บท
ตั้งค่า

บทที่ 26 อยากรู้ไหมต่างกันยังไง

ห้องพักชั้นดาดฟ้า เป็นชั้นที่พรีมไม่เคยได้ขึ้นมาเหยียบ ประตูของมันถูกผลักเข้าไปเบาๆด้วยมือหนาของเขา ทันทีที่ร่างบางซึ่งเดินตามมาติดๆก้าวเข้าไป ความเงียบสงัดและกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูแนวไม้รมควันจู่โจมเข้ามา เล็ดลอดผ่านประสาทสัมผัสทำเธอเผลอสูดเข้าไปยังปอดสุดลึก บรรยากาศในห้องนี้มีสภาพที่แตกต่างจากที่ที่เธอจากมาราวกับคนละโลก พร้อมเสียงเบสหนักหน่วงก่อนหน้านี้ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

“ยืนบื้ออยู่ทำไม เข้ามาสิ”

“ค่ะ”

ในเวลาตีสองที่ควรมืดมิด ห้องนี้กลับเปิดไฟสลัวด้วยสีวอร์มไลท์ ขับเน้นความโอ่อ่าของเพดานสูงลิ่ว และผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกบานยักษ์ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงทั้งเมือง ยามที่ทอดมองลงไปข้างล่างจะให้ความรู้สึกว่านั่นคือทะเลเพชร

พรีมลอบกลืนน้ำลาย ทันทีที่กวาดตามองไปตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆซึ่งเป็นสีดำซะส่วนใหญ่ ก่อนจะมาตกใจเมื่อผสานเข้ากับสายตาเจ้าของห้องที่เป็นสีเดียวกัน

“คิดอะไรอยู่”

เสียงแหบพร่าดังขึ้นมาท่ามกลางความมืด พรีมสะดุ้งตัวโยน รีบสาวเท้าตามไปยังห้องครัว เป็นโซนเดียวที่เปิดไฟสว่างโล่ในตอนนี้ ส่วนโซนไฟที่เคยเปิดก็ถูกปิดตามการเลิกใช้งานของเจ้าของ

“เปล่าค่ะ”

“ไปดูสิว่าในตู้เย็นมีอะไรบ้าง”

ดวงตาคู่สวยลากมองไปตามใบหน้าคมคายพยักพเยิด ระดับสายตามองเห็นเคาน์เตอร์ครัวที่แวววับก่อนตู้เย็นแบบฉบับบิ้วอินท์ติดกับผนังห้อง หญิงสาวเดินเร็วไปยังจุดนั้น ก่อนจะกวาดตาสำรวจ และเปิดตู้เย็นดูวัตถุดิบเป็นประการถัดมา

“ทานได้ทุกอย่างไหมคะ”

“อืม”

เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ตอนได้ยินคำตอบที่อยู่ห่างไกลออกไป จึงพบว่าเขานั้นหมุนตัวเดินลาจากตรงนี้ไปทิ้งตัวบนโซฟาแล้ว แถมนั่งหันหลังให้เธอด้วย พรีมใช้โอกาสนี้สังเกตเขา พร้อมคำถามมากมายที่ยังคงค้างคาอยู่ เหตุใดถึงต้องเป็นเธอ ทำไมถึงเป็นเธอที่ต้องขึ้นมาทำอาหารให้เขา ทั้งที่พนักงานที่อยู่นาน และแม่ครัวมืออาชีพเต็มไปหมด ที่หากจะให้โอทีก็โทรเรียกใครย่อมได้ทั้งนั้น ...กับเธอถึงจะได้ค่าจ้าง ทว่านั่นก็ไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี เพราะเธอยังใหม่อยู่เลย เขาไว้ใจเธอได้ไง

“พรีมจะทำข้าวต้มแห้งหมูสับนะคะ เฮียกินได้ไหม”

“ได้”

เสียงทุ้มตอบกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับการดึงหน้าตักแกร่งที่ยังสวมกางเกงยีนขึ้นมาราวกับต้องการดึงอะไรบางอย่างที่เหน็บอยู่ที่เอว เพียงแค่เขาดึงออกมาวางอยู่บนโต๊ะ พรีมที่เห็นเพียงแวบๆไม่ได้ชัดมากกลับอ้าปากค้าง

ถึงมองไม่ชัด แต่สัญชาตญาณก็รู้ว่านั่นคืออะไร...ปืน?

ตามมาด้วยมีดสั้น... และค่อนข้างจะได้คำตอบต่อคำถามของตัวเองก่อนหน้านี้แล้วว่าทำไมเขาถึงไว้ใจเธอ ก็ลองเธอตุกติกดูสิ มีหวังหัวได้กระจุย สมองไหลสาดใส่ฝาผนังแน่ๆ

เขาหยิบอาวุธเหล่านั้นมาวางต่อหน้าเธอโดยไม่สนใจ มือบางสั่นเทา จังหวะที่เขาเอี่ยวตัวมองข้ามไหล่กลับมาทำให้เธอต้องรีบหลบ ละสายตาลงต่ำทำเป็นมองไม่เห็น ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้กับเคาน์เตอร์ นำผักไปล้างที่ซิงค์

นอร์ธเห็นแบบนั้นจึงยกยิ้ม รู้สึกพึงพอใจไม่น้อย นั่นเพราะเธออาจไม่รู้ว่าเขาจงใจทำให้เธอกลัว จะได้วางแผนรีบเก็บเงินและออกไปจากที่นี่ไป.. ออกไปให้ห่างจากคนอย่างเขา

“ฉันจะไปอาบน้ำ ออกมาเธอต้องเสร็จ...”

“ได้ค่ะ”

เขาลุกออกไปทันทีที่พูดจบ โดยไม่ลืมที่จะหยิบอาวุธเหล่านั้นไปด้วย ถึงจงใจจะทำให้เธอผวา แต่การวางไว้ให้อยู่กับเธอสองต่อสองก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

สำหรับเขาผู้หญิงกับปืนไม่ใช่ของคู่กัน

ผู้หญิงกับดอกไม้ต่างหาก ที่คู่กันที่สุด

.

เสียงน้ำไหลจากฝักบัว ท่ามกลางสายน้ำที่สาดซัด สมองของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องของเธอเต็มไปหมด เจ้าของร่างบางในชุดเดรสรัดรูปที่ยืนอยู่กับลูกน้องคนสนิท แทนที่จะเป็นกลิ่นคาวเลือดที่แปดเปื้อนมือเขามาสดๆ

“อ่า..”

เสียงความอึดอัดมาพร้อมกับมือหนาเสยผม ความหนักอึ้งของสมองแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง ลมหายใจถูกพ่นออกมาหนักๆ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดไว้กำลังเริ่มปะทุ

ที่นี่คือผับ เธอจะรักษาตัวรอดไปได้สักกี่น้ำ วันนี้อาจไม่เป็นไร แต่ก็ใช่ว่าวันนึงจะไม่เจอ เขาที่มีภารกิจใหญ่ แทบไม่ได้พักจะคอยปกป้องเธอได้อย่างไรกัน

เห็นแค่ยืนเฉยๆคุยกับผู้จัดการผับแค่นั้นยังดึงดูดสายตากันขนาดนี้ หากยืนอยู่ในผับท่ามกลางสายตาคนเมาและแสงไฟหลากสีวับๆแวบๆจะดึงดูดขนาดไหน เขาไม่อยากจะคิดเลยว่า...หากจะต้องเจอกับใครสักคนที่หัวรุนแรงและค่อนข้างควบคุมยาก ไม่ต้องมองไกล ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มเพื่อนเฮ็งซวย

หากพวกมันมาเห็นความเซ็กซี่เย้ายวน ผิวขาวเนียนอย่างกับกลืนหลอดไฟนีออน หน้าอกใหญ่อูมเกินตัว จะอยากได้ขนาดไหน เขาอาจจะได้บ้าเพราะคิดแผนฆ่าเพื่อน ...แค่คิดเลือดในร่างสูบฉีดร่างกายก็พร้อมปะทะแล้ว

ซ่า..

กลิ่นกรุ่นของข้าวต้มแห้งหมูสับทรงเครื่องโชยมาแตะจมูกทันทีที่นอร์ธก้าวพ้นธรณีประตูห้องน้ำออกมา เขาอยู่ในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูคาดเอวอย่างหมิ่นเหม่ผืนเดียว หยาดน้ำยังเกาะพราวตามแผ่นหลังและอกแกร่ง ผิวกายตึงเครียดถูกผ่อนคลายด้วยเครื่องปรับอากาศที่ขับความสดชื่นให้มีมากยิ่งขึ้น หลังจากอาบน้ำจนเย็นสบาย แทนที่เขาจะเลี้ยวไปยังห้องแต่งตัวกลับเลือกที่จะเลี้ยวไปยังห้องครัวที่เปิดอยู่ ตามกลิ่นอาหารนั้นด้วยความหิวโหย

ตั้งแต่เที่ยงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของเขาเลย

ดวงตาคมกริบทอดมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอย่างนิ่งๆ ที่ตรงนั้น.. มีร่างเล็กกำลังยืนก้มหน้าก้มตาตักอาหารใส่ชามอยู่ ก่อนจะสะดุ้งตัวโยนหลังเงยหน้าขึ้นมา

“เสร็จแล้วค่ะ...เฮีย”

ประโยคหลังของเธอถูกกลืนหายไป กลายเป็นเสียงเบาหวิวทันทีที่ได้สบตา และเห็นว่าเขาอยู่ในสภาพไหน

“.....”

เขาไม่พูดไม่จาแต่สาวเท้าเข้าไปใกล้ พรีมที่เห็นอย่างนั้นถึงกับก้มหน้าลงมองหม้อต่อ

“ไม่ไปแต่งตัวให้เสร็จก่อนเหรอคะ กลับมาจะได้ทานทันทีโดยไม่ต้องเป่า”

เธอหมายถึงข้าวต้มในชามจะหายร้อนพอดีกับที่เขากลับออกมา ทว่าเขาไม่ได้ตอบโต้เธอ แต่เลือกที่จะยกยิ้ม แล้วนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ เลื่อนชามข้าวต้มที่เธอตักไว้ให้เข้ามาหาตัว ก่อนจะตักขึ้นมาเป่าสองสามทีและกินอย่างเงียบๆ

พรีมชำเลืองมองโดยไม่พูดอะไร นาทีนี้เธอยิ่งประหม่าเข้าไปอีก เขาทำราวกับว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง คนแปลกหน้าที่พาเข้าห้องเป็นครั้งแรก แถมยังกล้าที่จะกินอาหารที่เธอทำแบบไม่คิดระวังอะไรเลย ราวกับไว้ใจกันสุดๆ

“ไม่หิว? กินด้วยกันดิ เธอทำซะเยอะเลย ราวกับจะชวนผู้ชายมากินทั้งบาร์”

ห๊า...

“ยะ เยอะเหรอคะ...ก็เห็นเฮียบอกว่าหิว มันเป็นแค่ข้าวต้มเลยกลัวว่าจะไม่อิ่ม”

“อิ่มมากก็จุก อย่าลืมว่านี่ตีสอง”

เขาสวนกลับมา หากแต่ตอนนั้นกินเอา กินเอา ตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย หญิงสาวที่มองอยู่เผลออมยิ้ม

“อร่อยไหมคะ”

แถมยังหลุดถาม มือหนาที่ถือช้อนไว้ชะงักเล็กน้อย ชำเลืองมองเธอด้วยสายตาคมกริบอย่างจะคาดเดา ก่อนจะแค่นหัวเราะ

“ก็ไม่เลว” เพราะรู้ไม่ใช่คำชมที่มาจากใจเธอถึงได้แยกเขี้ยวใส่ พลางดึงสีหน้ากลับมาเป็นปกติอย่างเก่า เมื่อเขาเหลือบตาขึ้นมามองใหม่ “ไม่กิน?”

“หนูไม่ค่อยหิวค่ะ”

“เธอดื่มมา กินของร้อนๆจะช่วยได้ ไปเอาชามมาตัก”

อยากจะบอกกันเหลือเกิน ว่าอันนี้ไม่ใช่การชวนแต่เป็นการบังคับ หากแต่ทำได้แค่ถอนหายใจแล้วทำตามอย่างที่เขาว่า ก็ดีเหมือนกัน..เธอจะได้สบายตัว พรุ่งนี้ไปเรียนจะได้ไม่แฮงค์มาก

“ทำไม? ทำเหมือนกับว่าฉันแก้ผ้าอยู่อย่างนั้นแหละ”

จู่ๆเขาก็ถามคำถามนี้ เธอที่เผลอมองต่ำอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ถึงกับสะดุ้ง เร่งเปลี่ยนสีหน้าที่ตกใจเป็นปกติ หากแต่พวงแก้มยังร้อนผ่าว

“แล้วมันต่างกันตรงไหนเหรอคะ”

เธอทำปากยู่ต้องการเอาชนะ ไม่ได้มองหน้าเขาในตอนพูด ถึงได้ไม่รู้ว่าเขามีสีหน้าเป็นยังไง เธอไม่ได้ต้องการคำตอบจากคำถามนั้นด้วยซ้ำ ทว่าเขาเหมือนจะจริงจัง เพราะหลังจากที่ร่างสูงได้ยินและชำเลืองขึ้นมา คำถามนั้นกลับทำให้ยกยิ้ม พลางเลิกคิ้วสูง

“อยากรู้เหรอ?”

“คะ?”

“อยากรู้ไหมว่ามันต่างกันยังไง”

วางช้อนที่ถืออยู่ลงบนชามชั่วคราว ก่อนลุกขึ้นยืน ปลดปมผ้าเช็ดตัวให้คลายหลุดแล้วกางออก ต้องการจะแกล้งเธอ จังหวะนั้นพรีมกำลังตักข้าวเข้าปากพอดีถึงกับตาค้าง

“ว้าย!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel