บทที่ 25 มายืนทำไรตรงนี้
ดวงตาคู่หวานที่ปรือเล็กน้อยเพราะกรึ่มจากความเมาหันมองตามผู้จัดการอย่างช่วยไม่ได้ ภาพที่เห็นคือร่างสูงในคราบเสื้อหนังสีดำกับกางเกงยีน เดินหิ้วหมวกกันน็อคเข้ามา ตามทางเดินที่จะมุ่งมายังจุดที่เธอยืน เธอไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ทุกครั้งที่เห็นเขาใกล้เข้ามาแบบนี้ หัวใจกำลังสงบมักจะเริ่มเต้นคร่อมจังหวะตลอด รวมถึงครั้งนี้ด้วย
“เฮีย..”
เสียงทักทายแรกคือเสียงของเคผู้จัดการผับ แลกกลับด้วยการปรายตามาของเขา ที่มองคนทักทายก่อนจะพยักหน้า ถึงจะหันมามองเธอ จากนั้นก็เลิกคิ้วสูง
“มึงมายืนทำไรตรงนี้”
ทว่าคำถามกลับยิงไปทางอีกคน ทั้งที่มองมาที่อีกคน
“ผมมาเคลียร์ทิปให้น้องเขาครับ พอดีน้องเขาเลิกงานแล้ว”
ถ้าให้อธิบายอย่างละเอียด สาเหตุที่เคมายืนอยู่ที่นี่ กลายเป็นภาพบอกเผินๆเหมือนทั้งคู่กำลังจีบกันมากกว่าหัวหน้ากับลูกน้องยืนสนทนา เสี่ยงให้เข้าใจผิดเกินครึ่งเปอร์เซ็นไปแล้วนั้น คือเคพยายามเรียกเธอตอนที่เดินออกมา มุ่งหน้าสู่ห้องน้ำแล้วเลยมายังที่นี่ก็เพื่อจะจ่ายทิป หากแต่สาวเจ้าไม่ได้ยินเสียงเขา และไม่หันกลับมามอง เขาเลยต้องเดินตามมาถึงที่นี่ ทว่าตรงนี้ผู้จัดการผับไม่ได้เล่าให้เจ้านายฟัง แต่เลือกที่จะตอบสั้นๆ เพราะคิดว่าไม่จำเป็น
“ผับยังไม่ปิด ทำไมเลิกก่อนเวลา?”
เสียงทุ้มยังคงถามต่อ พร้อมดวงตาคมกริบที่ยังคงจ้องเขม็งมาที่เธอ
“เจ๊แกยกให้เป็นกรณี...”
“กูไม่ได้ถามมึง”
ประโยคนี้เหมือนดึงสติให้ร่างเล็กที่กำลังก้มหน้างุดเงยหน้าขึ้นมา เหงื่อเม็ดเป้งที่เกาะอยู่ตามหน้าผากมาจากผลของความประหม่า ดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ไม่สามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เกิดความพร่ามัวหรี่แคบมองเขา แน่นอนว่าวินาทีนี้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเธอมองแทบไม่ชัด หากแต่รู้ว่าหล่อ... หล่อมากๆ
“พี่ปานให้พรีมทำถึงตีหนึ่งค่ะเฮีย จ่ายเงินตามรายชั่วโมงที่ทำ...ไม่นับทิปรวมและทิปแยก”
ที่เลิกเกือบจะตีสองของคืนนี้ เพราะว่าเธอถูกแขกรั้งไว้ กว่าจะใช้วิชาพรางตัวออกมาจากวงเหล้าได้ด้วยสภาพปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นเล่นเอาเกือบเมาจริงๆ
“งั้นเหรอ...แล้วอยากได้โอทีหรือเปล่า”
“คะ?”
“เห็นว่าร้อนเงินนี่”
พรีมไม่เข้าใจที่เขาพูด ถึงได้หันไปมองหน้าผู้จัดการ ราวกับต้องการขอความช่วยเหลือ แต่รายนั้นกลับหลบตาและเบือนหน้าไปทางอื่น
อะไร..หมอนี่รู้ความหมายแต่ไม่ยอมบอกเธออย่างนั้นเหรอ มิหนำซ้ำยังส่งยิ้มแห้งกลับมาให้อีก
“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะเฮีย ว่าจะไปตรวจดูข้างในสักหน่อย วันนี้แขกเยอะมากครับ”
“เออ”
จากนั้นก็เหลือแค่เธอกับเขาสองคน หญิงสาวที่ทำอะไรช้าลงไปเท่าตัว ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังคนเดินหนี คิดจะตะโกนเรียกให้รอเธอด้วย ก็ทำได้แค่เม้มปากแน่น รู้ดีว่าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก นั่นมันคือการเสียมารยาทขั้นสูงเชียวนะ!
“ว่าไง..”
หญิงสาวลากสายตากลับมาตามเสียง ก็เห็นคนถามกำลังจ้องมองมา สายตาคมกริบแฝงความว่างเปล่า เป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์ปกติที่มีความสุขดีจะไม่มีกัน จึงไม่แปลกที่เธอผู้ที่ไม่เคยเห็นหรือได้สัมผัสมาก่อนจะร้อนลุ่มแปลกๆ
“คือ...หนูเลิกงานแล้วค่ะ แล้วพรุ่งนี้ก็มีเรียนด้วย”
ทว่าพยายามกลบเกลื่อนจ้องมองเขาตอบราวกับไม่กลัว ผลของมันกลายเป็นไปสร้างรอยช้ำให้กับอุ้งมือตัวเอง เนื่องจากใช้ระบายบีบเข้าหากันจนแน่น
“เรียนกี่โมง”
“สิบโมงค่ะ”
“ยังพอมีเวลา ฉันกวนเวลาเธอไม่นานหรอก แค่สิบนาทีสิบห้านาทีอยู่ที่ความสามารถของเธอ แต่จะจ่ายเธอเต็มชั่วโมง พร้อมทิปตามความพึงพอใจ...ถ้าเธอโอเค”
คิ้วบางเริ่มหย่อนชนกัน คิดตามที่เขาพูด
“จะให้พรีมทำอะไรคะ” เธอเอียงหน้าเพื่อรอคำตอบ ในใจตอนนั้นคิดไกลไปแล้ว อย่าบอกนะว่า... “พรีมไม่..”
“หิวข้าวน่ะ”
“คะ?”
“ห้องครัวปิดหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ผับโซนบาร์ ถ้าเธอทำกับข้าวเป็น ก็ช่วยขึ้นไปทำกับข้าวให้กินหน่อย”
หมายถึง..เขาจะจ้างเธอให้ไปเป็นแม่ครัวให้ในตอนที่สองเนี่ยนะ อยากจะถามจริงๆว่าถ้าหิวทำไมไม่แวะกินข้างทางก่อนมาที่นี่ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าครัวร้อนปิด เหลือแค่บาร์น้ำเท่านั้น นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ทว่าเธอกลับได้แค่คิดในใจ ไม่กล้าถามออกไป
“พรีม...”
จะโกหกว่าทำกับข้าวไม่เป็น ก็ไม่จริง ...เธอทำเป็นเกือบทุกอย่าง เนื่องจากตอนยายยังอยู่บ้านที่เช่าเปิดร้านอาหารตามสั่ง ทุกเมนูที่ยายทำ ในรายการที่ขายถ่ายทอดมายังเธอทั้งหมดเลย ให้เธอเปิดร้านคนเดียวโดยไม่มียายก็ยังได้
“หืม?”
“แค่ทำกับข้าวให้กินใช่ไหมคะ”
“ใช่”
“ถ้าอย่างนั้น...ได้ค่ะ”
พอตอบตกลงออกไปแบบนั้น หญิงสาวก็ใจเต้นแรงอีกครั้ง และสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง
“โอเค ตามมา”
เดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ราวกับต้องมนต์สะกด
