บทที่ 5 ข่าวดีที่ไม่มีใครยินดี 2
บทที่ 5 ข่าวดีที่ไม่มีใครยินดี 2
ฮูหยินโหวจึงยอมผ่อนตาม ทว่ายังคงสั่งสับเปลี่ยนคนครัวของเรือนชิงอวิ๋น จำกัดการออกนอกจวน และให้แม่นมเจียงจดบันทึกทุกสิ่งที่ซูเยว่ชิงกิน
คำว่าเอาใจใส่ค่อย ๆ กลายรูปเป็นกรงขังต่อหน้าต่อตา
“อีกเรื่องหนึ่ง” ฮูหยินโหวมองไปยังชิงไต้ “สาวใช้ผู้นี้อายุยังน้อย ไม่เคยดูแลหญิงมีครรภ์ ให้ย้ายไปเรือนนอกเสียชั่วคราว”
ซูเยว่ชิงกระชับมือในแขนเสื้อ “ชิงไต้รู้ความเคยชินของข้าทุกอย่าง ให้นางอยู่เถิดเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องครรภ์ให้แม่นมเจียงเป็นผู้ชี้แนะ”
“เจ้ากลัวว่าข้าจะส่งคนไปทำร้ายเจ้ากระนั้นหรือ”
คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ
ซูเยว่ชิงแย้มยิ้มจาง “ท่านแม่ยินดีถึงเพียงนี้ ข้าจะกล้าคิดเช่นนั้นได้อย่างไร เพียงแต่หญิงมีครรภ์อารมณ์ไม่มั่นคง การมีคนคุ้นเคยอยู่ข้างกายย่อมเป็นผลดีต่อทายาท”
นางยกเด็กในครรภ์ขึ้นเป็นเหตุผล ฮูหยินโหวจึงไม่อาจบีบบังคับต่อ
หลังคำนับลา หลินหว่านโหรวเดินตามมาส่งถึงระเบียง นางยื่นถุงหอมปักลายดอกทับทิมให้ “ข้าปักเองกับมือ ขอให้ฮูหยินน้อยได้บุตรชายสมดังใจท่านป้า”
ซูเยว่ชิงรับไว้ สูดกลิ่นเพียงแผ่วเบา ภายในมีชะมดเชียงกับอบเชยกลิ่นเข้มจัด หญิงมีครรภ์ไม่ควรพกไว้ใกล้ตัวนาน แม้ปริมาณเพียงเท่านี้อาจไม่เป็นอันตรายในทันที ทว่าเจตนาของผู้มอบกลับน่าใคร่ครวญยิ่งกว่าสรรพคุณ
“ฝีมือคุณหนูหลินละเอียดประณีตยิ่งนัก” นางส่งถุงหอมให้ชิงไต้ “เก็บไว้ในกล่องชั้นนอก อย่าให้อับกลิ่น”
แววตาหลินหว่านโหรวสั่นไหววูบ “ฮูหยินน้อยไม่ชอบหรือเจ้าคะ”
“ของงามเช่นนี้ยิ่งควรเก็บรักษาให้ดี”
เซียวจิ้งเหิงเดินนำไปเสียก่อนแล้ว จึงไม่เห็นการประสานสายตาระหว่างหญิงทั้งสอง
คืนนั้นข่าวการตั้งครรภ์แพร่ไปทั่วทั้งจวน บ่าวไพร่หลายคนมาคุกเข่าแสดงความยินดี เรือนครัวส่งน้ำแกงมาถึงสามชนิด หลัวหมัวหมัวส่งผ้าเด็กสีแดงมาเป็นตั้ง ทุกสิ่งดูครึกครื้นไปหมด
ทว่าครั้นประตูปิดลง ซูเยว่ชิงกลับให้ชิงไต้แยกอาหารแต่ละถ้วยออกจากกัน ไม่แตะต้องสิ่งใดก่อนตรวจกลิ่นและซักถามส่วนผสม
“ฮูหยินน้อย ท่านคิดว่าพวกเขาจะกล้าถึงเพียงนั้นหรือเจ้าคะ” ชิงไต้ถามด้วยเสียงสั่นเครือ
นางมองถุงหอมดอกทับทิมในกล่อง
“ยามยังไม่มีเด็ก ข้าเป็นเพียงสะใภ้ที่ถูกละเลย ไม่มีผู้ใดจำเป็นต้องเสี่ยงทำสิ่งใด” ซูเยว่ชิงวางมือลงบนหน้าท้อง “ทว่าวันนี้ ทุกสิ่งเปลี่ยนไปแล้ว”
ใต้ฝ่ามือยังไร้การตอบรับ ชีวิตข้างในเล็กเกินกว่าจะล่วงรู้ว่าภายนอกนั้น ผู้ใดยินดีด้วยใจจริง ผู้ใดยิ้มเพียงเพราะหน้าที่ และผู้ใดกำลังคำนวณว่าการเกิดมาของเขาจะพรากสิ่งใดไปจากตน
ซูเยว่ชิงค่อย ๆ กำผ้าเสื้อแน่นเข้า
“นับแต่นี้ ห้ามอาหารหรือยาที่ไม่รู้ที่มาเข้าปากข้าเด็ดขาด แม้ผู้ส่งจะเป็นท่านแม่หรือซื่อจื่อก็ตาม”
ชิงไต้พยักหน้าหนักแน่น
ด้านนอก ฝนบ๊วยเทลงมาอีกครา เสียงหยาดน้ำกระทบกระเบื้องถี่กระชั้นขึ้น
ในเรือนฉางชุน หลินหว่านโหรวปิดประตูลงสนิท ถอดปิ่นออกขว้างลงพื้น นางจ้องเงาตนเองในคันฉ่องด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
“หากเด็กคนนั้นเกิดมา...” เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ “ข้าจะเหลือที่ยืนตรงใด”
หลัวหมัวหมัวซึ่งถูกฮูหยินโหวส่งมาปลอบโยนยืนอยู่ด้านหลัง นางก้มลงเก็บปิ่นขึ้นมา แล้วเอ่ยทีละคำ
“คุณหนูอย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย อายุครรภ์เพิ่งสองเดือน หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล”
หลินหว่านโหรวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
นอกหน้าต่าง สายฝนซัดกระหน่ำดอกพุดที่เพิ่งแย้มบาน จนกลีบขาวร่วงหล่นกระจายเกลื่อนดิน
