บทที่ 1 เหตุการณ์คับขัน
อาทิตย์ก่อน
เสียงประตูห้องเช่าขนาดกลางถูกเคาะดังระงม ร่างบางรู้แล้วฝีมือใครจึงได้แต่เงียบ สิ่งที่กำลังทำอยู่หยุดชะงักกลางคัน ความกลัวจะถูกได้ยินทำให้เธอวางตะหลิวลงอย่างเบามือ ไม่พอยังปิดสวิตซ์ของหม้อทอดไฟฟ้าด้วย พลางเช็ดมือที่เปียกชื้นไม่รู้เพราะเหงื่อหรือเครื่องปรุงเลอะเทอะ แต่ไม่กล้าเปิดก๊อกน้ำ
“มีใครอยู่.. พรีม ไอ้พัชร ใครอยู่ในนั้นออกมาสิ”
เป็นเจ้าหนี้ของพี่ชาย ที่ช่วงนี้มักจะวนเวียนบ่อย เนื่องจากพี่ชายเธอไม่จ่าย
ริมฝีปากกลีบสวยถูกฟันคมกัดจนห้อเลือด จากที่ต้องการเพียงเช็ดคราบกลับขยุ้มชายผ้าจนรู้สึกเจ็บ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกจ้องไปที่ประตู ลมหายใจหอบกระชั้นในตอนนี้บ่งบอกถึงความกลัวนั่นเพราะเธออยู่คนเดียว
ช่วงค่ำใกล้จะดึกขนาดนี้ก็ยังไม่เว้น หากจะถามว่ามันกล้ามาเคาะได้ยังไง ทั้งที่เป็นห้องเช่าส่วนบุคคล บอกเลยห้องของเธออยู่ชั้นพื้นดินที่ไม่มีอะไรกั้น แม้แต่ผู้รักษาความปลอดภัยที่เจ้าของตึกจ้างไว้ก็มาสำรวจบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่นั่งอยู่ในป้อม ดื่มกาแฟตอนเช้า และเลื่อนโทรศัพท์ชิลล์ๆ จะออกมาสักครั้งก็คงเป็นช่วงที่เจ้าของอยู่ ไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก เว้นแต่จะมีคนโทรไปแจ้ง ซึ่งเธอเองก็เคยลองมาแล้วหลายครั้ง ทว่ามาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น พอเจอนักเลงกว่าเข้าหน่อยก็ไม่กล้าอีก
อนิจจา
ก็อก! ก็อก! ก็อก!
“รู้นะว่ามีคนอยู่ในนั้น ออกมาคุยกันหน่อย”
เอาไงดี..
เธอจำได้พี่ชายของเธอสั่งเอาไว้ว่า.. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าเปิดประตูออกไปเด็ดขาด มันไม่กล้าพังประตูเข้ามาหรอก เพราะนั่นเท่ากับทำลายทรัพย์สินของคนอื่น แต่กว่าจะถึงเวลานั้นเธอจะหัวใจวายก่อนไหม แทนที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือหาเงินไปใช้หนี้ หรือไม่ก็อย่าติดหนี้ใคร กลับเลือกที่จะสั่งเธอ ส่วนตัวเองหายหัวไปไหนไม่รู้
“รับสิพัชร..”
ตอนนี้เธอเข้ามาแอบอยู่ในห้องน้ำแล้ว ท่ามกลางเสียงเคาะที่ยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง เกรงใจเพื่อนข้างห้องก็เกรงใจ จะย้ายขึ้นไปชั้นอื่นก็ห้องเต็ม จะออกไปเช่าที่อื่นก็ไม่มีปัญญาอีก ค่ามัดจำแพงแสนแพง ไม่พอไหนจะอยู่ไกลมหาลัย พอจะหางานทำกลับไม่มีงานไหนรับเด็กพาร์ทไทม์เลย
(ฮัลโหล..)
“พัชร มันมาอีกแล้วพัชร”
(ใคร?)
“เจ้าหนี้พัชรไง พัชรอยู่ไหนเนี่ย พรีมกลัว”
(ก็อย่าออกไป..)
“แต่ว่าพัชร มันไม่ยอมไปสักที คราวนี้อยู่นานมาก แถมยังเคาะดังขึ้นเรื่อยๆด้วย พรีมเกรงใจเค้า”
(มีเงินสักห้าพันไหมล่ะ)
“ห๊ะ...”
(ก็ถ้ามีเงินห้าพันก็จ่ายให้มันไป จะได้จบๆ)
“บ้าเหรอ พรีมจะเอามาจากไหน”
(งั้นพรีมก็อย่าออกไปสิ แค่พรีมไม่ออก ทุกอย่างก็จะผ่านไป)
“แล้วนี่พัชรอยู่ไหน หายไปหลายวันแล้วนะ”
(ก็มาหาค่าเทอมให้พรีมไง ยังอยากจะเรียนต่ออยู่ไหม...)
“งะ งั้นเหรอ?..”
(ใช่)
“ขอบคุณนะพัชร”
เธอเอ่ยเสียงเบา สีหน้าเศร้าสลดรู้สึกผิด
(ไม่ต้องหรอก พัชรเบื่อคำนี้เต็มทนแล้ว ถ้าอยากจะขอบคุณกันจริงๆ พรีมก็แค่อย่าออกไป..เข้าใจไหม)
“ขะ เข้าใจ”
(ดี อยู่เงียบๆ แล้วอย่าลืมล็อคหน้าต่างให้ดี)
“อะ อื้ม”
สุดท้ายก็กลายเป็นเธอที่อ่อนแอ ความเห็นก่อนหน้านี้ถูกกลืนกลับลงไปในที่ที่มันจากมาด้วยความจริงที่ว่าทั้งหมดนี้เธอก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่ชายฝาแฝดต้องระหกระเหินเร่ร่อนรับงานเขาไปทั่ว ซึ่งเป็นงานอะไรนั้น เรื่องนี้เธอไม่เคยรู้ เขาไม่เคยบอกกัน แต่ทุกครั้งที่กลับมาพร้อมเงิน จะกลับมาพร้อมบาดแผลและรอยฟกช้ำเสมอ
หรือว่าเธอควรกระตือรือร้นมากกว่านี้
ถึงจะเรียนอยู่ก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้นี่...บางทีถ้าลองหาดีๆอีกสักหน่อยอาจจะเจอ แต่ที่ผ่านมาที่เจอ จะเป็นงานที่เธอไม่ถนัดและไม่สะดวก แถมไม่คิดที่จะทำด้วย เป็นงานที่..ถ้าพี่ชายเธอรู้ มีหวังคงได้เอาเธอตายแน่ๆ
ก็อก! ก็อก! ก็อก!
“เฮ้อ..”
แต่กว่าจะถึงวันนั้น เอาตอนนี้ก่อนดีกว่า ช่วยคิดหน่อย..เธอจะเอาตัวรอดกับสถานการณ์นี้ยังไง เป็นแบบนี้บ่อยๆมีหวังคงได้ถูกไล่ออกจากห้องเข้าสักวัน!
.
.
