ฝันร้าย
"เป็นไง ไหนบอกว่ามันทำอะไรมึงไม่ได้ไง สรุปกูต้องมาซวยกับมึงอีก" โอนิกซ์บ่นให้หญิงสาวตามอารณ์หงุดหงิดตัวเอง ตอนแรกคิดว่าจะรอดจากการมาให้อาหารลูก ๆ ของมือปืนแล้ว กลับต้องมายืนเถียงกันอยู่หน้าบ้านเล็ก บ้านของมือปืนที่อยู่หลังสนามแข่งรถ เขาสร้างไว้พักผ่อนถ้าหากวันไหนขี้เกียจกลับบ้าน และลูก ๆ ของเขาก็อยู่ที่นี่ทั้งหมด จริง ๆ แล้วมีสองหลังที่เขาเอาไว้พักผ่อน หลังเล็กกับหลังใหญ่
"มึงจะบ่นอะไรนักหนา"
"กูคงจะยิ้มดีใจหรอกมั้งสัส แม่งเอ้ย!" ยิ่งเห็นหน้าน้ำหนึ่งเขาก็ยิ่งอยากจะเข้าไปหยุมหัวแรง ๆ สักครั้ง
"ไปเปิดประตูดิ" เสียงเล็กสั่งคนเป็นเพื่อน
"เออดี ให้กูเป็นคนเปิดอีก" ถึงจะบ่นยังไง สุดท้ายก็เดินไปทำตามที่อีกคนสั่งอยู่ดี
"เร็ว ๆ"
"มึงช่วยให้กูทำใจก่อนไม่ได้หรือไง" แค่มายืนอยู่ตรงนี้เขาก็แทบจะหยุดหายใจแล้ว
"มึงจะทำอะไรนานจังวะ"
"แม่งเอ้ย ทำไมชีวิตกูต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยวะ" โอนิกซ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ประตูอย่างช้า ๆ
แอดด (ประตูเปิดออก)
" เร็วดิ" เขาหันไปมองหญิงสาวด้านหลัง
" เออ ๆ" เธอเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม
น้ำหนึ่งเดินตามเพื่อนตัวเองเข้าไป มือเล็กยื่นไปจับชายเสื้ออีกคนไว้แน่นขณะเดินอยู่
ฟ่อ~ (เสียงงู)
"อ๊ะ! " น้ำหนึ่งขยับตัวเข้าชิดเพื่อนมากขึ้น เมื่อได้ยินเสียงลูกมือปืน
"ไอ้ห่าปืนแม่งก็ชอบเลี้ยงอะไรไม่เหมือนชาวบ้านเขา" โอนิกซ์บ่นให้มือปืนอย่างหัวเสีย แทนที่เขาจะได้กลับไปนอนโง่อยู่บนเตียงที่ห้อง กลับต้องมาทำอะไรก็ไม่รู้
"มึงก็รีบ ๆ สิ"
"กูเป็นคนพามึงมาไหม มึงต้องเอาไปให้โว้ยย"
"ใครให้ก็เหมือนกันนั่นแหละ"
พรึ่บ!
ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนถกเถียงกันอยู่ ไฟในห้องก็สว่างขึ้นกว่าเดิม ทำให้น้ำหนึ่งและโอนิกซ์มองเห็นทุกมุมในห้อง แต่สิ่งที่ทำเอาทั้งสองตกใจคือสิงโตตัวใหญ่กำลังจ้องมาที่พวกเขาทั้งสอง น้ำหนึ่งตัวแข็งทื่อ เธอกลัวจนก้าวขาไม่ออก ไม่ใช่ว่าแกล้ง แต่เธอกลัวมันจริง ๆ เธอเป็นคนไม่ชอบสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม โอนิกซ์รีบหันกลับไปมองเพื่อนตัวเองทันที เขารู้ว่าน้ำหนึ่งกลัวสัตว์แค่ไหน
"มึงโอเคไหม" แม้ว่าสัตว์เลี้ยงพวกนั้นจะอยู่ในกรงก็ตาม
"....." โอนิกซ์เริ่มใจไม่ดีเมื่อเพื่อนไม่ตอบอะไรกลับมา นอกจากยืนนิ่งตัวสั่นอยู่กับที่
"แม่งเอ้ย กูต้องพูดคำนี้อยู่กี่ครั้งวะ" ร่างสูงลนลานหามือถือในกระเป๋า มาต่อสายหามือปืนด้วยความเร่งรีบ
"ฉิบ! เสือกลืมไว้บนรถอีก"
ฟ่อ~ เสียงงูในกรงดังขึ้นตลอดเวลา โอนิกซ์มองน้ำหนึ่งที่อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา
"เดี๋ยวกูพาออกไป" เขาจับตัวน้ำหนึ่งไว้กำลังจะพาออกจากห้อง ทว่า…
โฮก!!! (เสียงสิงโตคำราม
สิงโตที่นอนนิ่ง อยู่ ๆ ก็ส่งเสียงร้องคำรามออกมาเสียงดังจนหญิงสาวทรุดลงไปนั่งกอดเข่าตัวเองพร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างคนสติหลุด
"กรี๊ดดดด!!"
ด้านมือปืน
โฮก!!
"กรี๊ดดดด!!"
ร่างสูงกำลังเดินไปบ้านของลูก ๆ เขาพร้อมกับ ฟาโรห์ หมาตัวโปรคก็ต้องชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของใครบางคน
"น้ำหนึ่ง!" เขารีบวิ่งไปทางต้นเสียงทันที
"ไม่ ไม่!!" เมื่อมาถึงก็พบหญิงสาวในสภาพนั่งกอดเขาร้องไห้เหมือนกลัวอะไรสักอย่างอยู่ที่พื้น
"ไอ้หนึ่ง มึงได้ยินกูไหม" โอนิกซ์พยายามเรียกสติเพื่อนคืนมา แต่ดูแล้วมันกลับไม่ได้ผล เธอเอาแต่กรีดร้องตัวสั่นไม่หยุด
"น้ำ น้ำหนึ่ง" มือปืนเรียกชื่อเธอเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมตอบ จนเขาทนไม่ไหว
"กูฝากหน่อย" เขาส่งเชือกฟาโรห์ให้กับโอนิกซ์ก่อนจะช้อนร่างบางวิ่งออกไปทันที โอนิกซ์ที่ทำอะไรไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าจะต้องตกใจกับอะไรก่อน ระหว่างเพื่อนเขากับฟาโรห์ที่จ้องหน้าเขาอยู่ ไม่พอยังมีงูกับสิงโตอีกสองตัว เวลาอยู่ข้างนอกเขาก็ดูเป็นผู้ชายร่างใหญ่น่าเกรงขามอยู่หรอก แต่พอมาอยู่ในนี้แล้วกลายเป็นผู้ชายร่างเล็กทันที
"หนึ่ง น้ำหนึ่ง"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบเรียกหญิงสาวที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียงเสียงนุ่ม เขานั่งทำงานอยู่ ได้ยินเสียงเธอละเมอเหมือนกำลังเจอกับอะไรสักอย่าง พอมาดูก็เห็นว่าเธอนอนน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างน่าสงสาร
"มะ ไม่เอา" มือบางยกขึ้นปัดป่ายบนอากาศ คนตัวโตรวบมือทั้งสองข้างเธอไว้พร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูเธอ
"ฉันอยู่นี่น้ำหนึ่ง" เขาพูดกับเธอน้ำเสียงอบอุ่น อ่อนโยน
เฮือกก!!
ทันทีที่ได้ยินเสียง ร่างบางที่นอนอยู่ก็สะดุ้งขึ้นอย่างแรง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าสวย เธอหอบหายใจเข้าออกเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา
"ฉันกลัว" เธอพูดขึ้นเสียงเบา พอหญิงสาวบอกมาแบบนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร
"ขอโทษ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว" ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่มีทางให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอเด็ดขาด วันนั้นเขาแค่ตั้งใจจะแกล้งเธอเท่านั้น เขาถึงได้รีบตามไปดูเพราะรู้ว่าเธอกลัวสัตว์แค่ไหน แต่ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ ทุกวันนี้เขายังรู้สึกผิดและนึกโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา เธอต้องมาฝั่งใจกับเรื่องบ้า ๆ จนเก็บไปฝันร้ายอยู่ทุกคืน
"นายใจร้าย" วันนั้นยอมรับว่าตัวเองโมโหที่หญิงสาวดื้อ ไม่ยอมฟังที่ตัวเองบอก ว่าจะลงโทษให้หายพยศสักหน่อยใครจะคิดว่ามันจะเป็นตราบาปติดตัวเขาจนถึงทุกวันนี้
"ก็เอาไปไว้ที่อื่นแล้วไง" พวกลูก ๆ ของเขาก็เคลื่อนย้ายไปไว้อีกหลัง อยู่ไกลจากหลังที่เขาอยู่พอสมควร น้ำหนึ่งกลัวถึงขั้นไม่มาเหยียบที่สนามเขาหลายเดือน มือปืนพยามเกลี่ยกล่อมเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเขาก็ต้องทำใจเอาลูก ๆ ไปไว้ที่บ้านเล็กท้ายสวนแทน เพราะถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ น้ำหนึ่งจะกลัวจนไม่มาหาเขาอีกเลย
" กี่โมงแล้ว" น้ำหนึ่งไม่อยากให้อีกคนคิดมากเรื่องนี้อีกจึงเปลี่ยนเรื่องคุย
"จะเย็นแล้วหิวไหม" น้ำเสียงนุ่มนวลที่เธอมักจะได้รับจากคนตัวสูงอยู่ทุกครั้ง น้ำหนึ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี
"เดี๋ยวสักพักพวกมันก็มา" ปากหนาบอก พวกมันที่เขาหมายถึงก็คือเพื่อนคนอื่น ๆ
"ชาบูไหม" เมนูโปรดเธอเอง
"อยากกินเหรอ" เขารู้ว่าหญิงสาวชอบพวกปิ้งย่างชาบูแค่ไหน ส่วนตัวเขาเองไม่เคยคิดอยากจะลองกินเลยสักครั้งกระทั่งมาเจอเธอ มันไม่ได้มีประโยช์นอะไรเลย ไม่รู้ว่าเธอชอบกินมันไปได้ยังไงมีแต่ไขมันล้วน ๆ
"จริงสิ นายไม่ชอบหนิ" ปกติเวลาไปกินที่ร้าน มือปืนไม่ได้กินด้วยสักครั้ง เขาแค่ไปนั่งเป็นเพื่อนเธอเท่านั้น พร้อมกับจ่ายเงินให้เธอ
"ถ้าอยากกินก็กินได้" ถึงจะไม่ชอบยังไง ถ้าคนตัวเล็กชอบเขาก็ไม่เคยขัด
"ไม่เอาอ่ะ เอาอะไรที่นายกินด้วยได้ดีกว่า"
"ชาบูนั้นแหละ เดี๋ยวให้คนไปซื้อมาให้ทำกินที่นี่เอา" อย่างน้อย ๆ ก็อยู่ใกล้เขา
" จริงนะ?" ต้องถามเพื่อความแน่ใจก่อน เผื่อว่าอีกคนจะเปลี่ยนใจ
"อือ" ไม่มีอะไรที่เธอขอแล้วเขาไม่ให้ ทุกอย่างเพื่อเธอเขายอมถวายหมด
"เย้! ขอบคุณครับผม" มือปืนมองคนตัวเล็กส่งยิ้มตาหยีมาให้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน เธอก็ยังคงเป็นเธอ ดื้อบ้าง ซนบ้าง บางครั้งพูดก็ไม่ฟัง ทั้งไหนจะความแปลกในตัวเธออีก เขาเลยจำเป็นต้องดุ ทุกคนคงจะงงว่าทำไมเขาถึงทำตัวเหมือนแฟนกับหญิงสาวขนาดนั้น เขาว่าเขาเองก็ชัดเจนมากพอนะ ตั้งแต่รู้ตัวว่าชอบคนตัวเล็กเขาก็ทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเขาคิดยังไงกับเธอ น้ำหนึ่งเองก็ไม่ได้โง่ เพียงแต่หญิงสาวยังกลัว ไม่กล้าที่จะเปิดใจให้กับเขา เขาก็ไม่อยากบังคับใคร รอเธอพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ยังไงเขาก็จะอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างเธอไม่ไปไหน
