แค่ได้เห็นรอยยิ้ม
เอี๊อดด
"ใครมา" พริมาวางทุกอย่างลง เดินออกไปดูว่าเป็นใครที่มาบ้านตัวเอง
"สวัสดีครับ" คนตัวสูงยกมือไหว้พลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงกลางคน
"อ้าว ปืนเองเหรอลูก"
"ครับ น้ำอยู่ไหมครับ" มือปืนตามคนตัวเล็กมาถึงบ้านขนาดนี้ แสดงว่าเป็นเหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด บอกแล้วไงว่าลูกเธอ เธอรู้ดีว่าเป็นยังไง
"นอนอยู่บนห้องจ้ะ ขึ้นไปหาสิ" ไม่ต้องตกใจว่าทำไมเธอถึงอนุญาตให้มือปืนขึ้นห้องลูกสาวเธอได้ พริมาเห็นมือปืนมาตั้งแต่เด็ก แล้วเธอก็รู้ว่าอีกคนคิดยังไงกับลูกสาวตน ไม่เคยห้ามหากลูกจะคบใคร ขอแค่ให้รู้จักป้องกัน และไม่พากันทำเรื่องเลวร้ายก็พอ เธอขอแค่นี้เพราะยังไงซะมันก็เป็นเรื่องของคนสองคน จะให้เข้าไปยุ่งมากก็ใช้เรื่อง เราเป็นแค่แม่เขาไม่ใช่เจ้าชีวิต
"ผมขอตัวนะครับ" ร่างสูงก้าวยาว ๆ ไปยังชั้นสองของบ้านทันที
ตึกตึก..
ก๊อก ก๊อก
"ใครค่ะ" เสียงคนในห้องตะโกนถาม
"...." เงียบ เขายืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองนิ่ง
แอดด
"..มีอะไร" ทันทีที่เปิดประตูกว้าง ก็เห็นว่าใครที่เป็นคนมาเคาะ
"หนีมาทำไม"
"ใครหนี ก็บอกว่ามาทำธุระให้พ่อ" ร่างสูงแค่นหัวเราะเบา ๆ คิดว่าเขาไม่รู้หรือไงว่าเธอกำลังโกหก
"อืม"
"แล้วนายมีอะไร" เธอถามเสียงแข็ง
"กินยังไม่อิ่มไม่ใช่เหรอ" น้ำหนึ่งนิ่งไปทันที ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะตามเธอไม่ทัน ใช่ เธอยังกินไม่อิ่ม แต่เพราะความน้อยใจเธอเลยไม่อยากกินต่อจึงหนีกลับบ้าน
"อิ่มแล้ว" เบือนหน้าหนีไม่สบตา
"จะยืนคุยตรงนี้จริง" เพราะทั้งสองยืนอยู่หน้าห้อง มือปืนจึงเลิกคิ้วถาม น้ำหนึ่งงอนเขาอยู่เธอเลยไม่ยอมให้อีกคนได้เข้าห้อง
"กลับไปสิ ฉันจะนอน" เธอไล่เขากลับไป
"นอนตอนนี้?"
"แล้วไง ทำไมฉันจะนอนตอนนี้ไม่ได้"
"ก็ไม่ได้ว่าอะไร"
"ถ้ารู้แล้วก็ไปสักที ง่วง"
"อืม"
พรึ่บ! เขาเตรียมตัวจะหมุนตัวเดินออกไป แต่จังหวะที่น้ำหนึ่งจะปิดประตู ร่างของมือปืนก็แทรกเข้าไปอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปนอนบนเตียงสีดำของเธอหน้าตาเฉย
"นี่ ออกไปเลยนะ" คนตัวเล็กรีบเข้าไปดึงแขนให้อีกคนลุกออกจากเตียง
"ฉันก็ง่วง ขอพักสายตาหน่อย" เขาว่าแค่นั้นก็ผลิกตัวหันหลังให้เธอ น้ำหนึ่งยืนทำหน้าบึ้งตึง เธอกำลังน้อยใจเขาอยู่ แต่เขากลับทำเฉยเหมือนไม่อะไร
"งั้นฉันไปเอง"
พรึ่บ!!!
"อ๊ะ" ร่างของเธอถูกดึงให้นอนลงอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง
"ปล่อยเลยนะไอ้บ้า" พอตั้งสติได้เธอก็ต่อว่าเขาไปเสียงดัง
"ที่ห้ามเพราะห่วง" คำพูดของมือปืนทำให้คนในอ้อมกอดนิ่งไป
"...."
"เธออยากทำอะไรฉันไม่เคยห้าม ขอแค่เรื่องนี้ได้ไหม" นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มือปืนขอร้องเธอ หลายครั้งที่เขามักจะห้าม เขาไม่อยากเห็นเธอต้องมาเจ็บตัวเพราะเรื่องแบบนี้ เขาถนุถนอมเธอแทบตาย อะไรที่มันเสี่ยงเขาไม่เคยเห็นดีด้วยเลยสักครั้ง แต่น้ำหนึ่งกลับชอบที่จะท้าทายทำมันตลอด
"นายก็รู้ว่าฉันรักรถแแค่ไหน"
"รู้ แต่ไม่อยากเห็นเธอเจ็บ"
"ฉันดูแลตัวเองได้"
"แน่ใจ? "
"มันคนละเรื่อง" เรื่องที่เธอไปทะเลาะกับผู้ชายจนได้แผลกลับมา เขายังไม่หายหงุดหงิดเมื่อนึกถึงมัน วันนั้นน้ำหนึ่งไปข้างนอกเป็นเพื่อนโอนิกซ์ แล้วบังเอิญไปเจออริเก่าเข้าให้ ด้วยความที่ว่าฝั่งนั้นมากันหลายคน น้ำหนึ่งที่ทนดูเพื่อนโดนรุมไม่ไหวเธอจึงเข้าไปช่วย ก่อนจะโดนหมัดใครไม่รู้ซัดเข้าที่มุมปากจนแตกเป็นแผลกลับมา มือปืนเห็นครั้งแรกถึงกลับเลือดขึ้นหน้า แต่เพราะน้ำหนึ่งห้ามเอาไว้เขาเลยไม่ได้ตามไปเอาเรื่องคนพวกนั้น แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยู่นิ่งเลย ในเมื่อทำเองไม่ได้ ก็แค่ให้คนอื่นทำให้แค่นั้น เรื่องที่เขาสั่งคนไปจัดการน้ำหนึ่งยังไม่รู้
"ไหนบอกดูแลตัวเองได้"
"ก็พวกมันมากันหลายคน" เธอยังคงเถียงกลับไป ลองตัวต่อตัวเธอไม่ปล่อยไว้แน่
"ถ้ารู้อีกฉันจะไม่ทนแล้ว"
"แล้วเป็นใครมาสั่งห้ามนู่นห้ามนี่" เธอแกล้งว่าให้เขา
"เธอไม่ได้โง่" ใบหน้าสวยเห่อร้อน เขินกับคำพูดคนตัวโต เธอเข้าใจในความหมายของมันดี ว่าเขากำลังจะสื่ออะไร
"แต่ฉันก็ยังอยากทำมันสักครั้ง" คนตัวเล็กเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที
"....." มือปืนเงียบ
"ให้ฉันได้ลองเถอะนะ" เธอทำเสียงอ้อน
"...." มือปืนยังคงนิ่ง
"ไม่ได้สินะ" สีหน้าเธอหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด
"นอนพักเถอะ ไหนบอกง่วง"
"...อืม" เธอรู้ว่าต่อให้พูดหรืออ้อนวอนยังไง มือปืนก็ไม่เห็นด้วยแน่นอน สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้ต่อเขา ผ่านไปสักพักร่างบางในอ้อมกอดก็นิ่งไป มือปืนหลุบสายตามองใบหน้าสวย เขาไม่ได้อยากจะห้ามเธอทำในสิ่งที่เธอรัก เขารู้ว่าเธอเสียใจแค่ไหนที่ถูกห้าม ทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องมาเชื่อฟังเขาเลยก็ได้ ส่วนเรื่องที่เธอชอบแอบไปแข่งโดยไม่บอกเขา เขาก็รู้มาตลอด แต่เพราะมันไม่ใช่การแข่งจริงจังอะไรมาก ทุกครั้งที่เธอหนีไปเขาจะส่งลูกน้องไปเฝ้าคอยรายงานการเคลื่อนไหวโดยที่เธอไม่รู้ตัว
"อย่าโกรธเลยนะ" ริมฝีปากหนาสัมผัสลงเบา ๆ ที่หน้าผากมน
หลายชั่วโมงผ่านไป
ผมนอนเล่นมือถือระหว่างรอคนขี้งอนตื่น หลายชั่วโมงเหมือนกันนะที่เธอหลับไป ทุกคนคงจะแปลกใจว่าทำไหมครอบครัวเธอถึงกล้าปล่อยให้ลูกสาวตัวเองอยู่บนห้องนอนกับผู้ชายสองต่อสองหลายชั่วโมง อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ผมชัดเจนมาตลอดว่าคิดยังไงกับเธอ และผมก็มั่นใจว่าตัวเองสะอาดพอกับเรื่องผู้หญิง เรื่องอื่นอันนี้ไม่ขอตอบ ผมชอบเธอ และชอบมานาน ไม่สิ ต้องบอกว่ารักถึงจะถูก เวลาทำอะไรผมทำผ่านผู้ใหญ่ตลอด แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ ครอบครัวเธอมีลูกสาวแค่คนเดียว นั่นคือเธอ เป็นธรรมดาของพ่อแม่ที่จะหวงลูกสาว ผมใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอยู่นานกว่าจะผ่านด่านพ่อเธอมาได้ เอาเรื่องเหมือนกัน อย่าถามว่าเมื่อพ่อแม่เธอไฟเขียวแล้วทำไมถึงไม่คบกันสักที นั่นแหละครับสิ่งที่ผมสงสัยไม่ต่างจากทุกคน ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยคุยกับเธอนะ เราคุยกันแล้ว แต่เธอก็ยังคงบอกกับผมว่ายังไม่พร้อมที่จะเลื่อนขั้นเป็นแฟนกับผม เพียงเพราะอยากคบกันให้นาน ๆ เมื่อไหร่ที่เป็นแฟนกันแล้วมันจะทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับเธอสั้นลง ผมมองว่าการที่คิดแบบนี้มันดูป่วยไปนะ แต่ก็เพื่อความสบายใจของเธอ ผมก็คงทำได้แค่คอยห่วงและดูแลเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้
"อื้ออ" ขี้เซาจริง ๆ ตื่นมาก็กิน ไม่กินก็วิ่งหาเรื่องเจ็บตัวในแต่ละวัน เหมือนเด็กน้อย
"อย่าขยี้แรง" ไม่รู้เป็นอะไร เวลาตื่นชอบขยี้ตาแรง ๆ จนมันแดงไปหมด พอบอกก็มาทำหน้าบึ้งใส่
"กี่โมงแล้ว"
"สี่ทุ่ม"
"ฮะ!!" พอผมบอกเวลา เธอก็ดีดตัวลุกพรวดพราดพร้อมกับร้องตกใจเสียงดัง
"มีอะไร?"
"ทำไมไม่ปลุก" ก็เห็นนอนอยู่ผมเลยไม่อยากกวน ผมผิดเหรอวะ
"เป็นอะไร"
"วันนี้ซีรีส์ฉันเล่น"
"....." ผมต้องพูดอะไรต่อดี ที่ร้องตกอกตกใจคือละครเล่นวันนี้ว่างั้น
"เพราะนายคนเดียวเลย"
"น้ำ" ผมเรียกเธอเสียงเข้ม พอตื่นก็เริ่มที่จะงี่เง่าเลย
"ก็ฉันอดดูเลยหนิ"
"หนังอะไร" ที่ถามเพราะอยากรู้ มันสนุกถึงขนาดต้องมานั่งทำหน้าอาลัยอาวรณ์เลยหรือไง
"พูดไปนายก็ไม่รู้จักหรอก"
"ก็พูดมาสิ"
"มันป็นซีรีส์เกาหลี เรื่องนี้" เธอยื่นมือถือมาตรงหน้าผม เเอาจริงก็ไม่รู้เรื่องหรอก แค่อยากเห็นหน้าพระเอกเท่านั้นเอง
"อยู่ไหน"
"อะไร?" เธอมองผมสีหน้ามึนงง
"ติดพระเอกไม่ใช่หรือไง"
"ก็ใช่ แล้วจะถามทำไม"
"ก็จะพาไปหา" ผมว่าเท่านั้นเธอก็นิ่งไป เหมือนวิญญาณหลุดอกจากร่าง
"นายคิดว่าจะได้เจอง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง นี่มันพระเอกระดับโลกเลยนะ "
"แค่เธออยากเจอ..ฉันก็ทำให้ได้ " ผมไม่ได้พูดเล่นนะ อะไรที่เธอมีความสุขผมทำให้ได้หมด ขอแค่ได้เห็นเธอยิ้มมีความสุขในทุก ๆ วันก็พอ
