บทที่ 20 จังหวะนรก
“พัชร..ขอถามได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
ปลายสายเงียบไป คนรอฟังรู้ได้ทันทีว่าเขาเงียบเพื่อเรียบเรียงถ้อยคำที่จะต้องพูด และแน่นอนว่าอย่างที่บอก...พรีมไม่ยอมแล้ว
“บอกพรีม..”
(พรีม..)
“พัชร..บอกพรีมมา”
(มันไม่มีอะ..)
“บอกมา! ถ้ามันทำให้พัชรเดือดร้อนมากนัก พรีมไม่เรียนแล้วก็ได้!”
จบประโยคนี้คนตกใจมากกว่าเขาคือตัวเธอเอง หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่อ ดวงตาคู่สวยสลดและสงบนิ่ง บีบมืออีกข้างที่ว่างจนเจ็บ พลางถอนหายใจพรืด ขณะปลายสายเงียบ พอพูดออกไปแบบนั้นก็รู้สึกแย่อยู่เหมือนกัน
(อย่าเพิ่งโมโห ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร)
“คิดว่าพรีมโกรธเรื่องนั้นเหรอ”
(แล้วพรีมโกรธเรื่องอะไร)
“ก็พัชรไม่ยอมบอกพรีม ไม่เคยพูดอะไรเลย เวลาพรีมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น พัชรก็เอาแต่เงียบ ทำไมเหรอ? มันเป็นความลับที่สุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ”
คราวนี้ปลายสายเงียบไปนานกว่าเดิม ถึงขนาดเธอต้องละโทรศัพท์ออกมาจากหูเพื่อดูหน้าจอ แต่พอเห็นตัวเลขของเวลายังเดินอยู่ จึงนำมาแนบหูใหม่ แล้วได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกหอบประชั้นของเขา ที่เหมือนจะดังกว่าปกติ
(ใช่..ถ้าพรีมรู้.. พัชรอาจจะตายได้)
“........”
(คราวนี้.. พรีมยังอยากจะรู้อยู่หรือเปล่า)
“พัชร...”
(พวกมัน ตามหาพัชรอยู่ ถ้าเจอก็จะฆ่าพัชร)
“ทำไมต้องฆ่า พัชรไปทำอะไรให้พวกเขา”
(แค่นี้ก่อนนะ พัชรต้องไปแล้ว คราวนี้อาจต้องออกนอกประเทศเลยนะพรีม)
“อะไรนะ! พัชร..เดี๋ยวสิพัชร ...พะ พัชร”
นาทีที่ปลายสายกดวาง เสียงสะอื้นของเธอก็มาแทนที่ ไม่สามารถเรียกชื่อของเขาได้ เหมือนรู้ว่าเมื่อสายนี้ถูกตัด สายใยความเป็นพี่น้องของพวกเขาก็จะหย่อนยานลง พรีมขาวสะอาด ส่วนพัชรไม่ใช่ บนสีขาวนั้น มีจุดสีดำขนาดเล็กมาแต่งแต้ม และจุดนั้นก็เริ่มซึมออกไปเรื่อยๆ ขยายความกว้างผสมกับสีขาวจนกลายเป็นสีเทา...ที่ผ่านมาพรีมรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด เกี่ยวกับนิสัยของพี่ชาย ทว่าไม่คิดว่า...ตอนนี้สีเทานั้นจะกลายเป็นสีดำ ของการถูกแต่งแต้มจากจุดสีดำเล็กไปเรื่อยๆ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม ...และไม่สามารถกลับมาเป็นสีเทาได้อีก
เมื่อรู้ว่าไม่สามารถคุยกับปลายสายได้แล้ว มือบางก็ละห่างจากหู แนบหน้าจมกับหมอน ปล่อยโฮสะอื้นไห้
.
.
หลังวางสายจากพี่ชายฝาแฝด ความง่วงของเธอก็หายไปเลยในทันที ทั้งที่ตอนเดินเข้าซอยมาเธอยังหาววอดๆราวกับจะทิ้งตัวนอนเสียให้ได้ ไม่สิ...ตั้งแต่ในรถของตาต้าเลยด้วยซ้ำ ทว่าพอได้ยินประโยคนั้นของพัชร โต้รุ่งก็ยังได้เลย
เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?
พรีมถอนหายใจอีกรอบ ก่อนจะทิ้งตัวนอนหงายลงบนฟูก ทว่าไม่นานกลับต้องมาชะงักใหม่ เพราะเสียงเอะอะตรงทางเดิน ราวกับคนกำลังคุยกัน ตามมาด้วยเสียงกุกกักแปลกๆ ร่างเล็กจึงยันตัวเองขึ้นมานั่งหลังตรง คิ้วบางขมวดเข้าหากันยุ่ง อดทนไม่ได้ที่จะนั่งอยู่กับที่ เลือกที่จะย่องไปดูตาแมว และแน่นอนว่าภาพที่ปรากฏในวงกลมจิ๋วตอนนี้คือ..
นอร์ธ..
ที่กำลังประคองน้ำหวานเข้าห้องของเธอเอง
“ฮะ..”
ถึงกับต้องดึงหน้าออกมาจากประตู ตั้งคำถามกับผีในห้อง เมื่อไม่ได้คำตอบก็ยักไหล่เดินกลับไปที่เตียงตามเดิม หากแต่ที่แตกต่างกันคือ ขากลับเธอรู้สึกแสบร้อนตรงกลางอกแปลกๆ
.
.
ด้านของนอร์ธ
ตุบ
เขาผลักร่างเล็กลงกลางเตียงของหล่อนเอง หลังจากประคองเข้ามาส่งในห้อง จากนั้นปัดมือเข้าหากันราวกับปัดเชื้อโรค มองหญิงสาวกำลังเมามายไม่ได้สติ แทบพูดไม่เป็นศัพท์ ฟังไม่รู้เรื่องด้วยสายตาเย็นชาสุดๆ ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงป่านนี้คงถูกเขาเตะหมอบไปแล้ว ข้อหามอมเหล้าลูกค้า ตั้งใจจะบิดข้อตกลงของการบริการ แต่รับทิปไปเต็มๆ โดยไม่คืนกองกลาง จนสุดท้ายถูกลูกค้ามอมกลับเสียเองด้วยยาปลุกอารมณ์ และตอนนี้คนที่ต้องแก้ปัญหาก็คือเขา เพราะหากให้นพแก้ ก็คงหนีไม่พ้นช่วยหล่อนด้วยการ..มีเซ็กซ์ และผลที่ตามมาคือการมีปัญหากับปานวาด
“เฮีย...เฮียขา” ดวงตาคมกริบหลุบมองปลายเท้าเล็กที่ยื่นเข้ามาถูไถต้นขาเขา พลางพ่นลมหายใจพรืด เสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด “ช่วยน้ำหวานหน่อยสิคะ...น้ำหวานร้อน”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันยุ่ง ถอยหลังห่างออกมาอัตโนมัติ กอดอกมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางส่ายหน้า
“นอนซะ..พรุ่งนี้สร่างแล้ว มาเขียนใบลาออกด้วย”
“คะ? ไม่เอานะ ไม่อาว..”
จากนั้นหมุนตัวเดินออกมาไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของเธอ เป็นจังหวะเดียวกันกับโทรศัพท์สั่นสะเทือนอยู่ในกระเป๋ากางเกงพอดี พอล้วงขึ้นมาเห็นชื่อของปลายสาย เท้าถึงกับเท้าชะงัก
“ครับ”
(ข่าวว่าพรุ่งนี้พวกมันจะหนีออกนอกประเทศ เฮียเดาว่ามึงคงไม่ปล่อยให้มันทำสำเร็จหรอก..จริงไหม)
ไม่ใช่เพราะคนโทร แต่เป็นเพราะเนื้อหาที่ได้ยิน
เขาซึ่งไม่ได้อยู่ในจุดที่คุยเรื่องสำคัญและเป็นความลับมากๆแบบนี้ในที่โล่งได้ จึงตอบกลับแค่เพียงประโยคสั้นๆว่า..
“ครับ”
ทั้งอันที่ความจริงแล้วรู้สึกกดดันไม่น้อย ก่อนเดินต่อจังหวะนั้นสายตาเหลือบไปเห็นประตูอีกบานนึงที่รู้ทันทีว่าเป็นห้องของใคร ริมฝีปากหยักถึงได้ยกขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะเดินเร็วหายเข้าไปในกล่องลิฟต์นั้น
.
.
เช้าวันต่อมา
วันนี้เป็นวันหยุดอีกวันของพรีม แต่เธอเลือกที่จะตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำเพื่อที่จะลงไปข้างล่างไปตามหาปานวาด ทว่าคนที่เจอกลับเป็นนพ สามีของหล่อนแทน
ดวงตาของเขาตอนมองมาที่เธอ ขณะหลุดจากทางเดินใกล้เข้ามาและยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ต่างกันเลยกับนอร์ธ เธอรู้พวกเขาเป็นพี่น้องกันแต่ไม่คิดว่าจะเหมือนกันขนาดนี้ ไม่มีส่วนไหนที่ต่างกันเลย หากมีก็คงจะเป็นแววตา และนิสัย เพราะรายนี้ส่งยิ้มให้เธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น
“น้องพรีมใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา ไหล่ลาดห่อเข้าหากันเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง
“พี่ได้ยินเรื่องของเราจากพี่ปาน คงลำบากแย่ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ”
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มร้อนผ่าว เธอรู้สึกอึดอัดไม่ต่างกันกับตอนยืนอยู่ตรงหน้าน้องชายของเขา
“ค่ะ..ว่าแต่เจ้อยู่ไหมคะ”
“อืม..ในห้องทำงานเขาน่ะ ไปสิ”
โชคดีที่เขาไม่ใช่คนที่จะถึงเนื้อถึงตัวใคร การหลีกทางยอมให้เดินไปจึงเกิดขึ้นง่ายๆ อีกอย่างเขาคือสามีของผู้หญิงที่ใจดีกับเธอ การได้พูดคุย เมื่อพูดถึงการวางตัวตอนยืนอยู่ตรงหน้าจึงถูกยกมาเป็นเรื่องที่ละอ่อนเป็นพิเศษ หญิงสาวไม่รู้ต้องทำตัวยังไง อาจใช่ว่าทั้งเธอและเขาบริสุทธิ์แต่คนที่มองมาคงไม่ได้คิดแบบนั้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้หวังดีกับเธอ ดังนั้นการไม่เจอเขา หรือเลี่ยงได้เลี่ยง มีปัญหาอะไรคุยแต่กับปานวาดดีที่สุด
.
.
ก๊อก ก๊อก
เจ้าของใบหน้าสวยคมละสายตาขึ้นมาจากจอคอม เมื่อเห็นว่าเป็นพรีมหัวคิ้วบางถึงได้ขมวดชนกันเล็กน้อย
“เข้ามาเลยจ้ะ”
เธอมองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นจึงเลิกคิ้วสูง
“สวัสดีค่ะพี่”
“จ้ะ..สวัสดี มีเรื่องอะไร?”
เธอเปลี่ยนแผนกให้แล้ว และวันนี้ก็เป็นวันหยุด ไม่แปลกที่จะงุนงงทำไมถึงมาที่นี่ หรือว่าจะลาออก ปานวาดคิดไปต่างๆนานา
“คือพรีม..”
“นั่งก่อน”
เห็นน้องเกร็งเธอก็ช่วยที่จะให้น้องได้หายใจหายคอก่อนจะพูด กว่าจะเดินมาถึงห้องนี้ตรงหน้าเธอ คงจะพกความเครียดและอึดอัดมาด้วย ดังนั้นการปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอก่อนจึงดีที่สุด
“ขอบคุณค่ะ”
พร้อมกับสลับหน้าจอคอม เป็นกล้องวงจรปิดแทน สายตาคู่สวยเหลือบไปเห็นว่านอร์ธกำลังเดินมาทางนี้ก็ชะงัก ก่อนจะลากสายตาไปมองพรีมสลับกัน
“พร้อมแล้วพูดจ้ะ พี่รอได้”
ไม่ใช่แค่รอเธอ แต่ในหัวจำเป็นต้องใช้เวลาแบบฉับพลันเช่นกัน เธอไม่ได้อยากให้นอร์ธเข้ามาห้องนี้ใน ณ ตอนนี้ เพราะรู้ว่าเขาจะมาคุยเรื่องอะไร ก่อนหน้านี้เขาโทรมาให้เตรียมใบลาออกให้พนักงานคนนึง ตอนนั้นไม่ได้ถามรายละเอียด เพราะกำลังรีบออกมาจากบ้าน คิดว่าไม่เป็นไรมาถึงเดี๋ยวก็รู้เอง เธอเตรียมใบลาออกให้แล้ว ทว่าพรีมกลับโผล่มาแบบนี้ ยังไงกันแน่
“คือว่า..พรีมอยากเปลี่ยน...”
พลั่ก!
“พี่สะใภ้เรื่องที่ผมขอ..”
“มาทำแผนกเดิมค่ะ”
“...เตรียมไว้หรือยัง?”
