บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ทำไมได้ก็เชิญ

พูดออกไปแล้วได้แต่ยืนมองป้ายนั้นตาปริบๆ ส่วนคนที่ถามก็ยืนมองเธออีกที และดูเหมือนว่าจะมองกันตั้งแต่หัวจรดเท้า

“สมัครงาน?”

“ค่ะ”

เข้าใจอยู่ว่างง เพราะสภาพของเธอตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนตั้งใจมาสมัครงานสักเท่าไหร่ มันเหมือนวิ่งหนีหมามามากกว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามมา”

เธอหลับตาปี๋ จังหวะเขาหมุนตัวเดินนำ พลางทำปากขมุบขมิบก่นด่าตัวเองที่ด่วนพูดออกไปอย่างนั้น กลายเป็นยิ่งทำให้เรื่องบานปลายยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่ ทว่ากลับเดินตามหลังเขาไปแต่โดยดี

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ก็ยังดีกว่าไปเจอพวกแม่งนั่น!

“เคยทำงานแบบนี้มารึเปล่า”

“คะ?”

ขณะเดินตาม คนข้างหน้าก็ชวนเธอคุยไปด้วย โดยไม่ได้หันมา หญิงสาวที่กำลังประหม่ากับบรรยากาศใหม่จึงไม่ได้ตั้งใจฟัง

“สงสัยจะไม่ เพราะยังเรียนอยู่”

ขอบคุณที่หาคำตอบเองนะ จะได้ไม่ต้องลำบากขยับปากหรือใช้สมอง บอกตามตรงตอนนี้เธอเองก็ไม่พร้อมเช่นเดียวกัน ขอประหม่ากับเหตุการณ์ใหม่ก่อน ที่พุ่งเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวราวกับถูกล็อคเป้า

“ใช่ค่ะ หนูยังเรียน”

“ถ้าอย่างนั้นนั่งรอตรงนี้ก่อน ขอไปถามเจ้แปป”

ร่างเล็กหันขวับ เธอไม่มีโอกาสได้ทักท้วง คนที่พูดก็เดินห่างออกไปแล้ว ปล่อยเธอทิ้งไว้กับจุดที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการมองอยู่ของสายตาพนักงานหลายสิบคน ทว่าความประหม่านั้นทำให้เธอแกล้งเป็นมองไม่เห็น แต่กวาดสายตามองหาเก้าอี้แทน เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้อยู่ไกลมาก จึงเดินเข้าไปนั่ง

ในตอนนั้นถึงได้มีเวลาตรวจตราสิ่งแวดล้อมรอบๆ เห็นบรรดาเด็กเสิร์ฟกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดเก้าอี้และเช็ดถูโต๊ะไม้ บ้างก็กำลังเรียงขวดแก้วบนชั้นวางเกิดเสียงกระทบกันเป็นจังหวะก๊อกแก๊ก ขณะที่บนเวทีเล็กๆมุมร้าน นักดนตรีสองสามคนกำลังก้มหน้าก้มตาจูนสายกีต้าร์และตั้งกลองชุด เสียงดีดโน้ตตัวแรกแบบสุ่มๆดังขึ้นสลับกับเสียงซาวด์เช็กไมค์ รู้เลยว่าค่ำคืนนี้จะต้องสนุกแน่ๆ

หญิงสาวเม้มปากแน่น ชะงักทันทีเมื่อเผลอไปสบตาเข้ากับหนึ่งในนั้น ที่เงยหน้าขึ้นก่อนจะพยักหน้ายิ้มบางๆเป็นการทักทายให้ เธอเลี่ยงไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆกลับคืนไป จากนั้นก็หันไปทางอื่น พรีมสูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึกหวังเพิ่มความมั่นใจ แต่จู่ๆกลับมีกลิ่นหอมปริศนาลอยมาปะทะจมูก กลิ่นนั้นหอมเย็นคล้ายกลิ่นเปลือกไม้ที่ผสมกลิ่นอำพัน บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้ใช้เป็นที่สุด ชวนให้เธอเคลิบเคลิ้มเผลอสูดลมหายใจเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะกวาดตามองหาเจ้าของ เห็นเป็นร่างสูงที่ก้าวออกมาจากมุมมืดตามหลังน้ำหอมของตัวเอง ที่นำมาก่อนแล้ว

เงาของเขาตัดกับแสงไฟวับแวม เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกทำให้เขาดูดีเป็นพิเศษ ระยะห่างไกลกันขนาดนี้ กลิ่นน้ำหอมมาถึงนี่ได้นั้นไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เขาอาบมาหรืออย่างไรกัน..แต่มันก็เหมาะกับเขาดี เหมาะกันมากๆเลย

พรีมไม่ทันเห็นหน้าเขา ร่างนั้นก็เดินผ่านหายเข้าไปในซอกทางเดินซะก่อน เป็นทางเดียวกันกับที่ผู้ชายคนเดิมเดินออกมาพอดี พวกเขาทักทายกันเล็กน้อยจังหวะที่เดินสวน แต่มองยังไงดูก็รู้ว่าคนที่สวมเสื้อดำนั้นมีอำนาจมากกว่า เนื่องจากคนที่เดินนำเธอเข้ามาในตอนแรก หยุดเดินและก้มหัวให้ จากนั้นก็ตรงมาหาเธอ

“น้อง”

แต่เหมือนไม่ได้อยู่ในสายตาเธอสักนิด ร่างสูงที่เห็นแค่แผ่นหลังและต้นคอขาวเนียน ดูก็รู้ว่าต้องหล่อมากนั่นต่างหากที่ฉุดรั้งสติกันไว้ คนตรงหน้าถึงกับต้องเรียกใหม่อีกรอบ

“น้อง”

“....”

“น้องครับ”

“คะ?”

“เหม่ออะไรอยู่ จะทำไหมเนี่ยงาน”

“ทำ.. ทำค่ะ...”

“งั้นก็ตามมา เจ้เรียกแล้ว จะสัมภาษณ์เลย พอดีคนขาดอยู่”

ร่างเล็กชะงัก ลากสายตากลับมามองคนตรงหน้าเต็มตา พลันขึงกว้างขึ้น

“ตะ ตอนนี้เลยเหรอ?”

“ใช่”

.

.

ประตูห้องทำงานส่วนตัวถูกเปิดออก เผยให้เห็นหญิงวัยกลางคน ในชุดเดรสสีแดงเพลิงผู้ทรงเสน่ห์ เธออยู่ในท่านั่งไขว่ห้าง ในมือคีบซิการ์กลิ่นวนิลา ที่มีควันมือสองเผื่อมาทางคนเดินผ่านประตู ผู้จัดการร้านผ่ายมือเชิญพรีมให้ก้าวเข้าไปในห้องอย่างสุภาพ ก่อนจะปิดประตูตามหลัง ทิ้งความวุ่นวายของผับเอาไว้ด้านนอก

“เธอเหรอที่บอกจะมาสมัครงาน”

ห้องนี้เงียบสงัดและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมราคาแพง

“ใช่ค่ะ”

สายตาคมกริบของปานวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

“สวยนะ แน่ใจเหรอว่าจะทำงานที่นี่”

พรีมเอียงคอ เปลือกตาหลุบลง เธอไม่เคยทำงานแบบนี้ นอกจากเรียน งานที่ทำให้เธอมีเงินก็คือรับจ้างทำรายงานให้เพื่อน และโรงเรียนอื่นๆ คล้ายกับเป็นการรับจ้างเงา ทำทุกอย่างแทนเจ้าของงานแต่ใช้สมองเธอ ส่วนงานอื่นไม่เคยได้ทำ เนื่องจากพัชรที่เป็นพี่ชายไม่อนุญาต

พรีมถูกตามตอแยอยู่บ่อยๆ เพราะความสวย ไม่ว่าจะประถม มัธยม หรือแม้แต่ปัจจุบัน...มหาลัย เธอก็ยังคงถูกตามตอแยและระรานอยู่ตลอด ด้วยผู้ชายที่ชอบ แต่เธอไม่เล่นด้วย สิ่งนี้เป็นชนวนเหตุให้พี่ชายของเธอต้องออกจากการเรียนกลางคันเพราะเหตุทะเลาะวิวาท เมื่อออกมาแล้วเขาก็ไม่คิดจะกลับไปอีก จึงเป็นฝ่ายเสียสละทำงานส่งเธอเรียนเอง ทว่างานของเขาค่อนข้างถูกเก็บเงียบ ไม่เคยบอกให้เธอรู้ ทุกครั้งที่ได้เงิน คือทุกครั้งที่เขากลับมาพร้อมกับบาดแผลมากมาย มาแปปๆแล้วก็หายไปอีก และแต่ละครั้งที่ไปมักใช้เวลาสองถึงสามวัน เธอจึงอยู่ห้องเช่าคนเดียวซะส่วนใหญ่ มีหน้าที่ตื่นขึ้นมา ไปเรียน ตั้งใจเรียน เพื่อที่จะจบมาช่วยเขาหาเงินอีกแรง ส่วนเรื่องครอบครัว ทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้า แม่เสียตอนคลอด ส่วนพ่อทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ โตมากับยายที่เพิ่งจะเสียไปเมื่อไม่นาน

มีครั้งนี้แหละ ที่เขาหายไปนาน แถมมีเจ้าหนี้มาวนเวียนด้วย

“ตอนนี้มีว่างอยู่ตำแหน่งเดียว ถ้าเธอโอเค พรุ่งนี้ก็เริ่มงานได้เลย”

“ตำแหน่งอะไรคะ”

“PR คอยเอนเตอร์เทรนลูกค้าที่โต๊ะ เงินดี ทิปหนัก แต่เสี่ยงถูกลวนลาม”

“ลวนลามเหรอคะ?”

“ใช่..” ปานวาดพยักหน้า เว้นจังหวะพ่นควันบุหรี่ “พวกผู้ชายที่เมาได้ที่ มือนิ่งซะที่ไหน ..อีกอย่าง ของมันคู่กัน ผับบาร์ เมา เคล้านารี คนที่มาที่นี่ก็ต้องเป็นคนที่รักสนุกด้วยกันทั้งนั้น เธอจะทำงานนี้เธอจะต้องรู้นะ..การรักนวลสงวนตัวน่ะมันดี แต่ถ้าเธอยืนอยู่ที่นี่ก็ต้องลดลงหน่อย เอาไหม ถ้าไม่..ก็เชิญ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel