บท
ตั้งค่า

บทที่ 10 คำสั่งไล่ออก

“ไม่ใช่แค่คนนั้นครับ...ผมหมายถึงทั้งหมดในร้าน พวกเธอทำงานคือการดูแลพวกเฮีย ก็ให้แค่รินเหล้าให้กันก็พอ”

เสียงกลืนน้ำลายตอนนี้ได้ยินเพียงเจ้าตัว เมื่อชัชวาลเผลอสบตาเข้ากับแววตาครั่นคร้ามนั่น ซึ่งย้อนแย้งกับวาจาที่พูดออกมาอย่างอ่อนโยน ก็รู้สึกถึงอันตรายที่จะตามมา

“ได้ครับๆ ต่อไป...พวกผมจะระวังมากขึ้น จะไม่เมาจนเลอะเลือนอีกแล้ว”

“บอกเพื่อนเฮียด้วย ดูท่าทางจะงงอยู่”

เขาลากสายตาไปยังอีกคน เพียงแวบเดียวก็หันกลับมา แต่แค่นั้นก็ทำให้คนถูกสั่งร้อนๆหนาวๆ แล้ว

“ครับๆ”

รีบตอบรับอย่างลุกลี้ลุกลน กุลีกุจอหนีตาย ในขณะคนรุ่นน้องมองตามและพ่นบุหรี่ออกมาหนักๆตามหลัง จากนั้นก็ปล่อยทิ้งพื้น ใช้ปลายเท้าขยี้ สายตาดุดันกว่าเก่า

“..สัส”

.

.

ด้านของพรีม

หลังเสียขวัญจากการถูกลวนลามจนผู้จัดการผับต้องเข้ามาช่วย เรื่องนี้ก็ไปถึงหูของปานวาด ขณะนี้เธอนั่งห่อไหล่อยู่ตรงหน้า ตัวสั่นหงิกเหมือนลูกแมวเปียกฝน

“เอายังไงดี ยังไหวอยู่ไหม”

เสียงถามที่ดูสบายๆแกมเป็นห่วงของปานวาดทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ซีดเผือดยิ่งก้มลง เธอมองมือบนตักของตัวเอง ระบายความเครียดด้วยการบีบปล่อย พลางเงยหน้าดวงตาละห้อยสบเข้ากับสายตาของหล่อนเพราะคำถาม

“ไหวค่ะ..”

“จริงเหรอ?”

การถามย้ำคล้ายเป็นการให้เธอคิดทบทวน ย้อนกลับมาถามตัวเองว่าหากเจอแบบนี้อีกในทุกๆวัน จะรับมือไหวไหม เมื่อไม่ได้คำตอบหน้ากลับชาวาบ ริมฝีปากสั่นระริก

“มะ มีตำแหน่งอื่นไหมคะ”

ปานวาดเงียบ ลุกจากที่นั่งของตัวเอง เปลี่ยนมานั่งบนโต๊ะกอดอกตัวเองแน่น เพื่อจะได้มองหน้าของคู่สนทนาอย่างถนัด ทว่ากำลังอ้าปากพูดจังหวะนั้นเหลือบไปเห็นเงาของร่างสูงที่เดินผ่านประตู เลยพับประโยคนั้นไว้ซะก่อน

“นอร์ธ”

เธอเดินเร็วไปกระชากประตูเปิด ยื่นหน้าออกไปเรียก เจ้าของชื่อที่เดินผ่านไปถึงกับชะงัก เหลียวหลังกลับมา

“ครับ”

แน่นอนว่าพรีมที่หันไปมองตามด้วยสัญชาตญาณอยากรู้ไม่มีทางเห็น ประตูที่แง้มค้างโดยปานวาด ทำให้เห็นแค่ขาท่อนล่างเท่านั้น ซึ่งเป็นขาของผู้ชายสวมกางเกงขายาวสีดำ พับชายขึ้นมาสองทบเผยให้เห็นข้อเท้า และรองเท้าผ้าใบสีขาว

“จะไปแล้วเหรอ”

“ครับ วันนี้อยู่ไม่ดึก ผมมีนัดที่โต๊ะสนุ๊ก”

เพียงแค่เสียงทุ้มนุ่มลึกก็ดึงดูดให้เธอตั้งใจฟัง พร้อมกลิ่นน้ำหอมที่บอกถึงตัวตนของเขา เธอถึงรู้ว่าคนๆนี้เป็นคนเดียวกันกับที่เธอเจอเมื่อคืนวาน นอกจากแผ่นหลังแล้ว น้ำเสียงและข้อเท้าก็ดึงดูดเธอด้วย เธอชักอยากเห็นหน้าของเขาแล้วสิ ...ว่าจะดูดีขนาดไหน

“อ๋อ.. ว่าจะฝากให้ไปจัดการใครหน่อย งั้นไม่เป็นไร..นายไปเถอะ”

“อ่า..แล้วเจ้ทำอะไรอยู่”

“ปลอบเด็กอยู่น่ะ พอดีเสียขวัญ น้องโดนลวนลามมา”

พอปานวาดพูดแบบนั้น ก็เหมือนกระชากสติของเธอกลับมาด้วย พรีมสะดุ้งเร่งละสายตากลับมานั่งหน้าตรง เป็นจังหวะเดียวกับที่ปานวาดเหลียวตัวมามองพอดี และนั่นเผยช่องระหว่างประตูให้นอร์ธได้เห็น เข้าเพ่งเล็งและจ้องเขม็ง เมื่อเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอ เจ้าของใบหน้าหวาน ที่ถัดไปทางน่ารักจิ้มลิ้ม นั่งห่อไหล่ก้มหน้างุด ความรู้สึกหงุดหงิดก็แล่นพล่านไปทั้งตัว

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะ ไล่ออกซะด้วยล่ะ”

“ฮะ?”

“ทรงนี้..ไม่น่าเหมาะ จ่ายเงินเดือนไปก็เปลืองเปล่าๆ”

“แล้วถ้าน้องไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ นอร์ธคิดว่าควรให้ตำแหน่งไหนกับน้องดี”

ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกไป ร่างสูงที่ถูกถามก็เงียบกริบ พาลทำให้คนตั้งใจฟังคอยลุ้นไปด้วย พรีมเผลอบีบมือเข้าหากันแน่น และกัดริมฝีปากจนเจ็บ เธอรู้สึกหน้าชาวาบตั้งแต่ที่เขาพูดคำว่าไล่ออกแล้ว ส่วนปานวาดที่ยืนประจันหน้ากับเขา ก็ได้โอกาสมองเข้าไปในตาลึกของเขาจังหวะจ้องไปที่พรีม ตอนนั้นหล่อนมองเห็นอะไรบางอย่าง บางอย่างในสายตานั้นที่ยากจะคาดเดา และรู้สึกงุนงงอยู่เหมือนกัน หากแต่คนอย่างนอร์ธเป็นคนที่มีหน้านิ่งเป็นปกติอยู่แล้ว จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจเท่าไหร่

“ไม่เหมาะกับอะไรสักอย่าง...ล้างจานก็ไม่น่าจะเป็นด้วยมั้งทรงนี้”

“ปากเสีย”ทันทีที่ปานวาดที่ได้ยินก็ขึงตาใส่ “พูดแบบนี้เด็กเจ้ตกใจนะ จะไปไหนก็ไปเลยไป”

ในตอนนั้นพรีมนั่งตัวแข็งทื่อ รู้สึกหน้าชาวาบ แต่ทว่าไม่นานบรรยากาศก็กลับมาอย่างเดิมอย่างรวดเร็ว ก็ตอนบานประตูนั้นปิด

แต่เหมือนว่าสติของพรีมได้หลุดไปแล้ว ด้วยคำว่าไล่ออก ภาพที่เห็นแต่ไร้เสียงคือปากของปานวาดขยับเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วสูง แน่นอนว่าหล่อนพูดออกมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่พรีมไม่ได้ยิน จนต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง

“คะ?”

“เปล่า เจ้บอกว่าอย่าไปสนใจที่เขาพูด น้องชายสามีเจ้ก็เป็นแบบนี้แหละ...”

พรีมได้ยินก็ยิ้มบางๆ

“เขาดุใช่ไหมคะ เหมือนเขาจะไม่ชอบพรีมเท่าไหร่เลย”

“หืม? จะไม่ชอบได้ยังไง เขายังไม่รู้จักเธอเลย”

ก็จริง..

เธอเพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรก ยังไม่เคยเจอกัน จะไม่ชอบกันได้ไง

“ที่มันพูดแบบนั้น เพราะปกติพีอาร์ที่นี่จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้กันแล้ว พวกคนเก่าจะ รับมืออยู่”

“คะ เคยมีปัญหาแบบนี้ด้วยเหรอคะ”

เจ้าของผับเงียบไปอึดใจ ก่อนทำปากอมลม

“ก็..เคยนะ แต่ไม่ได้โวยวายเหมือนเธอ จนเคมันต้องช่วย”

อ๋า..อย่างนี้นี่เอง

พรีมก้มหน้างุด สีหน้าละห้อย

“ขอโทษค่ะ..พรีม..”

“เจ้ไม่ได้ว่าเธอ เธอไม่ได้ผิดอะไร คนเรามันอยู่ที่การเอาตัวรอด เข้าใจว่าเมื่อกี้ทำเธอตกใจไม่น้อย”

“พวกเขารับมือยังไงกันคะ”

“ที่ถามเนี่ย..ยังจะทำอยู่อีกเหรอ”

“คะ?”

“เจ้หมายถึงตำแหน่งนี้ เธอไม่ได้ยินเหรอเมื่อกี้ พระอนุชาของพระสวามีเจ้เขาว่ายังไง...ให้ไล่เธอออก พูดออกมาแบบนั้น แล้วเจ้จะทำไรได้ ขืนส่งเธอไปอีก มีหวังมันได้บ่นเจ้เช้าเย็นแน่”

“เขาเป็นใครเหรอคะ ..”

พรีมเงยหน้าขึ้นมาถาม แม้จะกล้าๆกลัวๆ แต่ปานวาดรู้ดีเธอคงอยากรู้จริงๆ

“นอร์ธนะเหรอ...โอเคมา เดี๋ยวเจ้จะอธิบาย ก็คือ ผับเนี้ย มีหุ้นส่วนอยู่สามคน เขาน่ะเปอร์เซ็นต์เยอะสุด แต่ไม่ค่อยออกหน้า เพราะไม่อยากให้ลูกน้องสับสน ว่าต้องฟังใคร ส่วนมากจะทำแต่หลังบ้าน..เก็บกวาดให้ และเนี๊ยบด้วย...สามีเจ้ก็เหมือนกัน นานๆจะโผล่มาสักที ส่วนงานจุกจิก เจ้นี่แหละที่เป็นคนออกหน้าทั้งหมด รวมถึงเรื่องของเธอด้วย”

พรีมพยักหน้า สิ่งที่เจ้าของผับพูดมาเธอเข้าใจ การทำงานที่ให้ฝ่ายหญิงออกหน้าอยู่คนเดียว เพราะมีวิธีรับมือที่นุ่มนวลกว่า คำพูดซอฟท์ลงมากกว่า ก็ดูเอาเถอะ...แค่คำพูดไม่มีกี่คำเมื่อกี้นี้ของเขา ยังทำให้เธอว้าวุ่นเลย หากให้เขามาจัดการแบบที่ปานวาดจัดการ มีหวังลูกน้องคงได้พากันหงอย ห่อไหล่ลีบ หน้าเหลือสองนิ้วแน่ๆ

“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”

“อ๋อ..แล้วที่ถามว่าเพื่อนๆรับมือกันยังไงใช่ไหม?.. ก็คงนั่งให้มันจับให้มันโอบไปนั่นแหละ แล้วหาข้ออ้างเอาทีหลัง จะขอตัวเข้าห้องน้ำ หรือโกหกอะไรได้ก็พูดๆไป”

ตัดมาที่เธอคือโวยวายเลยสินะ...

เรื่องถึงได้เป็นแบบนี้ เธอเอาแต่ผลักไสลูกค้า ทั้งที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้เข้าสักวัน และเธอจะต้องเรียนรู้หาวิธีรับมือ ทว่าในขณะเดียวกันปานวาดก็อุตส่าห์เข้าใจว่าเธอยังใหม่อยู่ ถึงได้ไม่ดุไม่ด่า แถมยังอยากจะฟังความคิดเห็น ไม่เหมือนกับเขา...ผู้ชายคนนั้น ที่สั่งให้ไล่เธอออกเลย โดยไม่รู้ที่มาที่ไป หากเธอออกไปตอนนี้จะทำอย่างไรล่ะ

“พี่ว่ายังไงดีคะ พรีมจะทำอย่างที่พี่แนะนำหมดเลยค่ะ ขออย่างเดียวอย่าให้พรีมออกตอนนี้ คืออย่างที่เล่าให้พี่ฟัง..เจ้าหนี้..”

“เจ้เข้าใจ” ไม่รอให้เธอพูดจบ ปานวาดก็พยักหน้า พลางถอนหายใจพรืด “เอาอย่างนี้ เธอทำความสะอาดเป็นไหม”

“เป็นค่ะ”

“อันที่จริง ข้างบนของที่นี่มีห้องพัก ห้องก็คล้ายๆกับที่เธอพักอยู่นั่นแหละ แต่ส่วนตัวกว่าหน่อย อีกไม่กี่วันป้าแม่บ้านแกจะลาไปหาลูกที่ต่างจังหวัด เธอจะทำไหม”

พรีมตาลุกวาว ใบหน้าเปื้อนยิ้มดีใจ

“ได้ค่ะ พรีมทำ”

“ได้ งั้นระหว่างที่ป้าแกยังอยู่ ก็ให้แกสอนงานละกันนะ..ค่อยเริ่มพรุ่งนี้ คืนนี้ก็.. ไปพักก่อนเถอะ ว่าแต่..กินข้าวยัง ถ้ายังไปหาข้าวกินก่อน ถ้าจำไม่ผิดวันนี้เด็กๆมันขอเฮียเลี้ยงพิซซ่ากัน เธอไปแจมได้ ถ้าไม่ติดอะไร..ไปก็ดีจะได้ทำความรู้จักเพื่อนๆด้วย”

ทำไมใจกว้างอย่างนี้เนี่ย

“อ๋อ...ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่”

“จ้ะ”

หมดธุระ พรีมก็ยกมือไหว้ ก่อนลุกขึ้นยืนก้มหน้าก้มตาเดินออกจากห้องไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel