสบาย' เร็วขึ้นใช่ไหมเจ้าคะ?"

"เจ้าพูดเหลวไหลอันใด!" หลี่ซื่อตวาดเสียงแหลม "ข้าอุตส่าห์หวังดี นำของล้ำค่ามาให้ เจ้ากลับมองเจตนาข้าผิดไป! เด็กอกตัญญู!"

"ถ้าเช่นนั้น..." มู่หรงเสวี่ยยื่นถ้วยยากลับไปตรงหน้าหลี่ซื่อ "ท่านแม่รองลองชิมให้ลูกดูสักคำได้ไหมเจ้าคะ? หากท่านดื่มแล้วไม่เป็นไร ลูกถึงจะกล้าดื่ม"

บรรยากาศในลานดินเงียบกริบ เหล่าบ่าวไพร่ต่างก้มหน้าตัวสั่น ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับฮูหยินรองเช่นนี้มาก่อน

หลี่ซื่อกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อผ้าเช็ดหน้า นางรู้ดีว่าในถ้วยนั่นคืออะไร หากนางดื่มเข้าไป แม้จะไม่ตายทันที แต่ผิวพรรณของนางจะต้องหมองคล้ำและเจ็บป่วยภายในเป็นแน่

"เจ้ากล้าลองดีกับข้าหรือ!" หลี่ซื่อหมดความอดทน นางส่งสายตาให้บ่าวชายร่างใหญ่สองคนก้าวเข้ามา "ในเมื่อเจ้าไม่กินดีๆ คงต้องให้คนป้อน! จับตัวนังเด็กนี่ไว้!"

บ่าวชายสองคนพุ่งเข้ามาหมายจะล็อคแขนเด็กน้อย เสี่ยวถาวหวีดร้องจะเอาตัวเข้าขวาง แต่มู่หรงเสวี่ยกลับยกมือขึ้นห้ามอย่างใจเย็น

"ช้าก่อน!"

เสียงตะโกนนั้นไม่ได้ดังมาก แต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้เท้าของบ่าวชายทั้งสองชะงัก

"ท่านแม่รอง... ท่านแน่ใจหรือว่าจะทำเช่นนี้?" มู่หรงเสวี่ยเชิดหน้าขึ้น แววตาเป็นประกายวาววับ "อีกสามวัน ท่านพ่อ... ท่านแม่ทัพมู่หรง จะกลับมาจากชายแดนพร้อมกับคณะราชทูต หากท่านพ่อกลับมาเห็นลูกสาวคนเดียวของฮูหยินเอกตายเป็นศพไร้ญาติในเรือนท้ายจวน หรือมีร่องรอยการถูกกรอกยา..."

นางเว้นจังหวะ กวาดตามองบ่าวไพร่ทุกคน

"ท่านคิดว่า... ตำแหน่งฮูหยินเอกที่ท่านหมายปอง จะยังมั่นคงอยู่หรือไม่?"

คำว่า 'ท่านแม่ทัพมู่หรง' เป็นดั่งยันต์กันผีชั้นดี หลี่ซื่อหน้าซีดเผือด นางลืมไปสนิทว่าสามีกำลังจะกลับมา และถึงเขาจะไม่รักนังเด็กนี่ แต่เขารักหน้าตาและเกียรติยศของตระกูลยิ่งชีพ หากมีข่าวลือเรื่องแม่เลี้ยงใจยักษ์ฆ่าลูกเลี้ยงหลุดออกไป...

มู่หรงเสวี่ยเห็นแววตาลังเลของอีกฝ่าย จึงรีบตอกย้ำชัยชนะ

"และที่สำคัญ..." นางขยับตัวเข้าไปใกล้หลี่ซื่อ กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน "ช่วงนี้ท่านแม่รองมักจะปวดศีรษะข้างเดียวเวลาตื่นนอน และมีผื่นคันขึ้นที่ใต้ร่มผ้าใช่หรือไม่เจ้าคะ?"

หลี่ซื่อเบิกตากว้าง "เจ้า... เจ้ารู้ได้อย่างไร?"

"ลูกพอมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง..." มู่หรงเสวี่ยยิ้มมุมปาก "อาการนั้นเกิดจากการใช้เครื่องหอมที่มีส่วนผสมของ 'ชะมดเชียง' มากเกินไป เพื่อหวังผลเรื่องความงามและ... ดึงดูดบุรุษ แต่หากใช้ติดต่อกันนานๆ มันจะทำลายตับไต และทำให้... แก่เร็ว"

คำว่า 'แก่เร็ว' เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจหลี่ซื่อ นางรักสวยรักงามยิ่งกว่าชีวิต

"ยาบำรุงถ้วยนี้... ท่านแม่รองเอากลับไปเททิ้งเถิดเจ้าค่ะ แล้วเปลี่ยนเป็นส่งถ่านไม้ดีๆ อาหารสดใหม่ และเสื้อผ้าหนาๆ มาให้ข้าแทน" มู่หรงเสวี่ยถอยหลังกลับไปนั่งที่กองฟางอย่างหมดแรงแสร้งทำ "หากข้าหายดี หน้าตาสดใส ท่านพ่อกลับมาเห็นย่อมพอใจ ท่านแม่รองก็จะได้รับคำชมว่าเป็นมารดาผู้ประเสริฐ... แบบนี้มิดีกว่าหรือเจ้าคะ?"

หลี่ซื่อกัดฟันกรอด นางเจ็บใจที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับเด็กสิบขวบ แต่ข้อเสนอของมันกลับเย้ายวนใจและปลอดภัยกว่า

"ดี... ดีมาก!" หลี่ซื่อเค่นเสียงรอดไรฟัน "เจ้าช่างฉลาดขึ้นมากนะเสวี่ยเอ๋อร์... ฉลาดจนน่ากลัว"

นางสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงจนลมพัดวูบ "พวกเรากลับ! ส่งคนไปเบิกถ่านหินและอาหารตามที่นางขอ... แล้วอย่าให้ข้าได้ยินใครพูดเรื่องวันนี้!"

ขบวนของฮูหยินรองจากไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าตอนมา ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบและความเงียบสงัด

"คุ... คุณหนู..." เสี่ยวถาวมองเจ้านายตัวน้อยด้วยสายตาเทิดทูนบูชา "คุณหนูไล่นางไปได้! แถมยังได้ของกินกับถ่านไฟมาอีก! คุณหนูเป็นเทพเซียนจุติมาเกิดแน่ๆ!"

มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจยาว ร่างกายเล็กๆ สั่นสะท้านขึ้นมาทันทีที่ความตึงเครียดจางหายไป นางไม่ใช่เทพเซียน... นางเป็นแค่หมอที่รู้จักจุดอ่อนของคนไข้ดีที่สุด

"รีบไปต้มยาต่อเถอะเสี่ยวถาว" นางสั่งเสียงเบา "สงครามเพิ่งจะเริ่ม... วันนี้ข้าแค่ชนะศึกย่อย แต่ศึกใหญ่กำลังรออยู่ตอนท่านพ่อกลับมา"

เด็กหญิงมองดูมือเล็กๆ ของตัวเอง แววตามุ่งมั่น

‘ข้าต้องรีบหาย... ต้องรีบโต และต้องรีบแข็งแกร่งกว่านี้... ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวว่า ข้าไม่ใช่ลูกแกะ แต่เป็นลูกหมาป่า’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel