บทที่ 27 แฟนเก่าพี่ชาย
ในขณะที่พรีมตาค้าง เขากลับเลิกคิ้ว มองคนตรงหน้าด้วยท่าทางที่ขบขัน หญิงสาวปิดตาปี๋และร้องลั่น จนเขาที่จงใจจะแกล้งในทีแรกกลับเป็นฝ่ายถอนหายใจซะเอง
“มีกางเกงอยู่ ยัยบื้อ”
เสียงของเขาทำให้เธอชะงัก ค่อยๆลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความเงียบและพบว่าเขาสวมกางเกงขาสั้นอยู่ข้างในจริงๆ
ทำไมเขาร้ายอย่างนี้ แกล้งกันเหรอ
“เฮ้อ..”
พรีมกัดปากตัวเองหลังถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ทีนี้รู้ยังว่ามันต่างกันยังไง มีแค่ผ้าขนหนูเมื่อกี้เธอไม่เห็นแหกปากเท่านี้เลย”
ร่างสูงบอกนั่งกินต่อจนหมดถ้วย จากนั้นก็เลื่อนชามเปล่ามาตรงหน้าเธอ
“อิ่มแล้วเหรอคะ”
“อืม เสร็จแล้วก็ออกไปได้เลยนะ”
ร่างสูงลุกขึ้นยืนทันทีที่พูดจบ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้และเข้าห้องนอนหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธอที่เพิ่งจะกินเข้าไปแค่คำเดียวอ้าปากค้าง หญิงสาวขมวดคิ้วให้กับเหตุการณ์ที่เจอ ไม่นานโทรศัพท์ของเธอก็มีแจ้งเตือน เธอคว้ามันมาเปิดดูโดยไม่คิดอะไร พลันชะงักนิ่งในตอนหลัง และเหมือนว่าจะค้างหนักกว่าเดิมก็ตอนที่เห็นข้อความบนจอ
ยอดเงินโอนเข้าจำนวน 50,000 บาท จากนาย นรภัทร โชติวารินทร์
“ฮะ..”
ดวงตาคู่สวยมองไปยังทางที่เขาเดินหายไปอีกครั้ง อยากจะตะโกนไล่หลังว่ามันเยอะไป ทว่ากลับทำได้แค่ยืนตัวแข็งทื่อ กะอีแค่ทำข้าวต้มให้นี่ครึ่งแสนเลยเหรอ?
ร่างเล็กถึงกับกินต่อไม่ลง เธอเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม เร่งเก็บกวาดถ้วยชามที่อยู่ตรงหน้า เจตนาต้องการจะเดินไปคุยกับเขา แต่พอเดินไปถึงกลับแค่ยืนมองประตูอยู่เฉยๆ ไม่กล้าที่จะเคาะเรียก
เธอเดินออกมาอย่างเงียบๆ และยืนงุนงงอยู่กลางห้อง กว่าจะตั้งสติและเดินออกมาจากห้องนั้นได้ใช้เวลานานพอควร
“พรุ่งนี้ค่อยมาเจอใหม่ละกัน”
.
.
สิบโมงที่มหาลัย
“ฉันว่าพักหลังๆมานี้แกดูโทรมผิดปกตินะ”
ตาต้าที่ในมือถือชาไข่มุกน้ำหวานหมดเกือบจะถึงก้นพยายามอย่างมากที่จะใช้ปลายหลอดช้อนไข่มุกขึ้นมา ยืนพิงเสารอเธอ พรีมไม่ตอบในทันที แต่เธอเลือกที่จะสแกนเงินให้เสร็จก่อน
“ขอบคุณค่ะป้า”
และพอหันมาได้แค่นั้นแหละ
“อี๋..น้ำเผือก กินเข้าไปได้ไงง่ะ...อ้าวของกูก็เผือกนี่หว่า”
หญิงสาวร้องเฮอะ ส่งสีหน้าตลกแห้งไปให้ พลางเดินนำหน้า เช้านี้อาจารย์ยกคลาสพวกเธอเลยมีเวลามาหาอะไรกิน แต่เดินไปเดินมายังไงไม่รู้ มาโผล่อีกทีตรงตึกวิศวะ ที่มีร้านชาไข่มุกร้านประจำอยู่ใต้ถุนตึก ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเลยว่า ชาไข่มุกกับตึกวิศวะที่ส่วนมากมีแต่ผู้ชายมันคู่กันยังไง วันๆเธอเห็นแต่เลิกเรียนไม่ไปออกันอยู่ที่สนามฟุตบอล ก็ผับแถวเขตสี่
“รู้อย่างนี้ตื่นสายซะก็ดี”
พรีมบ่นอุบ ดูดน้ำเผือกไข่มุกเข้าไปคำโต ความหวานวิ่งพล่านผ่านลำคอแต่แทนที่จะกระชุ่มกระชวย กลับง่วงมากขึ้นซะงั้น ก็ช่วยไม่ได้เธอไม่กินกาแฟนี่นา
“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ช่วงนี้แกยุ่งอยู่กับอะไรทำไมถึงไม่ค่อยได้นอน แล้วก็พักหลังๆนี่ โทรไปไม่ค่อยจะรับ DM ไปก็ไม่ค่อยจะอ่านนะยะ”
พรีมลากสายตาไปมองคนถามเล็กน้อย ก่อนจะหลุบต่ำลงมาสนใจชาไข่มุกในมือต่อ
“ไม่รู้..”
“อีบ้า ตอบออกมาได้ไม่รู้ คิดคำโกหกไม่ทันรึไง”
เสียงถอนหายใจของพรีมตอนนี้ดูเหมือนว่าจะดังกว่าลมที่พัดโกรกมาโดนเส้นผมจนปลิวว่อนซะอีก เธอดึงหลอดออกจากปาก ราวกับต้องการพักความสุขจากตรงนั้นชั่วคราวแล้วหันไปมองหน้าตาต้าอีกครั้ง ด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่ายเต็มที
“ทำงานพิเศษอะ”
“ฮะ?” แน่นอนว่าพอเธอพูดจบรายนั้นก็หันขวับกลับมา “ถามจริง?...นานยัง”
“ยัง แค่ไม่กี่วัน”
“ทำไมถึงขยัน?”
คราวนี้พรีมถึงกับปิดเปลือกตาลงเบาๆอย่างไว้อาลัยให้กับคำถามเพื่อนที่ดูไร้แก่นสารนั้น ถ้าจะตอบว่าเพราะเธอจนไม่ได้รวยและสบายเหมือนกับคนถามที่มีพ่อแม่คอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลัง ก็จะกลายเป็นเรื่องอื่น และถ้าบอกว่าที่ทำอยู่เพราะต้องการจะใช้หนี้แทนพี่ชายก็จะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา หญิงสาวจึงเลือกที่จะเงียบหันกลับมาดูดชาไข่มุกในมือแทน ทว่าไม่นานก็ต้องหยุดเดิน เมื่อตาต้าถูกพบเห็นด้วยใครคนหนึ่งเข้า แล้วคนนั้นก็เข้ามาทักทายเธอ
“อ้าวต้า มาทำอะไรที่คณะวิศวะ”
เพื่อนของเธอที่หันไปมองตามเสียง พอเห็นชัดๆว่าเป็นใครจึงฉีกยิ้มทันที เธอมองภาพนั้นด้วยความว่างเปล่า เนื่องจากตาต้าเป็นคนที่เข้ากับใครได้ง่ายอยู่แล้ว คุยง่าย ยิ้มง่าย เป็นคนเฟรนลี่สุดๆ แต่ที่แตกต่างไปจากทุกครั้งก็คือคนที่เข้ามาทักทายนั้น เป็นคนที่เธอเองก็รู้จักเช่นกัน
นีน่า..
แฟนเก่าของพัชร พี่ชายฝาแฝดนั่นเอง
