บท
ตั้งค่า

บทที่ 28 เรื่องกระทบใจ

เพราะหล่อนเขาถึงได้ออกจากมหาลัย เพราะหล่อนเป็นนางนกต่อให้เขาออกไปช่วยตัวเองในคืนนั้น จนมีเรื่องกับคู่อริ

พรีมสูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึก พร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น เธอพยายามยืนนิ่งๆ ท่องคาถาอำพรางตัว หวังไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็น แต่ว่านั้นมันเกิดขึ้นแค่ในจินตนาการ เมื่อร่างเล็กเดินเร็วตรงมาทางนี้แล้ว

“แล้วพี่ล่ะมาทำอะไรที่นี่”

ตาต้าพูดน้ำเสียงปกติ เสมือนรุ่นน้องที่ทักทายรุ่นพี่ เธอเห็นว่านีน่าชำเลืองมาทางพรีมเล็กน้อย ถึงได้ขยับเข้าไปยืนใกล้เพื่อนหวังปกป้อง หากมองเผินๆเหมือนจะยืนบังไว้นิดๆ

“พี่เหรอ? มาหาแฟนน่ะ แฟนพี่เรียนวิศวะ”

“อ๋อ...”

ตาต้าลากเสียงยาว พรีมรู้ดีในใจตอนนั้นของตาต้าคิดอะไร เพียงแต่เลือกที่จะไม่ถาม ตาต้าคงกำลังตั้งคำถามว่า เปลี่ยนแฟนอีกแล้วเหรอ..?

“แล้วพวกหนู?”

“มาซื้อชาไข่มุกค่ะ ร้านอื่นมันไม่อร่อยเท่าตึกวิศวะ”

ไม่พูดเปล่าเธอเขย่าน้ำแข็งที่อยู่ในแก้วให้ดูด้วย เมื่อนีน่าเห็นจึงพยักหน้าให้

“ใช่ที่นี่พี่ก็ว่าอร่อยสุด ว่าแต่เราน่ะอย่าลืมไปงานวันเกิดพี่นะ”

“อ๋อ..เรื่องนั้น ไม่ลืมค่ะ เตรียมของขวัญให้พี่แล้ว ว่าแต่ปีนี้พี่จัดที่ไหนเหรอ”

“น่ารักที่สุด..อืม ไม่แน่ใจกำลังถามแฟน แต่เห็นแฟนว่าจะจัดที่ผับที่เพื่อนเขาเป็นผู้จัดการน่ะ ไว้ชัวร์แล้วจะ DM บอกนะ”

“อ่า ได้ค่ะ”

“โอเค ถ้างั้นพี่ไปก่อนนะ แฟนลงมาพอดี”

ประโยคนั้นของนีน่าทำให้ตาต้าเผลอหันไปมองตาม ก็เห็นว่านักศึกษาในคราบเสื้อช็อปเดินออกมาจากตึกกันเต็ม หนึ่งในนั้นก็คือพรีมด้วย ที่เผลอหันไปมองโดยไม่รู้ตัว หากแต่เธอไม่ได้มองแฟนนีน่า แต่เธอมองไปยังนักศึกษาทุกคนแล้วนึกพี่ชาย หากว่าเขาไม่หมดสภาพจากการเป็นนักศึกษา ป่านนี้เธออาจจะได้เห็นภาพนี้บ่อยๆ เพราะถ้าเขายังเรียนอยู่ เธอจะต้องมารอเขากลับบ้านพร้อมกัน

ตาต้าที่สังเกตเห็นแววตากึ่งเศร้าของเพื่อน เธอเลือกที่จะทำลายสิ่งนั้น หันกลับไปโบกมือให้กับนีน่าที่ยืนยิ้มกรุ้มกริ่มแฝงเลศนัยอยู่ที่เดิม เพื่อให้หล่อนเดินออกไปได้แล้ว

“ไว้เจอกันค่ะพี่นีน่า”

เพียงแต่ตาต้าไม่คิดว่า พอร่างเล็กของรุ่นพี่เดินออกไปได้สักพัก จะหมุนตัวกลับมาตะโกนบางอย่างอีก ที่ทำให้พรีมหันขวับไปมอง

“ถ้าให้ดีก็ชวนเพื่อน ชวนพี่ชายของเพื่อนมาด้วยน้า”

“.........”

แน่นอนว่าตาต้ายิ้มเจื่อน ก่อนความเงียบจะโรยตัวลงมา เธอยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักนึงก่อนจะหันมองพรีม แล้วสลับกับอีกคน ตอนนั้นแอบกลืนน้ำลายลงคอด้วย กลัวว่าจะเกิดเรื่องทว่า..

“อีดอก..”

เห็นเพื่อนสบถออกมาเพียงแค่นั้นแล้วไม่ใส่ใจอีก เธอจึงโล่งใจไม่น้อย ก่อนยิ้มกว้างพลางเข้ามาคล้องแขนพรีม ออกแรงดึงให้เดินกลับไปยังคณะของตัวเองเพื่อรอเรียนคาบถัดไป

“สาบานเลยว่า ฉันจะเลิกกินชาไข่มุก”

ตาต้ายื่นหน้ากระซิบ ในขณะที่พรีมหันหน้ามามอง เธอเบ้หน้าแสร้งจะร้องไห้ เป็นท่าทางน่ารักๆที่เธอมักทำเป็นประจำ ยามถูกทำร้ายจิตใจ

“งื้อ...จริงเหรอ”

“จริ๊ง! เลิกเลย และจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก”

“ฮ่าๆๆ”

จากนั้นทั้งคู่ก็พากันหัวเราะร่วน กอดเดินไปยังตึกนิเทศฯ

.

.

เลิกเรียน

พรีมขึ้นรถเมล์สายเดิม เนื่องจากคาบสุดท้ายอาจารย์ปล่อยตรงเวลา และอาจจะเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์รถเมล์จึงอัดแน่นไปด้วยผู้โดยสาร เธอถึงจะเป็นสตรีทว่ายังแข็งแรงจึงจำเป็นต้องยืน

“หนู เมื่อยไหมลูก มานั่งตักป้าก็ได้มา”

ป้าคนหนึ่งหวังดีกับเธอสะกิดตรงแขน อาสาเอาตัวเองเป็นเก้าอี้ แต่พรีมกลับปฏิเสธ ส่งยิ้มพร้อมส่ายหน้ากลับไป

“ไม่เป็นไรค่ะป้า อีกสองป้ายหนูก็ถึงแล้ว”

เธอบอกน้ำเสียงนุ่มละมุน นาทีนี้ไม่กล้าเลยที่จะเงยหน้าสบตาใคร ทำได้เพียงมองออกไปนอกกระจก เพราะพอไม่ได้นั่งความตื้นเขินนั้นถามหา และดึงหูฟังขึ้นมาเสียบ เปิดเพลงที่ชอบดังๆเพื่อคั่นเวลา ในขณะมือบางข้างหนึ่งนั้นจับเหล็กเอาไว้แน่น ถึงนานๆทีจะได้ยืน แต่บอกเลยสกิลการยืนของเธอเทียบเท่ากับพนักงานออฟฟิศเชียวนะ

จนกระทั่ง ใกล้จะถึงป้ายรองจากสุดปลายทางที่เธอจะลง จู่ๆรถก็เบรกกะทันหัน..

เอี๊ยด!

เธอที่ฟังเพลงเพลินด้วยน้ำหนักการยืนสบายๆ หัวคะมำไปข้างหน้า

“ว้าย!”

ปั๊ก!

ชนเข้ากับใครบางคน กว่าหญิงสาวจะเงยหน้าขึ้นมาได้เปลือกตาปิดอยู่พัก

“โทษทีครับ! รถส้นตีนมันตัดหน้า!”

เสียงคนขับตะโกนมา ก่อนจะเข้าเกียร์แล้วเร่งความเร็วราวกับไม่มีอะไร ส่วนเธอนั้น..

“จะยืนพิงอีกนานปะ”

เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ใกล้หน้า ที่มาพร้อมกับเสียงบีบแตรสะเทือนถนนเพราะคนขับรถเมล์คันนี้ก็ไม่ยอม โชคดีที่จบแค่นั้นไม่ได้บานปลายตามกันไปจนมีเรื่อง หญิงสาวค่อยๆลืมตาภาพที่เห็นวินาทีแรกคือหัวเข็มขัดมหาลัยเดียวกันกับเธอ ต่อมาคือเสื้อยืดสีดำที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อช็อป พอเงยหน้าขึ้นก็พบกับจี้เกียร์วิศวะ และ..

“เสร็จแล้วก็ออกไปดิ”

“อุย ขอโทษค่ะ”

กว่าเห็นลูกกระเดือกกับใบหน้าของเขา กลายเป็นเขาต้องพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงทุ้มห้วนกว่าเดิม แกมกำลังรำคาญเธอ ร่างเล็กรีบขอโทษขอโพย หลังพบว่าตัวเองนั้นยืนพิงเขาอยู่จริงๆ แถมทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปที่เขา ส่วนเขาพยายามฝืนตัวเองไม่ให้แผ่นหลังไปชนกับคนอื่นที่อัดแน่นประหนึ่งปลากระป๋อง

“อืม”

พอเขาตอบกลับมาสั้นๆแค่นั้น พรีมก็เงยหน้าขึ้นกะจะส่งยิ้มให้ ทว่าเจอดวงตาคมกริบเข้าไปรอยยิ้มที่กำลังจะหวานกลายเป็นขมแทน เธอถอยหลังออกจากตัวเขาครึ่งก้าว เพื่อเว้นระยะห่าง แต่ทว่า..

เอี๊ยด!

พลั่ก!

“........”

“ไอ้เหี้ย! ขยันตัดหน้ากันจริง! รีบไปหาพ่อมึงเหรอ!”

รถคันเดิมเบรกกะทันหันอีกรอบ คราวนี้ร่างเล็กถลาไปทั้งตัว คนที่ยืนเป็นที่เธอในทีแรกจึงได้ทำหน้าที่นี้อีกครั้ง

หมับ!

เขาตรึงเอวคอดกิ่วของเธอไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะเอามือออกห่างภายหลังแต่ก็ยังไม่ดึงออกมาทั้งหมด รอให้เธอนั้นทรงตัวให้ได้ซะก่อน จึงจะเป็นฝ่ายถอยออกมาเอง

“ขะ ขอโทษอีกครั้งนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

พรีมเม้มปากแน่น คราวนี้เธอเปลี่ยนที่จับของเหล็กเลื่อนต่ำลงมาให้ถนัดมืออีกหน่อย พลางกำไว้แน่น ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจของเขา

“เธอลงป้ายไหน”

พลันต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจู่ๆเขาถามเธอ

“ป้ายที่จะถึงเนี่ยล่ะ”

พอได้คำตอบแทนที่เขาจะพูดอะไรต่อ กลับเบือนหน้าออกไปนอกกระจก เธอที่คลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตรพร้อมกับคำตอบก่อนหน้าได้แต่ยิ้มเจื่อน ก่อนจะก้มหน้าลงดังเดิม

แต่แล้ว..

ออด...

จู่ๆ กริ่งตรงหัวเธอถูกแขนแกร่งเอื้อมผ่านหน้าเข้ามากด แทนที่จะเป็นเธอทั้งที่เตรียมตัวเอาไว้แล้ว พรีมเงยหน้ามองเขาทันทีด้วยความแปลกใจ ก่อนจะมองออกไปข้างนอกกระจกและพบว่าอีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงป้ายของเธอ หญิงสาวที่ไม่อยากให้คนขับบ่นเพราะต้องจอดหลายรอบทั้งที่มันอยู่ห่างกันไม่ไกลจึงจำต้องลงตรงนี้ ทว่า..

กว่ารถจะตบไฟเลี้ยว ชะลอและจอด กลายเป็นว่าพอดีกับป้ายของเธอ

นี่เขากะระยะเหรอ ปกติมันต้องจอดถัดไป เลยป้ายตลอด ลำบากต้องเดินย้อนกลับมาอีก

หญิงสาวลากสายตามามองเขาอีกครั้งอย่างทึ่ง ส่วนเขากระชับสายกระเป๋าเป้เดินลงจากรถไปไม่ได้มองกลับมา ทั้งที่รถคนแน่นขนัดแต่เขากลับเดินชิลล์ๆราวกับไม่มีอะไรขวาง ในขณะที่เธอ..

“ขอทางหน่อยค่ะ...ขอโทษนะคะ..”

กว่าจะลงมาได้เล่นเอาเกือบขาดใจตาย และพอลงมาได้ก็ไม่พบเขาแล้ว หลงเหลือเพียงกลิ่นจางๆจากน้ำหอมราคาแพงที่ฟุ้งกระจายอยู่กลางอากาศ

“คนอะไรอะ..เท่มาก”

พรีมหลุดยิ้มบางๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปตามทางของเธอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel