บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 นาทีจนตรอก

ก่อนวันทำงานหนึ่งวัน

เป็นกิจวัตรประจำวันที่เธอจะต้องเดินเข้าซอย หลังขึ้นรถเมล์สายประจำมาลงได้แค่ปากทางเข้า จากตรงนี้ไปใช้เวลาราวสิบนาที แน่นอนว่าเธอชินกับมัน หลายวันมานี้ที่พี่ชายฝาแฝดไม่กลับห้อง หญิงสาวก็เลือกกินมื้อเย็นมาจากข้างนอก ส่วนมากซื้อแถวๆมหาลัย อะไรง่ายๆที่กินได้ระหว่างรอรถเมล์ เธอเอาหมด ไม่เลือกมาก ขอแค่หายหิว

กานต์พิชชา วรเวชต์โสภณ หรือ พรีม เดินทอดน่องมาเรื่อยๆ เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นถนนดังเป็นจังหวะ ตอนนั้นเธอไม่ได้ฟังมัน สิ่งที่ได้ยินคือเสียงที่อยู่ในหัว ยิ่งเข้าใกล้ตึกที่พักก็ยิ่งหวาดหวั่น ทั้งที่ตรงนั้นคือที่อยู่อาศัยของตัวเองแท้ๆ หากเจอพวกมันดักรออยู่ล่ะ เธอจะทำอย่างไร

หญิงสาวจินตนาการมาตลอดทางที่เดิน จนกระทั่ง..

กึก!

ฝีเท้าของเธอชะงัก จังหวะเดินอยู่เหลือบตาขึ้นไปเห็นรถคันหนึ่ง เป็นรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่มีคนคร่อมอยู่บนอาน ส่วนอีกคนยืนชะเง้อชะแง้มองเข้าไปยังห้องของเธอ ทั้งคู่สวมหมวกกันน็อคเต็มใบที่มองไม่เห็นหน้า แต่สรีระดูก็รู้ว่าเป็นผู้ชาย

ใช่แล้ว..นั่นคือเจ้าหนี้ของพี่ มันมาดักรอเธออีกแล้ว

“เวร....”

นาทีนั้น ราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่าง ท้องไส้บิดมวน ลมหายใจติดขัด เมื่อหนึ่งในนั้นมองตรงมาทางที่เธอยืนอยู่ สมองของเธอดับวูบชั่วขณะ ทั้งที่มันกำลังหรี่ตาเพ่งเล็งไม่ได้เห็นชัดเจนด้วยซ้ำ เนื่องจากว่าเธอกับมันไม่เคยเจอกันจะๆ ทว่านั่นทำให้เธอกลัวแทบบ้า จินตนาการอยู่ว่าหากมันจันได้ เธอจะเอาตัวรอดยังไง

หญิงสาวใช้จังหวะที่มันหันไปหาเพื่อน เดินถอยหลัง และหลบ เลี่ยงเข้าไปในซอยอื่น เป็นซอยที่ไม่เคยเข้ามาก่อน หากแต่มันปลอดภัยสำหรับเธอในตอนนี้

ฟึ่บ!

โชคดีที่มันไม่ทันได้เห็น ไม่อย่างนั้นคงขี่รถตามมาแล้ว สังเกตจากเสียงเครื่องยนต์ที่ยังเงียบงัน เมื่อหลุดพ้นจากสายตาของพวกมัน เธอจึงอาศัยโอกาสนั้นวิ่งทันที ระหว่างที่วิ่งก็ภาวนาไปด้วยว่า ขอให้ไปโผล่อีกซอยที่มีทางออกเป็นถนนใหญ่ เธอจะได้โบกรถไปลงที่บ้านเพื่อนสนิท วันนี้คงกลับห้องไม่ได้แล้ว

ในขณะเดียวกัน เธอก็ต่อสายหาเพื่อนไปด้วย ทว่าฝั่งนั้นกลับไม่รับ จากนั้นก็โทรหาพี่ชาย แน่นอนว่า..ไม่รับเหมือนกัน พรีมเบ้ปากจะร้องไห้ เหมือนเธอจะจบสิ้นแล้ว ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เธอมักอยู่ตามลำพังทุกที

“โอ๊ย.. จะทำไงดีเนี่ย”

สองเท้าพาร่างอันสั่นเทาก้าวลึกเข้ามาในซอย เป็นแยกที่ขนานกับห้องเช่าแบบไม่มีทางเลือก ตกใจกับทัศนียภาพที่ต่างกันราวหน้ามือเป็นหลังมือ แม้ซอยนี้จะอยู่ห่างกับที่พักของเธอแค่เพียงกำแพงกั้น ทว่าตรอกสายนี้กลับมืดมิด แคบขนาบด้วยตึกแถวสูงตั้งเรียงตระหง่าน และลึกชันราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

เธอไปอยู่ไหนมา ทำไมไม่เคยรู้ว่ามีอะไรแบบนี้

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แปลกเลยที่จะงง

พรีมเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ รู้สึกว่ายิ่งเดินก็เหมือนยิ่งไกล ยิ่งเข้าไปก็เหมือนยิ่งลึก เมื่อเทียบกับทางเดิมที่เธอเดินมาหลังลงจากรถเมล์ ทางนั้นใกล้กว่าเยอะ หากแต่ตอนนั้นไม่ปลอดภัยเธอจึงไม่ได้เลือก ขืนเดินกลับ พวกมันเกิดบ้าจี้กลับด้วย ยังไงก็ต้องเจอกัน

ซ่า...

ห๊ะ!

อยู่ดีๆฝนก็ตก

“ให้มันได้อย่างนี้..”

คราวนี้หญิงสาวร้องไห้จริง ดวงตาของเธอแดงก่ำ ที่ไม่ได้มาจากสายฝน แต่มาจากหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาคลอเบ้า พลางหยุดเดินเพื่อมองหาที่หลบ และเมื่อเห็นว่าตรงนั้นมีทั้งรถยนต์ ทั้งมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หลายสิบคัน แถมมีกันสาด เธอจึงเร่งฝีเท้าเดินไป

ระหว่างยืนรอให้ฝนหยุด พรีมกอดกระเป๋าแนบอกไว้แน่น ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ ในมือที่กำโทรศัพท์ไว้แน่นพลิกมองหน้าจอไปด้วย เผื่อว่าสองสายที่เธอโทรไปไม่ได้รับจะมีใครคนใดคนหนึ่งโทรกลับมา แต่เปล่าเลยมีแต่เวลาดิจิตอลที่บอกว่ากำลังจะสองทุ่มก่อนจะดับไป

“เออ...”

หญิงสาวจิ้ปากอย่างหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าแบตโทรศัพท์ดันหมด

เมื่อไม่มีอะไรทำ จะเดินต่อก็ไม่ได้ จะโทรหาใครก็ไม่ได้ เธอจึงทิ้งแผ่นหลังพิงกำแพงด้วยความสิ้นหวัง พร้อมสะอื้นไห้ ผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งเสียงเบสหนักๆดังขึ้น สั่นสะเทือนกำแพงถึงได้เรียกสติคืนมา ไล่ความเหนื่อยล้าและกวาดตามองไปทั่ว มาชะงักอีกทีก็ตอนเห็นแสงไฟนีออน ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มี กำลังส่องแสงสีม่วงกะพริบวิบวับอยู่เหนือหัว อีกสิ่งที่ทำให้เธอตระหนักได้ว่าที่ที่เธอหลบฝนอยู่เป็นพื้นที่ของผับก็คือกลิ่นระเหยของแอลกอฮอล์

และก่อนหน้านี้ที่ไม่เห็นว่ามีไฟ เพราะมันยังไม่เปิดไง!

อ่าฮะ..

ความตื่นตระหนกยังไม่ทันจางหาย เสียงหัวเราะทุ่มต่ำของชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งดังขึ้นมา เธอหันไปมองก็เห็นพวกเขากำลังเดินออกมาจากประตูเหล็ก ก่อนจะหยุดยืนจับกลุ่มกันสูบบุหรี่ พรีมยืนตัวแข็งทื่อ จังหวะนั้นเธอกลัวมาก ไม่ใช่เพราะควันบุหรี่ แต่กลัวพวกเขาจะหันมาเห็น ซึ่งแน่นอนว่าโชคไม่เคยเข้าข้างคนอย่างเธอ

“น้อง มายืนทำอะไร”

ถึงพระเจ้าจะไม่แกล้งให้คนกลุ่มนั้นหันมา แต่ก็ส่งคนอื่นมาอยู่ดี ที่เดินมาจากทางไหน และตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้อีกทีมายืนกอดอกอยู่ข้างๆกันแล้ว

ท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำตกและแรงกดดันมหาศาล เธอผู้ที่ไม่มีทางเลือกตั้งแต่แรก กลัวทั้งฝน กลัวทั้งคน แล้วแบตก็หมด เหลือบไปเห็นป้ายฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นหนึ่งติดอยู่บนกำแพง สูงกว่าหัวเขาพอดี เธอจึง..

“หนู...มาสมัครงานค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel