ตอนที่ 3
ภายในห้องเริ่มตึงเครียดจนชายหนุ่มลุกขึ้นปล่อยมือหลังหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมานับเงินชูตรงหน้าหญิงสาวที่นั่งปิดอก
“เท่าไหร่ถึงนอนด้วยกันได้ แค่นอนข้างกันไม่มีไรเกินเลย”
“เพื่อ”
“คนอื่นเขาหาทางช่วยแต่เจ้าตัวกลับต้องการเสี่ยง คิดว่าขายบริการมันน่ารื่นเริงนักรึไง”
“ทำเพื่ออยู่รอดก็ต้องทำ ฉันไม่อยากติดหนี้ ต้องมาตามใช้ที่หลัง ถ้ายืนด้วยขาตนเองไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะอยู่รอดในยุคนี้ คนเรามันไม่ได้ดวงตกไปตลอด สักวันก็ต้องเป็นของเรา นี่คือหนทางสุดท้ายแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
“งั้นเอาค่าใช้จ่ายไป เท่าไหร่บอกมาแลกกับนอนกอดคืนนี้คืนเดียว ไม่มีเสียตัว พอดีเป็นคนขาดความอบอุ่นนอนคนเดียวแล้วมันเหงา” สีหน้าเกรย์สันเรียบนิ่งจนหลินหรี่ตามองลุกขึ้นคลี่เงินเอาออกมาสามพัน
“ได้ แค่นอนกอด”
“แล้วถ้าจูบเท่าไหร่”
“ครั้งละหนึ่งพัน ไหวไหมล่ะ” หลินเลิกคิ้วแกล้งข่มแต่ไม่คิดว่าเขาจะใจถึงกล้าสู้
“เอาไปเลยอีกเจ็ดพันเจ็ดครั้ง” เงินที่เหลือถูกยัดใส่มือก่อนถูกจับคอดึงเข้าไปรับปากที่ก้มลงมาประกบ ดวงตาเบิกโตเมื่อสัมผัสลิ้นที่กำลังดุนเข้ามาแตะลิ้นตนเอง มือที่กำเงินอยู่เริ่มกำแน่นขึ้นตั้งสติปล่อยให้ชายหนุ่มจูบตามความต้องการละริมฝีปากเมื่อไหร่เท่ากับจบครั้ง ดวงตาสองคู่มองผสานอีกคนลุ่มหลง อีกคนพยายามรั้งสติไม่เผลอไผลตามเพราะเสน่ห์ของฝ่ายชายมีมากพอตัวรวมถึงรสจูบที่เย้ายวนพาเคลิ้ม
“หนึ่งครั้ง” ริมฝีปากผละออกพร้อมเอ่ยเสียงแผ่วเบาด้วยความใกล้ทำให้อีกฝ่ายได้ยิน “ที่เหลือค้างไว้ก่อน”
“งั้นนอนเลยไหม ดึกแล้ว” หลินลอบกลืนน้ำลายลงคอเบี่ยงสายตามองทางอื่นที่ไม่ใช่ดวงตาคนตรงหน้าด้วยความที่รู้จักกันมาพอตัวแม้แซวแหย่เล่นก็ไม่ได้ถือสาแต่เวลานี้ราวกับเป็นคนอื่นคนไกลด้วยความเขิน
“หึหืม กลับไปนอนที่ห้อง” เกรย์สันยืดตัวตรงยกมือกระแอมเล็กน้อยแก้เขินเช่นกันเลื่อนสายตามองไปทางประตูก่อนวกกลับมามองหลินเก็บเงินใส่กระเป๋าเงยหน้าสบตาเขาอย่างตรงจังหวะก่อนรีบหันหนี
“ไปกันเถอะ”
“เดี๋ยว” หญิงสาวจับชายเสื้อเขาไว้เพราะนึกบางอย่างได้ “ถ้ากลับไปนอนห้องนาย เกรสรู้แน่”
“ไม่ได้บอกว่าจะกลับบ้าน”
“อ้าว แล้วจะนอนที่ไหน”
“ที่ห้อง”
“ห้องไหน”
“พ่อซื้อคอนโดไว้ให้เวลาอยากนอนคนเดียวหรือปาร์ตี้กับเพื่อน”
“อ้อ รวมถึงเวลาส่วนตัวกับสาวด้วย” หลินได้ทีแซวเพื่อกลบบรรยากาศที่แสนขัดเขินเดินตามออกจากห้องมาขึ้นรถ
“นอกจากแม่ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหน แม้แต่พี่เกรสยังไม่เคยเข้าห้อง” คำตอบของเกรย์สันทำให้หลินเลิกคิ้วมองเขาขับรถออกจากม่านรูดบ่งบอกว่าเธอคือผู้หญิงคนแรกที่พาขึ้นห้องแม้อดประหม่าไม่ได้แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไม่ให้หวั่นไหวตามเพราะเขาอายุน้อยกว่ายังต้องพบเจอผู้หญิงอีกมากมายในรั้วมหาลัย
ระหว่างที่นั่งกันมามีแต่ความเงียบครอบคลุมชวนอึดอัดจนฝ่ายหญิงเผลอฟุบหลับไม่รู้ตัว เกรย์สันวนรถเข้ามาจอดด้านในดับเครื่องยนต์อย่างเบามือเพื่อไม่ให้หญิงสาวที่นอนข้างตื่นก่อนลงไปเปิดประตูช้อนตัวเธออุ้มให้เบาที่สุดซึ่งเธอเองดูเหน็ดเหนื่อยหลับลึกจึงไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกอุ้มเข้าห้องมาวางไว้บนเตียงนอน เมื่อหลังถึงเตียงปั๊บเพราะความนุ่มทำหลินตื่นมองสบตาเกรย์สันแล้วรีบเด้งตัวยืนห่างเขาอย่างระวังตัว
“บอกว่าไม่ทำอะไรก็คือไม่ทำ อาบน้ำก่อนแล้วกัน นี่ผ้าผืนใหม่” ชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้หยิบผ้าขนหนูแกะกล่องใหม่ยื่นส่งให้เธอ “ถอดชุดวางไว้เดี๋ยวเข้ามาหาชุดเปลี่ยนให้”
“อืม” หลินพยักหน้ารับมองเกรย์สันเดินออกจากห้องนอนปิดประตูไล่หลังเพื่อให้เธออยู่ตามลำพัง เมื่อพ้นสายตาหลินก็ลงมือถอดชุดด้วยความเหนื่อยหน่ายหวังอาบน้ำให้สดชื่นจึงเปลื้องผ้าออกหมดห่มตัวด้วยผ้าขนหนูพับชุดที่สวมใส่มาไว้มุมห้องแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ไม่นานเกรย์สันก็เดินเข้ามาพร้อมนมรินใส่แก้วสองแก้ว หนึ่งแก้วกำลังกระดกดื่มส่วนอีกแก้ววางไว้หัวเตียงเพื่อให้หญิงสาวก่อนเดินไปหยิบชุดที่เธอถอดไว้ไปใส่ตะกร้ายกแผงทั้งชั้นในและชั้นนอกเดินออกจากห้องลงไปปั่นผ้ากลางดึก เมื่อหญิงสาวอาบน้ำเสร็จเดินออกมาเช็ดผมด้วยความสดชื่นแต่สีหน้ากลับแห้งเหือดเมื่อชุดหายไป พยายามมองหาทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอถึงกับหน้าถอดสีหันมองคนที่เดินเข้ามาเปิดตู้หยิบเสื้อยืดกับกางเกงขายาวออกมายื่นให้เธอ
“ใส่นี่แล้วกัน คงไม่รังเกียจ”
“ไม่ แต่ว่าชุดฉันละ”
“เอาไปซัก”
“ทั้งหมดเลยเหรอ”
“อืม ใช่”
“ชุดชั้นในของฉัน แล้วฉันจะใส่อะไร”
“ใส่ทำไม แม่ไม่เห็นใส่”
“ไม่ได้ อยู่กับผู้ชายสองคนยิ่งไม่น่าไว้ใจ”
“ก่อนหน้ายังเห็นเป็นเด็กอยู่เลย เห็นว่าโตแล้วหรือไง” คำพูดของเกรย์สันทำหลินย่นจมูกถือชุดที่เขายื่นให้เดินไปใส่ในห้องน้ำ ไม่นานก็เดินออกมาด้วยเสื้อยืดตัวยาวและกางเกงที่ต้องพับขาขึ้นเพราะลากพื้นเหลือบมองคนที่ยืนนุ่งผ้าขนหนูอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งหันมามองถึงกับชะงักหยุดค้างรีบหันหน้าหลบ ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะสายตาโฟกัสที่จุกอกตั้งชันของเธอ น้ำลายลอบกลืนเพื่อข่มอารมณ์เดินผ่านคนที่ยืนคลุมผ้าบังกายไปเข้าห้องน้ำ หลินก้มลงมองหน้าอกอย่างอึดอัดใจพลางเหลียวมองประตูห้องน้ำปิดสนิทจึงเดินไปหยิบแก้วนมมาดื่มเพราะคิดว่าแก้วนี้น่าจะเป็นของตนเองเพราะสังเกตเห็นอีกแก้วอยู่หัวนอนฝั่งตรงข้าม