บทที่ 13 ชีวิตยุ่งเหยิง
ร่างเล็กเดินกลับมาจากโรงอาหารหลังร้านอย่างใจลอย สิ่งที่ได้ยินมาทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เธอเดินทอดน่องไปคิดไปเรื่อยเปื่อย ทางเดินไปห้องพักในตอนนี้ไร้ความรู้สึกเดิม จากที่เคยดีใจว่าได้ที่พักพิงชั่วคราวหลังทำงาน และสักพักจะจ่ายเงินค่าที่พักและใช้หนี้บางส่วนนั้น ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด
ประหนึ่งตัวเองกำลังเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน ทั้งที่เจ้าของผับเป็นผู้หยิบยื่นให้เอง แน่นอนเธออาจร้องขอก่อน แต่จะปฏิเสธก็ได้นี่นา
เอาจริง..พอได้ยินแบบนั้น ด้วยท่าทีไม่ค่อยจะเป็นมิตรเธอรู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่ มันคือชนวนเหตุที่อาจทำให้เพื่อนร่วมงานไม่ชอบหน้า ซึ่งจะไม่แคร์ก็ไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก
พรีมถอนหายใจพรืด ต้องการขจัดเรื่องราวที่ไม่สบายใจทั้งหมด ที่รับมาก่อนหน้านี้ทิ้งไว้ตรงหน้าประตู ก่อนจะผลักประตูเข้าไป เมื่อเข้าไปถึงความเงียบก็เข้าปกคลุมจังหวะไฟในห้องสว่างโล่ ร่างเล็กเดินไปทิ้งตัวตรงโซฟายาว ที่อยู่ถัดไปจากเตียงขนาดหกฟุต ตอนนั้นคำพูดของเพื่อนร่วมงานยังคงอยู่ ทำให้เธอต้องกวาดตามองไปทั่วห้อง ไม่เถียงสักนิดว่าที่พวกเขาพูดมานั้นคือเรื่องจริง ห้องหรู ราคาต่อคืนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าแปดใบแดง ลำพังนักศึกษาที่ค่าเทอมยังต้องเพิ่งพี่ชาย จะหาเงินมาจากไหน เช่าห้องนี้
“เฮ้อ..”
.
.
เช้าวันต่อมา
พรีมขยับตัวใต้ผ้าห่มอย่างงัวเงีย มือคลำหาโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงมาปัดหน้าจอเพื่อปิดเสียงปลุก เธอยกโทรศัพท์ดูเวลาด้วยตาที่ลืมขึ้นมาเพียงข้างเดียว
“แปดโมงสิบห้า.. หืม? แปดโมงสิบห้า!!”
หญิงสาวเปิดตากว้าง เด้งตัวลุกนั่งบนเตียงเหมือนติดสปริง ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง จ้องหน้าจอโทรศัพท์สลับกับตารางเรียนในแท็บแล็ตที่วางอยู่
ฉิบหายแล้ว!
วันนี้มีควิชแปดครึ่ง อาจารย์สมชายด้วย!
ต้องโทษตัวเองเลยจริงๆ เมื่อคืนกลับมาดึกทีหนึ่งแล้ว กลับมาห้อง นอนไม่หลับเพราะคิดมากเลยหาอะไรมาดูสรุปไปเจอซีรี่ส์เรื่องดัง และนี่คือผลลัพธ์ของคำว่าตอนเดียว...ตอนเดียวที่ไม่อยู่จริง!
พรีมก้าวขาลงจากเตียงอย่างรีบร้อน จนเท้าสะดุดขาโต๊ะเครื่องแป้ง เธอร้องโอ๊ยเบาๆ แต่ไม่มีเวลาเจ็บต้องวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำก่อน
สิบนาทีต่อมา!
นี่คือที่มาของคำว่า..วิ่งผ่านน้ำ
ร่างเล็กวิ่งออกมาในสภาพสวมชุดนักศึกษาแบบลวกๆ เสื้อเชิ้ตยังติดกระดุมสลับเม็ด กระโปรงพลีทยังหมุดไม่เข้าที่ ผมยาวของเธอถูกรวบเป็นมวยลวกๆ มือข้างหนึ่งถือยาสีฟันที่ยังมีฟองอยู่เต็มปาก ส่วนมืออีกข้างพยายามคว้ากระเป๋าเป้
“หนังสือ...ไอแพด...ปากกา...อยู่ไหนหมดเนี่ย”
เธอกวาดทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะลงกระเป๋า ก่อนจะวิ่งไปบ้วนปากในห้องน้ำสามวิ แล้วกลับออกมาส่องกระจก คว้าแป้งพัฟมาตบๆ หน้าสองสามที เพื่อกลบความโทรมจากการอดหลับอดนอน เธอมองกระจกแล้วถอนหายใจให้กับสภาพที่ดูไม่ได้เอาเสียเลย หน้าซีดอย่างกับศพ
“ช่างมัน เอาชีวิตให้รอดจากเอฟก่อน”
.
.
พรีมก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วยสภาพที่เรียกได้ว่าดูไม่จืด เสื้อนักศึกษาหลุดลุ่ยออกจากกระโปรง ผมเผ้าที่พยายามหวีลวกๆและรวบ ระหว่างทางเริ่มชี้ฟูขึ้นมาอีกรอบเพราะแรงลม เธอไม่สนใจสายตารอบข้าง ขาเรียวรีบสับโกยอ้าวพุ่งตรงไปยังใต้ตึกคณะนิเทศฯ จนแก้มสั่น ก่อนจะชะงักเพราะเสียงเรียกของต้า
“พรีม!”
ดังมาจากซุ้มม้าหินอ่อน
ตาต้าเพื่อนสนิทตัวดีกำลังยืนดูดชานมไข่มุกอย่างสบายอารมณ์ สวนทางกับสภาพของพรีมที่เหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาใหม่ๆ หล่อนมองมาที่เพื่อนรัก มองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหลุดขำ
“สภาพเหมือนหนีไฟไหม้มาเลยอะ แต่งหน้าข้างเดียวปะเนี่ย”
“อย่าเพิ่งล้อได้ไหม..ตื่นสายน่ะสิ” พรีมพูดเสียงหอบเหนื่อย มือค้ำเข่าพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดก่อนที่จะช็อคตายจริงๆ “ว่าแต่..ทำไมแกมายืนอยู่นี่ อาจารย์ล่ะ ไม่เข้าห้องเหรอ”
ตาต้าลดแก้วชานม ก่อนจะทำหน้าเบื่อหน่าย
“แสดงว่า..ยังไม่อ่านไลน์กลุ่มสินะ”
“ไลน์กลุ่ม?...ทำไม”
“ยกคลาสจ้ะ”
“ห๊ะ..”
“อืมฮึ”
นาทีนั้นพรีมถึงกับทำหน้าเหยเก ยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาปาดเหงื่อตัวเอง
โอเค..เยี่ยมเลย!
.
