บทที่ 21 ถูกจับนมขึ้นมาอย่าร้องก็แล้วกัน
นาทีนั้นเป็นนาทีที่โลกของพรีมหยุดหมุน เพียงแค่ได้ยินเสียงและเห็นหน้าเขา ทั้งที่เหตุการณ์นั้นก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ความรู้สึกของเธอเหมือนกับว่าเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน
ปลายจมูกโด่ง ริมฝีปากน่าจูบ และกลิ่นหอมปนเหงื่อจางๆ ..ยังคงติดอยู่ที่ความทรงจำของเธอ
“พรีม..ได้ยินไหมหนู”
..!!!
“คะ?!”
ร่างเล็กสะดุ้งโหยง ตามเสียงเรียกของเจ้านายสาว พร้อมลากสายตาไปมอง เห็นหล่อนกำลังจ้องอยู่ จึงหลุบตาลง นาทีนี้ไม่กล้าหันไปอีกทาง กลัวจะสบตาเข้ากับอีกคน
“ใจลอยไปถึงไหนแล้ว เจ้เรียกตั้งหลายครั้ง”
“ขอโทษค่ะ...”
“งั้นพี่คุยกับน้องเขาก่อนเลย ผมรอ”
ความอึดอัดคืบคลานเข้ามาทันที เมื่อเขาเข้ามานั่งฟังด้วย พรีมลบริมฝีปากตัวเองช้อนหน้ามองเขา ก็เห็นว่าเขานั่งอยู่จริงๆ แถมไม่ไกลกัน จากนั้นก็หันไปทางปานวาด ที่ดูมึนงงอยู่อึดใจหนึ่ง โดยมองทั้งคู่สลับกันก่อนพยักหน้าเบาๆ
“โอเค งั้นนอร์ธนั่งก่อน ส่วนเราพรีม..เมื่อกี้หนูพูดว่าไงนะ”
คนถูกถามเงียบไป กว่าจะพูดขึ้นมาใหม่นั่งชั่งใจอยู่นาน แน่นอนว่าทั้งห้องเงียบกริบหลังจบประโยคนั้น
“คือพรีม..อยากย้ายกลับมาแผนกเดิมค่ะ”
เธอเห็นดวงตาของปานวาด แต่ไม่เห็นดวงตาของอีกคน ทว่าแค่นั้นก็ทำให้รู้สึกวูบวาบแล้ว จากรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมา
“ทำไม?”
เลี่ยงไม่ได้ที่จะถามตัวเองว่า หากเขาไม่โผล่หัวเข้ามาตอนนี้จะอึดอัดเท่านี้ไหม เธอคงไม่รู้สึกประหม่า และคงพูดจาฉะฉานกว่านี้
“งานแม่บ้านพรีมไม่ได้ทิป..พรีมไม่พอใช้ค่ะ”
พอพูดออกไปแบบนั้น แบบตรงไปตรงมาโดยไม่สามารถเลี่ยง เธอจึงเหลือบตามองเขาทันที เห็นร่างสูงนั่งกดโทรศัพท์เอนหลังพิงพนักเหมือนว่าไม่ได้ฟัง ใช่ว่าเธอจะเชื่อใจ แม้ว่าไม่มีประโยคโต้แย้งหรือตำหนิตามที่ควรจะเป็นก็เถอะ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นคนบอกให้ปานวาดไล่เธอออก
“แล้วเราจะไหวเหรอพรีม...”
ปานวาดถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง หล่อนเองก็เหลือบมองน้องสามีเป็นระยะๆเนื่องจากกลัวว่าเขาจะโพล่งอะไรออกมาแบบไม่คาดคิด แต่เปล่าเลย กลับนั่งเฉยกดโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น มิหนำซ้ำยังกระดิกเท้าจังหวะหมุนโทรศัพท์เปลี่ยนเป็นแนวนอน หลังกดเข้าเกม เมื่อปานวาดเห็นเช่นนั้นหล่อนจึงลากสายตากลับมารอคำตอบจากพรีม
“ไหวค่ะ”
เห็นว่านอร์ธเล่นเกมแบบนี้ด้วยท่าทีสบายๆอันที่จริงไม่ใช่หรอกนะ เขาแค่หาบางอย่างทำเพื่อควบคุมสมาธิตัวเองระหว่างนั่งรอต่างหาก และแน่นอนว่าถ้าไม่สำเร็จ พรีมอาจจะโดนดุ ถูกสาดคำแรงๆใส่ก็ได้ ปานวาดถึงได้กังวล และเร่งเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ
“แต่หนูอาจจะโดนเหมือนตอนนั้น ของอย่างนี้ในที่แบบนี้ มันหลีกเลี่ยงไม่ค่อยจะได้ ตรงนี้เรารู้ใช่ไหม”
ตอนนี้ปานวาดรู้แล้วว่า ใบลาออกที่นอร์ธให้เตรียมไว้ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของน้ำหวานที่กำลังเดินมา จากการมองอยู่ในกล่องวงจรปิด และคิดว่าอีกประมาณสองมานาทีจะมาถึง
“พรีมจะระวังไม่ให้เกิดปัญหาอีกค่ะ”
“อ่า..”ปานวาดพยักหน้า “แล้วก็รู้ใช่ไหมว่าถ้าอยากได้ทิปจากลูกค้า เราต้องบริการให้ประทับใจก่อน”
“หนู..รู้ค่ะ”
เสียงของคนตัวเล็กขาดห้วงและเบาหวิว ริมฝีปากสาวเจ้าเม้มเข้าหากันแน่น พร้อมกับมือที่กำจนขึ้นเส้นปูด ขณะก้มลงมองตักตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางนั้นของเธออยู่ในสายตาของเจ้าของผับทั้งสองคน
นอร์ธเอี่ยวตัวมามอง เกมต่อสู้ในมือยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีทั้งแสงไฟจากเอฟเฟกต์จังหวะคมดาบเหล็กกระทบกัน เลือดและพลังของตัวฮีโร่ตัวที่เขาเล่นกำลังลดลงเรื่อยๆ หากแต่ไม่ได้อยู่ในสายตาผู้เล่น เท่ากับเด็กผู้หญิงที่นั่งเกร็งอยู่ใกล้ๆเลย
“โอเค ถ้าเราไหวงั้นเจ้ก็..”
“ร้อนเงินขนาดนั้นเลย?”
คำพูดของปานวาดถูกกลืนหายไปในอากาศ เสียงทุ้มต่ำเข้ามาแทนที่ พรีมเงยหน้าขึ้นมาทันที แววตาของเธอขณะมองคนถามบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธออึดอัดใจ และไม่ได้เต็มใจจะทำงานนี้เลยแม้แต่น้อย
“คะ?”
นอร์ธยังคงมองหน้าเธอตาไม่กะพริบ ข้างในครั่นคร้ามคล้ายก้นเหวลึกที่ไร้ทางตัน จงใจกดดันกันด้วยความว่างเปล่า และเขาก็ทำสำเร็จ เธอกัดฝีปากก่อนจะเอ่ยออกมาตามตรง
“ค่ะ ต้องการเงินไปใช้หนี้พี่ชาย”
ทันใดนั้นดวงตาคมกริบก็หรี่แคบ ไร้แสงประกายกลายเป็นวงรี เธอหันมองปานวาด ราวกับต้องการหาตัวช่วย และแน่นอนว่า..
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ”
หล่อนไม่มีทางพูดทันน้องสามีคนนี้ และจะไม่วันพูดแทรกขณะที่เขาอยู่ในช่วงอารมณ์คุกรุ่นเป็นอันขาด เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เรื่องบานปลาย
แต่แล้ว..
“ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเฮียเหมือนกันนะคะ”
ขวับ!
คอปานวาดแทบหัก นาทีนั้นเกือบวูบ ส่งสายตามองพรีมก่อนขยิบตาให้ เป็นการปรามให้เธอหยุดก่อน
“ทำไมจะไม่เกี่ยว เกิดคนที่รับมาดูแลแขกเป็นนางนกต่อไม่ก็อาชญากรขึ้นมาจะทำยังไง ที่นี่ใช่ว่าจะไม่มีประวัติแบบนั้นซะเมื่อไหร่”
“นอร์ธ..”
คราวนี้คนที่ถูกปรามคือเขา หากแต่เสียงนั้นเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น ไม่ทันได้เข้าไปในโซนประสาท และถึงได้ยินเจ้าตัวคงไม่สะทกสะท้านด้วยซ้ำ
“พรีมไม่ได้เป็นแบบที่เฮียพูดนะ”
“แล้วเป็นแบบไหน”
สถานการณ์ตอนนี้ปานวาดไม่สามารถควบคุม บทสนทนาที่มาพร้อมกับอารมณ์ที่แตกต่างจากคนทั่วไป
เธอมองคนทั้งคู่สลับกันก่อนจะหยุดสายตาบนใบหน้าสะสวย แล้วเห็นดวงตาแดงก่ำ น้ำหล่อเลี้ยงคลอเบ้าใกล้จะพากันกลิ้งลงมาเต็มที
“พอแล้วนอร์ธ น้องจะร้องแล้ว...เครียดอะไรมาหรือเปล่า ถึงมาลงกับน้องเนี่ย”
“ผมไม่ได้ลงกับใคร”
ประโยคนั้นหันกลับมาสาดใส่ปานวาดทันที ทว่าดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องหน้าของพรีมอยู่
“ก็ถ้าไม่ใช่ ก็ปล่อยน้องสิ..น้องเองก็บอกอยู่ว่าไหว จะทำให้รู้สึกแย่กันไปทำไมล่ะ”
ตอนนี้ปานวาดไม่รู้เจตนาจริงๆของนอร์ธแล้ว แต่ถ้าเขาจะยกคำพูดที่ไม่เกี่ยวกับพรีมมาลงที่พรีม ก็ไม่ใช่เรื่องที่พรีมต้องเจอเหมือนกัน ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ในแผนกนี้ สำหรับหล่อนมีหน้าที่จัดการให้ก็เท่านั้น หากพนักงานไม่โอเคจุดจบก็แค่เดินออกไป ที่ผ่านมาเป็นเช่นนี้เสมอ เธอมีหน้าแค่เซ็นใบลาออก บางเคสแทบไม่ได้เซ็นเลยด้วยซ้ำ พนักงานจำพวกไปนอนกับแขกพอรู้ตัวก็ไม่กล้าโผล่หน้าเข้ามาอีก
อีกอย่างนี่ไม่ใช่วิสัยของเขาเลย การมานั่งว่านั่งกล่าวพนักงานคนนึง แถมเป็นพนักงานใหม่ ราวกับไม่เต็มใจให้ทำแผนกที่ว่าทั้งที่เป็นสิทธิ์ของเด็ก ก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ หล่อนไม่เคยเห็นท่าทางหงุดหงิดจากนอร์ธ และแววตาดุดันนี้...ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
คงเป็นผู้หญิงที่น้องสามีของเธอเคยชอบจริงๆ และเชื่อว่าตอนนี้ก็ยังชอบอยู่
“งั้นก็ตามใจ ถูกจับนมขึ้นมาอย่ามาร้องก็แล้วกัน”
