บทที่ 30 นาทีตื่นเต้น
“อะไรที่ฉันเต็มใจให้ ไม่ชอบเอาคืน”
เขาไม่ปล่อยให้เธอได้ทำสำเร็จ นอร์ธตัดบทด้วยการเอ่ยประโยคนั้นแล้วเดินต่อ ร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังทำได้แค่มองตามจนร่างนั้นหายลับเข้าไปในมุมมืด ก่อนจะถอนหายใจพรืด
สำหรับเธอห้าหมื่นมันมากเกินไป แต่เขากลับใช้คำว่าเต็มใจให้เฉยเลย
“เพราะอะไรกันนะ..”
.
นอร์ธเดินออกจากจุดนั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เขาไม่คิดเลยว่าความคิดที่เผลอแวบไปคิดจะส่งผลเร็วขนาดนี้ เพียงแค่ยืนเหม่อดูดบุหรี่แล้วนึกถึงเธอ คนที่เขานึกถึงก็โผล่เข้ามาในทันที แม้จะด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก แต่นั่นก็ทำให้ใจของเขาเต้นแรงไม่น้อย แต่กลับเลือกที่จะฝืนเอาไว้และกลบเกลื่อนด้วยการทำเป็นนิ่ง แถมแอบหงุดหงิดเล็กน้อยที่จู่ๆ น้องชายของเพื่อนสนิทนั้นโทรเข้ามาขัดจังหวะ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้อยู่กับเธอนานกว่านี้ ได้กวนประสาท ได้เห็นสีหน้าที่จ๋อยตอนโดนเขาดุ ...มันดูตลกดี
ร่างสูงเดินเข้ามาข้างใน แต่ก็ยังคงพะวงข้างหลัง การก้าวช้าๆของเขาเป็นการรอเธอที่กำลังเดินมา ไม่ได้ทิ้งช่วงห่างให้ออกนอกสายตาซะทีเดียว จนกระทั่ง...ถึงห้อง VIP
ร่างสูงผลักประตูเข้าไป ทันทีที่เห็นคนอายุน้อยกว่าในคราบเสื้อช็อปสีหน้าที่อมยิ้มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ไงมึง รอนานไหม”
ร่างสูงบนโซฟาหรูละสายตาจากโทรศัพท์ที่กำลังพิมพ์อยู่ขึ้นมา เขาหลุบตากลับไปพิมพ์อีกสองสามครั้งก่อนจะยัดใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม เป็นการปิดโหมดการเล่นชั่วคราว เพื่อที่จะคุยกับคนที่มาใหม่ซึ่งสำคัญกว่า
“เฮียนอร์ธสวัสดีครับ”
เขายกมือไหว้ด้วยสีหน้าท่าทางที่นอบน้อม
“พี่มึงบอกกูแล้ว คิดยังไงถึงจะมาฝึกงานที่นี่”
ร่างสูงเดินเข้าไปนั่ง ก่อนจะหยิบขวดวิสกี้บนโต๊ะขึ้นมาเทใส่แก้วด้วยตัวเอง
“ผมไม่ชอบทำงานกับคนที่ไม่รู้จักน่ะครับ”
คำตอบที่มาพร้อมกับการยกแก้วขึ้นกระดกทำให้มือนั้นชะงักกึกนิดหน่อย ก่อนจะดื่มรวดเดียวหมดแล้ววางลง
“ต่อไปมึงก็ต้องเจอคนอีกมากมาย มึงไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนะไอ้เหี้ย”
“ผมรู้ครับ แต่ไหนๆผมเลือกได้ก็เลยลองเลือกสักหน่อย”
“ก็เลยเลือกผับกู?”
“ครับ”
นอร์ธมองหน้าฌานทันทีที่เขาตอบ ก่อนจะหัวเราะลั่น ใช้นิ้วชี้หน้าทั้งที่ยังถือแก้วอยู่
“ไอ้เชี่ย.. มึงนี่เหมือนพี่มึงจริงๆ”
นอร์ธเอ่ยก่อนจะหันไปมองเด็ก เมื่อเห็นใครคนหนึ่งเดินผ่านจึงใช้จังหวะนั้นกวักมือ จากนั้นก็หันไปถามน้องชายเพื่อนสนิท
“มึง..เอาเด็กไหม”
“ครับ?”
“ทำเป็นไร้เดียงสา ไหนๆก็มาทั้งทีคืนนี้กูจะเลี้ยงมึงให้เต็มที่ละกัน ถือว่ารับขวัญก่อนใช้งานหนัก”
ฌานหัวเราะเสียงเบา พลางส่ายหน้า
“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ถนัดเรื่องนี้”
“จะดื่มอย่างเดียว?”
“ครับ ได้ไหมครับ”
“ได้ กูไม่บังคับ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ก็เต็มที่ละกัน เดี๋ยวกูจะเปิดห้องให้ ไม่ต้องกลับแล้ว..หรือว่าจะให้พี่มึงมา”
เขาหมายถึงฌอนพี่ชายของฌานซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา หากแต่คู่นี้เป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยถูกชะตากันสักเท่าไหร่ ฌานจึงส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน และนั่นทำให้นอร์ธหัวเราะลั่น
“ถ้างั้น..คืนนี้ก็มีแค่ มึงกับกู”
ฌานยิ้มให้กับความใจกว้างของว่าที่เจ้านาย ก่อนจะหยิบแก้วของตัวเองขึ้นมาชนแล้วกระดกดื่ม จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งคุยกันปกติ ส่วนมากแล้วคือเรื่องทั่วไป และประสบการณ์สมัยเรียนของนอร์ธ
.
.
ด้านของพรีม
หลังจากที่กลับมาถึงห้องเธอก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวลงไปทำงานตามปกติ จังหวะที่นั่งอยู่หน้ากระจกเพื่อแต่งหน้า ช่วงเวลาสั้นๆที่สมองว่าง เธอก็แวบไปคิดถึงคำพูดของนอร์ธ กับเงินก้อนใหญ่ที่เขาให้ คำถามหนึ่งยังคงคาใจ เพราะอะไรกันเขาถึงให้มามากมาย
จะมาเป็นบุญคุณกันใช่ไหม?
เมื่อคิดไปคิดมา แล้วเหลือบไปมองเวลาบนจอโทรศัพท์ พบว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ถึงจะได้สติขึ้นมา หญิงสาวถอนหายใจพรืดหยิบแปรงขึ้นมาปัดแก้ม
“ช่างปะไรสิ อยากให้เอง ดีเหมือนกันจะได้ใช้หนี้”
หลังจากแต่งแบบบางเบาเสร็จ เธอก็เดินมาเลือกชุด จู่ๆ ก็อยากใส่ชุดสีขาวขึ้นมาทั้งที่มันไม่ค่อยจะเหมาะกับเธอสักเท่าไหร่ หญิงสาวชอบสีเหลืองมากกว่า แต่จะให้ใส่สีเหลืองไปทำงานก็ดูไม่เข้ากัน เธออยากให้สีเหลืองที่สดใสปานดอกทานตะวันของเธอ อยู่คู่กับท้องฟ้าและทุ่งหญ้าที่เขียวขจีมากกว่า
“แต่ดูๆไปก็สวยไปอีกแบบ”
หญิงสาวจัดทรงผมยาวลอนของตัวเองอยู่ตรงหน้ากระจกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกไปจากห้องตรงมาที่ลิฟต์ ลงจากลิฟต์มาได้ไม่นาน ก็เจอกับผู้จัดการผับ หญิงสาวหย่อนหัวคิ้วทันทีที่เห็นเขาเดินตรงเข้ามาหาเธอ ท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความรีบ
“พรีม...โอ้ยน้องรัก มาพอดีเลย”
“คะพี่เค มีอะไรเหรอคะ ดูร้อนรนแปลกๆ”
“โอย หัวติดไฟได้ก็คงติดแล้วเหอะ.. เจอหนูก็ดี พี่มีเรื่องให้ช่วยหน่อย”
“มีอะไรเหรอคะ”
เมื่อเห็นเคทำหน้าจริงจัง และดูหุนหันพลันแล่นพิลึก เธอจึงเปลี่ยนสีหน้าตั้งใจฟัง แน่นอนว่าเมื่อได้ยินประโยคถ่ายทอดคำสั่ง หญิงสาวถึงกับเข่าอ่อน
“วันนี้มีแขกวีไอพีมานั่งกับเฮียนอร์ธ พี่ฝากพรีมไปดูแลแทนน้ำหวานหน่อยได้ไหม...มันถูกไล่ออกอะ เด็กก็ไม่พอ วันนี้วันศุกร์คนเยอะ”
