บท
ตั้งค่า

บทที่ 10 หม้อปรุงยาระเบิด 2

บทที่ 10 หม้อปรุงยาระเบิด 2

ท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาดูแคลนที่มองตรงไปยังเตาหลอมของหลิงเอ๋อร์ ทันใดนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ประทุขึ้นจากใจกลางหม้อทองแดง ฝาหม้อที่ปิดไว้เริ่มกระดอนไปมาคล้ายมีมังกรพิโรธถูกกักขังอยู่ภายใน ควันสีดำทะมึนที่เคยเหม็นโฉ่กลับถูกม้วนดึงเข้าไปในหม้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแสงสีทองสว่างจ้าจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังตา

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนหอเบญจมาศสวรรค์สั่นสะเทือนไปทั้งหลัง ฝาหม้อกระเด็นลอยหายไปบนขื่อคา แรงอัดกระแทกส่งผลให้เตาหลอมของศิษย์รอบข้างดับวูบลงในพริบตา หลิงเอ๋อร์ที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นถูกแรงลมพัดจนผมฟูกระเซิง นางลืมตาขึ้นมองซากหม้อที่แตกกระจายด้วยแววตาเป็นประกาย

[ระเบิดแล้ว! ในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างข้า หม้อแตกยับเยินเช่นนี้ ยาคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดสิ้น อาจารย์คุมหอโอสถต้องไล่ข้าออกแน่ๆ ลาขาดนะเจ้าคะ ความลำบากในการปรุงยา!]

ทว่าเมื่อควันจางลง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทุกคนกลับมิใช่เศษถ่านสีดำ แต่เป็นรัศมีสีทองนวลตาที่แผ่ออกมาจากใจกลางเศษอิฐดินเผา บนซากก้นหม้อที่ยังร้อนจัด มีเม็ดยาสีทองอร่ามกลมเกลี้ยงเพียงเม็ดเดียววางเด่นเป็นสง่า ตัวยาแผ่กลิ่นหอมประหลาดล้ำมิต่างจากน้ำค้างสวรรค์ผสมกลิ่นเกสรบุปผาหอมหวน

สิ่งที่หลิงเอ๋อร์มิรู้ก็คือ น้ำชาที่นางทำหกใส่ไปนั้น หาใช่ชาธรรมดา แต่คือน้ำอมฤตเกสรเหมยหมื่นปี ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอด เมื่อรวมกับ โสมคนพันปี ที่นางโยนลงไปทั้งหัวโดยมิได้หั่น ทำให้ตัวยาสามารถกักเก็บพลังงานทั้งหมดไว้ภายในใจกลางโสมจนควบแน่นเป็นยอดโอสถขั้นสูงสุด

“นั่นมัน... โอสถระดับเทพเจ็ดสี!”

ศิษย์ผู้หนึ่งตะโกนขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า

เจ้าสำนักเมฆาคล้อยที่กำลังเดินตรวจตราอยู่ใกล้ๆ พุ่งร่างมาที่เวทีประลองราวกับปักษาสวรรค์ เขาจ้องมองเม็ดยาทองคำนั้นด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม มือที่เหี่ยวย่นหยิบเม็ดยาขึ้นมาพินิจอย่างใกล้ชิด

“ความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม! มิมีสิ่งเจือปนเลยแม้แต่น้อย! นี่มิใช่การปรุงยา... แต่นี่คือการสร้างปาฏิหาริย์!”

เจ้าสำนักมิมุ่งหวังจะฟังคำอธิบาย เขาตัดสินใจกลืนเม็ดยานั้นลงไปเพื่อทดสอบ ทันใดนั้นเอง ทั่วร่างของเขาก็อาบไปด้วยแสงสีทอง กระแสปราณที่เคยติดขัดจากการฝึกวิชาผิดพลาดมานับสิบปีพลันทะลวงเปิดออก ทะเลปราณในร่างขยายตัวกว้างขวางดุจมหาสมุทร เขารู้สึกเบาสบายประหนึ่งจะเหาะเหินขึ้นสู่สรวงสวรรค์

“วิเศษ! วิเศษยิ่งนัก!” เจ้าสำนักประกาศก้องพลางหันมามองหลิงเอ๋อร์ที่นั่งอึ้งอยู่

“หลิงเอ๋อร์! เจ้ามิเพียงมีพรสวรรค์ด้านวรยุทธและค่ายกล แม้แต่ศาสตร์แห่งโอสถเจ้ายังบรรลุถึงขั้นสลัดทิ้งกฎเกณฑ์ดั้งเดิม ใช้วิธีระเบิดหม้อเพื่อสกัดธาตุบริสุทธิ์!”

เขายกมือขึ้นประกาศต่อหน้าศิษย์นับร้อย

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าขอแต่งตั้งหลิงเอ๋อร์ให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าหอปราญช์น้อย มีสิทธิ์ขาดในการเข้าออกคลังยาสมุนไพรทุกแห่ง และเป็นที่ปรึกษาด้านโอสถของสำนัก!”

หลิงเอ๋อร์ที่ตั้งใจจะสอบตก บัดนี้ใบหน้าขาวนวลเริ่มซีดเผือด นางมองตำแหน่่งที่มาพร้อมกับ ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งและการงานที่ล้นมือ ด้วยความรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา

[หัวหน้าหอปราญช์น้อยงั้นหรือ? นั่นหมายความว่าข้าต้องตื่นมาตรวจสมุนไพรแต่เช้า และต้องนั่งหลังขดหลังแข็งตอบคำถามพวกศิษย์ขี้สงสัยน่ะสิ! สวรรค์... ท่านช่วยส่งข้าไปกวาดคอกม้าเสียยังจะดีกว่า!]

นางทรุดตัวลงคุกเข่า ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีที่ดังคับฟ้า หลิงเอ๋อร์กลับรู้สึกเหมือนตนเองถูกโซ่ตรวนแห่งความขยันพันธนาการไว้จนมิอาจขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel