บท
ตั้งค่า

บทที่ 29 อะไรที่เต็มใจให้ไม่อยากได้คืน

พรีมเดินทอดน่องเข้ามาตามตรอกถนนเรื่อยๆ เป็นซอยคุ้นเคยที่เธอใช้เป็นประจำ ขณะนั้นแสงแดดกำลังจะหมดลง และเธอที่ยังเดินไปไม่ถึงไหนจึงจำต้องเร่งฝีเท้า แต่เหมือนว่าถนนเส้นนั้นไม่ได้มีเธอเดินอยู่คนเดียว ข้างหลังเหมือนมีเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งที่เดินตามเธอมา เสียงเดินย่ำพื้นคอนกรีตที่ดังคร่อมจังหวะ จนเธอต้องหันไปมองด้วยความสงสัย

ขวับ!

ก่อนจะชะงัก เกือบสะดุดขาตัวเองล้มก็ตอนเห็นว่าเป็นเขา...หนุ่มวิศวะกำลังเดินชิลล์ตามมา บ่าข้างหนึ่งของเขามีเป้ ส่วนมือทั้งสองข้างล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง

หากแต่การก้าวเดินที่ตามหลังกันมาไม่ได้ใกล้ถึงขนาดที่เธอจะขยับปากคุยด้วยได้ เขาอยู่ไกลราว 20 เมตร เธอเลยต้องหันกลับมาทำเป็นไม่สนใจ แล้วเดินต่อ คิดว่าพอถึงทางแยก อาจจะไปคนละทาง และคิดว่าบ้านของเขาคงจะอยู่แถวนี้ เพียงแต่แปลกใจตรงที่ว่าเธอไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน ตลอดเวลาที่อยู่แถวนี้ เวลาประมาณนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่เดิน กับบางวันที่อาจจะมีเพิ่มขึ้นมาบ้าง ทว่าเธอก็จำพวกเขาเหล่านั้นได้ทั้งหมด มีแต่คนนี้แหละที่ยังแปลกหน้ากับเธออยู่

เธอเดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงทางแยกที่จะต้องข้ามฟากและเดินเข้าซอย หญิงสาวที่คิดว่าจะไม่มีใครตามมาแล้ว เพื่อความมั่นใจเลยหันไปมอง ปรากฏว่าเขาคนนั้นยังคงเดินตามมาอีก แถมจังหวะที่เธอหันไปเขากำลังเดินเลี้ยวเข้ามา แล้วเลิกคิ้วสูงให้กันด้วย

อย่าบอกนะว่าตามเธอจริงๆ

ร่างเล็กหวาดระแวง คราวนี้เธอเดินเร็วขึ้นกว่าเก่า สลับกับการหันมองเขาเป็นระยะๆ ที่จากเลิกคิ้วในตอนแรก เหมือนจะเริ่มขมวดคิ้วและชักสีหน้ารำคาญบ้างแล้ว ที่เธอเอาแต่หันมอง ทันทีที่หญิงสาวเห็นท่าไม่ดี เขายังเดินตามมาไม่หยุด เธอจึงเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งแทน

วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตจนกระทั่ง...มาถึงผับ

หญิงสาวเลือกที่จะขัดคำสั่งใช้ประตูข้างหลังผับ เนื่องจากมันใกล้กว่า

แต่แล้ว..

พลั่ก!

กลับชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง แน่นอนว่าแรงกระแทกนั้นเป็นเธอที่กระเด็นซะเอง ส่วนเขาแทบไม่สะเทือนสักนิด พอเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นนอร์ธถึงกับอ้าปากค้าง

“ขะ ขอโทษค่ะ”

ร่างสูงที่กำลังยืนสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์พอถูกเธอชนเข้าจึงมีท่าทางที่หงุดหงิด เขาก้มลงมองเธอก่อนจะหรี่ตาไปยังพื้นปูนซีเมนท์ ที่กลายเป็นภาชนะรองบุหรี่ไปแล้ว เนื่องจากมันหลุดมือเขา

“ทำไมต้องวิ่ง หนีอะไรมาอีกล่ะ”

นอร์ธถามเสียงห้วน พร้อมใช้ปลายเท้าขยี้ตรงปลายซึ่งยังมีไฟให้ดับมอด ก่อนจะหยิบมวนใหม่ขึ้นมาคาบแทน

“ไม่มีอะไรค่ะ ขอโทษอีกครั้ง และขอตัวนะคะ”

ร่างเล็กที่มีความหวาดระแวงมาก่อนหน้า พอเจอเหตุการณ์นี้เข้าก็ยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่ เธอบอกเขาลิ้นพัน ทำท่าจะเดินอแผ่านแต่กลับถูกเขาฉวยแขนแล้วดึงกลับมา

“เดี๋ยว.. เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าผ่านทางนี้”

ลมหายใจของเธอติดขัด พลางก้มหน้างุด

“หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ”

จำได้ว่าเขาเคยบอกที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา เธอเลยเข้าใจว่าเขาคงกำลังไม่พอใจเอามากๆ ถึงได้ใช้เสียงห้วนกับเธอขนาดนั้น เธอหน้าเสียไม่กล้าแม้จะเงยขึ้น แต่ก็เลือกที่จะพูดความจริงออกมา ทว่า..

ครืด..ครืด..

แค่กำลังจะ ไม่ทันได้พูด โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ขัดจังหวะกลางคันเสียก่อน น่าแปลกที่เขาเลือกคาบบุหรี่ด้วยปากเอาไว้ แทนที่จะปล่อยมือเธอแล้วไปกดรับโทรศัพท์ ทำราวกับเธอจะหนี นี่เขาต้องการจะคาดโทษกันขนาดนั้นเลยเหรอ? ก็แค่เผลอใช้พื้นที่เอง เจตนาต้องการจะหนีให้พ้นความหวาดแวงเพื่อขึ้นห้อง ไม่คิดว่าจะหนีเสือมาปะเสือ...แถมเป็นเสือที่เขี้ยวโค้งกว่า

“ฮัลโหล..”

พรีมเม้มปากแน่น นาทีนั้นเธอไม่อยากยืนฟังเขาเลย หากแต่หูมันไปได้ยินเอง ถึงได้เบือนหน้าไปทางอื่น มือบางบีบเข้าหากันจนชาไปหมด ไม่รู้ว่าตอนนั้นร่างสูงเองก็แทบไม่ได้ละสายตาไปจากเธอเลย เขาจ้องมองตั้งแต่ที่ฉวยแขนเธอกลับมา และตอนนี้จุดที่เขาโฟกัสคือกลางศีรษะทุยเล็กนั้น มีเพียงริมฝีปากของเขาที่ขยับ สนทนากับคนในสายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ถึงแล้วเหรอ?...อืม เดี๋ยวเฮียไป เจอเคหรือยัง..อ่าฮะ บอกให้มันเปิดห้องวีไอพีรอเลย”

ทั้งที่น้ำเสียงทุ้มสุขุม แต่สายตาที่มองเธอของเขาในตอนนี้กลับย้อนแย้ง พรีมไม่รู้ว่าเขานั้นวางสายไปนานแล้ว นึกว่ายังคุยอยู่จึงไม่ได้หันกลับมาข้อนตาขึ้นตอบคำถามของเขา จนรอบตัวเงียบผิดปกตินั่นแหละ ถึงจะได้สติ เงยหน้าและพบว่าเขากำลังมองอยู่ ทันทีที่สบตาเข้ากับสายตาคู่นั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป ดวงตาคู่สวยกวาดตามองไปทั่วหน้าของเขา ได้โอกาสสังเกตเครื่องหน้าอย่างเผลอไผล สำรวจว่าเขามีตรงไหนบกพร่องบ้าง ทว่าดูแล้วดูเล่าหลายรอบไม่เห็นมีอะไรเลย แม้แต่รอยบีบสิวก็ไม่มี

นี่เขาใช้ครีมอะไร?

ดูแลผิวพรรณแบบไหน ทำไมถึงได้ดูสะอาดสะอ้านแบบนี้

“เอ่อ...คือ..พรีม” เธอมาเริ่มรู้สึกตัวก็ตอนเจ็บแขน เจ็บตำแหน่งที่เขาบีบอยู่ “จะไม่มาแล้วค่ะ ปล่อยก่อนได้ไหมคะ”

ดวงตาคมกริบลากมายังแขนเรียว เมื่อเห็นว่าตัวเองบีบแน่นจริงๆอย่างลืมตัวก็ตกใจ ยอมปล่อยและถอยห่างแต่โดยดี จากนั้นก็เก็บบุหรี่ที่คาบ หมุนตัวเดินออกไปอย่างลังเล หากแต่ว่าคราวนี้เป็นเธอเองที่ยื้อไว้ หลังนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ” ร่างสูงที่กำลังเดินไปชะงักกึก ยืนนิ่งอยู่ในท่ายืนหันหลัง เพื่อรอฟังที่เธอพูด “คือเรื่องเงินน่ะค่ะ หนูรู้สึกว่าที่คุณให้มามันมากเกินไป”

“เอาไปเถอะ..”

“คะ?”

“เอาไปใช้หนี้”

“แต่ว่า..”

“อะไรที่ฉันเต็มใจให้ ไม่ชอบเอาคืน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel